ข้ามไปยังทูลบาร์
ตุลาคม 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 14 ต.ค.63(ภาคเช้า) by HGF

Spread the love

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ทองคำลดลงจากความไม่แน่นอนมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจสหรัฐ

คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.ย.

แนวโน้มราคาทองคำคาดฟื้นตัวขึ้น

  • ราคาทองคำ Spotเมื่อวานลดลงหลุด 1,900 ดอลลาร์ โดยได้รับปัจจัยลบจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ ความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนในการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ หลังจากมีรายงานว่านางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ได้ปฏิเสธข้อเสนอวงเงิน 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ของทำเนียบขาว โดยระบุว่าวงเงินดังกล่าวไม่เพียงพอต่อการเยียวยาผลกระทบของโควิด-19 ทางด้านกองทุน SPDRGold Trust ถือครองทองคำเท่าเดิมเมื่อวาน
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.ย. ตลาดคาดเพิ่มขึ้น 0.2% หลังจากที่เดือนส.ค.เพิ่มขึ้น 0.4% ส่วนประเด็นที่ต้องติดตามคือมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐการพัฒนาและผลิตวัคซีนโควิด-19หลังจากที่มีข่าวจอห์นสันแอนด์จอห์นสันประกาศระงับการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 เนื่องจากผู้เข้าร่วมโครงการทดลองรายหนึ่งล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดฟื้นตัวขึ้น โดยมีแนวต้านที่ 1,900ดอลลาร์ และแนวต้านถัดไป 1,925 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับอยู่ที่ 1,880 ดอลลาร์ และ 1,865 ดอลลาร์ ตามลำดับ

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,889.60-32.61,880/1,8651,900/1,925

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,35027,750/27,55028,050/28,400

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,570+5027,920/27,70028,240/28,570

แนะนำซื้อเมื่อราคาทอง Spot ปรับลงมาที่ 1,880 ดอลลาร์  (GF 27,920 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,870 ดอลลาร์(GF 27,820 บาท)

การลงทุนในทองแท่งแนะนำทยอยซื้อสะสมที่ราคาทองคำ Spot 1,880 ดอลลาร์ และ1,865 ดอลลาร์

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,929.70+1.801,885/1,8701,905/1,930

แนะนำซื้อเมื่อราคาGOZ20ปรับลงมาที่ 1,885 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,875 ดอลลาร์

เงินบาท

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 31.10-31.30 บาท/ดอลลาร์ โดยมีปัจจัยกดดันเงินบาทคือการชุมนุมทางการเมืองในประเทศในวันนี้ ทั้งนี้เงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆแข็งค่า เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนในการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ ซึ่งUSD Futures เดือนธ.ค.63คาดจะมีแนวรับที่ 31.10 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 31.30 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ: เงินดอลล์แข็งหลังจอนห์สันฯระงับทดลองวัคซีน

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (13 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนพากันเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยหลังจากบริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (J&J) ประกาศระงับการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 หลังพบว่าผู้เข้าร่วมโครงการทดลองรายหนึ่งล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินเพิ่มขึ้น 0.50% แตะที่ระดับ 93.5329

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ:ทองปิดร่วง $34.3 เหตุดอลล์แข็ง,วิตกแผนกระตุ้นศก.ล่าช้า

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงหลุดจากระดับ 1,900 ดอลลาร์เมื่อคืนที่ผ่านมา (13 ต.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับความล่าช้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ของสหรัฐสัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ร่วงลง 34.3 ดอลลาร์หรือ 1.78% ปิดที่ 1,894.6 ดอลลาร์/ออนซ์สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 1.142 ดอลลาร์หรือ 4.52% ปิดที่ 24.129 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ: น้ำมันWTI ปิดบวก 77 เซนต์ขานรับจีนเพิ่มนำเข้าน้ำมัน

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (13 ต.ค.) ขานรับข่าวจีนนำเข้าน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งในเดือนก.ย. ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันพรุ่งนี้สัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 77 เซนต์หรือ 2% ปิดที่ 40.20 ดอลลาร์/บาร์เรลสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 73 เซนต์หรือ 1.8% ปิดที่ 42.45 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ:ดาวโจนส์ปิดลบ 157.71 จุดวิตกข่าวบริษัทยาระงับทดลองวัคซีน

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (13 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับข่าวบริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (J&J) ระงับการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 หลังพบผู้เข้าร่วมการทดลองรายหนึ่งล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุและบริษัทEli Lilly & Co ประกาศระงับการรับอาสาสมัครเข้าร่วมการทดลองแอนติบอดีสำหรับการรักษาโรคโควิด-19 เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,679.81 จุดลดลง 157.71 จุดหรือ -0.55% ขณะที่ดัชนีS&P500 ปิดที่ 3,511.93 จุดลดลง 22.29 จุดหรือ -0.63% ส่วนดัชนีNasdaq ปิดที่ 11,863.90 จุดลดลง 12.36 จุดหรือ -0.10%

