เสาร์. เม.ย. 4th, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 14 ก.พ.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

หากราคายังไม่สามารถผ่าน 1,582 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ อาจใช้วิธีการลดพอร์ตการลงทุนลง และสำหรับนักลงทุนที่เก็งกำไรฝั่งซื้อให้รอการอ่อนตัวลงของราคาบริเวณแนวรับ 1,565-1,558 ดอลลาร์ต่อออนซ์หากยืนได้จึงเข้าซื้อเพื่อทำกำไรระยะสั้นอีกครั้ง

แนวรับ : 1,565 1,558 1,547  แนวต้าน : 1,582 1,593 1,602

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.28 ดอลลาร์ต่อออนซ์  หลังจากนักลงทุนกลับมาวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (Covid-19) หลังจากจีนเปิดเผยจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งขึ้นอย่างมาก โดยมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนเกณฑ์ในการนับจำนวนผู้ติดเชื้อ  ซึ่งทำให้นักลงทุนหวั่นว่าหากการระบาดขยายวงกว้างและกินเวลานานมากยิ่งขึ้นจะยิ่งกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลก  ส่งผลให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงจนกดดันให้ดาวโจนส์, S&P500 และ Nasdaq ปิดตลาดในลบ  ขณะที่ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้รับแรงหนุน  อย่างไรก็ดี  สกุลเงินดอลลาร์ยังคงแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง  หลังการเปิดเผยตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ที่ออกมาดีเกินคาด  ส่วนสกุลเงินยูโรดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปีเทียบดอลลาร์เนื่องจากนักลงทุนมองว่าเศรษฐกิจยุโรป  โดยเฉพาะเยอรมนีมีความเกี่ยวพันทางการค้ากับจีนอย่างมากจึงมีแนวโน้มได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจมากกว่าทางฝั่งสหรัฐ  นั่นทำให้การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำถูกสกัดช่วงบวกเอาไว้  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดค้าปลีก, อัตราการใช้กำลังผลิต,  การผลิตภาคอุตสาหกรรม, ตัวเลขสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก UoM และคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อจาก UoM

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,582 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจทำให้เกิดการอ่อนตัวลง โดยประเมินแนวรับบริเวณที่ 1,565-1,558 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากสามารถยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้นอีกครั้ง โดยราคายังคงแกว่งตัวในกรอบในทิศทางค่อยๆปรับตัวขึ้น

กลยุทธ์การลงทุน :

การซื้อขายยังคงเน้นการเก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว ทั้งนี้ การเปิดสถานะขายอาจพิจารณาในโซน 1,582 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ฝั่งขายตัดขาดทุนหากผ่านโซนดังกล่าว ) และเข้าซื้อเมื่อตลาดปรับตัวลงมาในบริเวณแนวรับ 1,565-1,558 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) บริษัทวิจัยเผยพิษไวรัสโควิด-19 กระทบอุปสงค์เดินทางทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก  ForwardKeys ซึ่งเป็นบริษัทวิเคราะห์ด้านการเดินทาง เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กำลังส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ด้านการเดินทางทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก  ทั้งนี้ การจองตั๋วเดินทางขาออกของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกลดลง 10.5% ในเดือนมี.ค.และเม.ย. โดยไม่รวมการเดินทางไปและกลับจากจีนและฮ่องกง  ข้อมูล ณ วันที่ 9 ก.พ. บ่งชี้ว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยการจองตั๋วเดินทางขาออกของภูมิภาคดังกล่าวลดลง 17.1% ในเดือนมี.ค.และเม.ย.
  • (+) สหรัฐเผยผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รวม 15 ราย ล่าสุดอพยพจากเมืองอู่ฮั่น  ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) เปิดเผยว่า สหรัฐมีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวนรวม 15 ราย โดยรายล่าสุดเป็นชาวอเมริกันที่ได้อพยพออกจากเมืองอู่ฮั่น และขณะนี้กำลังถูกกักตัวอยู่ที่ฐานทัพสหรัฐในรัฐเท็กซัส
  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 128.11 จุด หลังจีนเผยจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 พุ่ง  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (13 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) หลังจากจีนเปิดเผยจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งขึ้นอย่างมาก โดยมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนเกณฑ์ในการนับจำนวนผู้ติดเชื้อ  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 29,423.31 จุด ลดลง 128.11 จุด หรือ -0.43% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,373.94 จุด ลดลง 5.51 จุด หรือ -0.16% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,711.97 จุด ลดลง 13.99 จุด หรือ -0.14%
  • (-) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 2,000 ราย สู่ระดับ 205,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 210,000 ราย
  • (-) ยูโรดิ่งต่ำสุดรอบกว่า 2 ปีเทียบดอลลาร์ เก็งสหรัฐรับมือผลกระทบไวรัสดีกว่ายุโรป  ยูโรดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปีเทียบดอลลาร์ในวันนี้ โดยนักลงทุนพากันซื้อดอลลาร์ เนื่องจากมองว่าสหรัฐจะสามารถรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ดีกว่ายุโรป  ณ เวลา 00.15 น.ตามเวลาไทย ดอลลาร์ร่วงลง 0.25% สู่ระดับ 109.80 เยน ขณะที่ยูโรปรับตัวลง 0.51% สู่ระดับ 119.05 เยน และร่วงลง 0.26% สู่ระดับ 1.0840 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2560 ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน บวก 0.02% สู่ระดับ 99.07
  • (+/-) สหรัฐเผยดัชนี CPI ทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนม.ค.  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนธ.ค.  ดัชนี CPI ทั่วไปได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของราคาอาหาร แม้ว่าราคาพลังงานร่วงลง  เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI ทั่วไปเพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2561 หลังจากเพิ่มขึ้น 2.3% ในเดือนธ.ค.  นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี CPI ทั่วไปจะเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบรายปี  หากไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ดัชนี CPI พื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนม.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนธ.ค.