J&J ประกาศระงับทดลองวัคซีนต้านโควิดหลังผู้ร่วมทดลองป่วยไม่รู้สาเหตุ

บริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (J&J) ประกาศระงับการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 หลังจากผู้เข้าร่วมโครงการทดลองรายหนึ่งล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ   J&J ออกแถลงการณ์ในคืนวันจันทร์ตามเวลาสหรัฐว่าการทดลองทางคลินิกของวัคซีนต้านโควิด-19 ในระยะล่าสุดซึ่งมีอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ 60,000 คนนั้นได้ถูกระงับลงหลังพบผู้เข้าร่วมการทดลองรายหนึ่งล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุนอกจากนี้ทางบริษัทยังระงับการรับอาสาสมัครในโครงการดังกล่าวเป็นการชั่วคราวสถานการณ์ของJ&J มีความคล้ายกับเมื่อครั้งที่บริษัทแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ผู้ผลิตยารายใหญ่ของอังกฤษประกาศระงับการทดลองใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในเฟสที่ 3 เมื่อวันที่ 9 ก.ย. หลังจากผู้เข้าร่วมทำการทดสอบรายหนึ่งล้มป่วยโดยไม่สามารถอธิบายสาเหตุได้

“จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน” ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมาธิการยุโรปมุ่งผลิตวัคซีนทดลองต้านโควิด-19

จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (NYSE: JNJ) (“บริษัท”) ประกาศว่าคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งดำเนินการในนามของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ได้อนุมัติข้อตกลงการสั่งซื้อล่วงหน้าโดยแจนส์เซนฟาร์มาซูติคอลจะผลิตวัคซีนทดลองต้านโควิด-19 จำนวน 200 ล้านโดสให้กับประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปเมื่อได้รับการอนุมัติหรือการอนุญาตจากฝ่ายกำกับดูแลแล้วนอกจากนี้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปยังมีโอกาสได้รับวัคซีนเพิ่มอีก 200 ล้านโดสด้วยข้อตกลงดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการหารือสำรวจโอกาสกับทางEC และขณะนี้บริษัทก็กำลังอยู่ระหว่างการหารือกับผู้มีส่วนได้เสียรายอื่นๆด้วยไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลประเทศต่างๆและองค์กรทั่วโลกโดยเป็นส่วนหนึ่งในความมุ่งมั่นของบริษัทเพื่อทำให้วัคซีนตัวเลือกของบริษัทเป็นที่เข้าถึงทั่วโลกถ้าหากพบว่าปลอดภัยมีประสิทธิภาพและได้รับการอนุมัติหรือการอนุญาตจากฝ่ายกำกับดูแล

ซีอีโอบริษัทยาเตือนอย่าเพิ่งดีใจได้ยารักษาโควิดเพียงเพราะทรัมป์ใช้แล้วอาการดีขึ้น

นายเลนนาร์ดชไลเฟอร์ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทRegeneron Pharmaceuticals Inc. ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้คิดค้นยาที่ใช้ในการรักษาอาการป่วยของประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ได้ออกมาเตือนว่าอย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าโรคโควิด-19 มียาที่รักษาให้หายได้เพียงเพราะปธน.ทรัมป์ใช้แล้วมีอาการดีขึ้นซีอีโอของRegeneronเปิดเผยว่ากรณีของปธน.ทรัมป์นั้นเป็นกรณีเดียวโดยตัวยารักษาโรคจำเป็นต้องมีการทดสอบมากกว่านี้ในการทดลองทางคลินิกเพื่อนำไปประเมินผลต่อว่าตัวยามีประสิทธิภาพในการรักษาโรคโควิด-19 จริงหรือไม่ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังปธน.ทรัมป์ได้กล่าวชื่นชมยาจากบริษัทRegeneron Pharmaceuticals ที่ทำให้เขามีอาการดีขึ้นจากการป่วยด้วยโรคโควิด-19 โดยปธน.ทรัมป์ระบุว่าตน “มีภูมิคุ้มกัน” โรคดังกล่าวแล้วอย่างไรก็ดีซีอีโอของRegeneronได้กล่าวถึงประเด็นนี้ว่าแม้ยาของบริษัทจะสร้างภูมิคุ้มกันได้จริงแต่ก็ยังไม่แน่นอนว่าภูมิคุ้มกันนั้นจะอยู่นานเพียงใดโดยอาจจะอยู่นานหลายเดือนหรือหลายปี