ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 27, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 14 ก.ค.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

ราคาทองคำยังมีกำลังซื้อที่ไม่มาก การเข้าซื้อควรรอเมื่อราคาอ่อนตัวลงไม่หลุดแนวรับ หากราคาทองคำยังคงพยายามยืนเหนือโซน 1,791-1,789 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ ทำให้ราคายังคงมีโอกาสขยับขึ้นเพื่อทดสอบแนวต้านอีกครั้ง

แนวรับ : 1,789 1,777 1,768 แนวต้าน : 1,807 1,818 1,831

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.13  ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ในสหรัฐจะกระทบกับเส้นทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ  หลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังคงพุ่งสูงขึ้น  ล่าสุดผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ในสหรัฐเพิ่มขึ้น 64,605 ​​รายจากวันก่อนหน้าตามข้อมูลที่เก็บรวบรวมโดย Johns Hopkins University และ Bloomberg News  จนทำให้ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียต้องสั่งการให้ทุกเขต ปิดบาร์ ภัตตาคารที่นั่งรับประทานภายในร้าน โรงภาพยนตร์ โรงกลั่นไวน์ และสถานบันเทิงในร่มอื่นๆ  รวมถึงสั่งปิดโบสถ์ โรงยิม และร้านทำผมในเขตที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมากอีกด้วย  ปัจจัยที่กล่าวมาหนุนให้ราคาทองคำทะยานขึ้นทำระดับสูงสุดบริเวณ 1,813.44 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างวัน  อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำลดช่วงบวกในเวลาต่อมา  จากแรงขายทำกำไรสินทรัพย์ปลอดภัยในวงกว้าง  ทั้งทองคำ  สกุลเงินดอลลาร์  รวมถึงพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ  ขานรับข่าวดีที่สำนักงานอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ได้ให้สถานะ “fast track” แก่บริษัท “ไฟเซอร์-BioNTech” ในการทดลองวัคซีนต้านไวรัสCOVID-19 ทำให้ทางบริษัทได้รับการผ่อนคลายกฎระเบียบจาก FDA และส่งผลให้การพัฒนาวัคซีนเป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองเพิ่ม +3.51 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจขนาดเล็กจาก NFIB  และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำพยายามสร้างฐานและพยายามทรงตัวในระดับสูง ทั้งนี้ หากราคายืนเหนือโซน 1,791-1,789 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อาจทำให้เห็นการดีดตัวขึ้นเพื่อพยายามทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,807-1,818 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากยังไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านได้ อาจเห็นการย่อตัวของราคาลงเพื่อสร้างฐานราคาอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

ดูบริเวณ 1,791-1,789 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่หลุดเสี่ยงเข้าซื้อเก็งกำไรจากการดีดตัวขึ้น (ตัดขาดทุนหากราคาหลุด 1,789 ดอลลาร์) และขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นบริเวณแนวต้าน 1,807-1,818 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาไม่ผ่านแนวต้าน อาจใช้วิธีการลดพอร์ตการลงทุน เพื่อลดความเสี่ยง

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) รัฐแคลิฟอร์เนียสั่งปิดร้านอาหาร,บาร์ในร่มทั่วรัฐขณะยอดผู้ติดโควิด-19 เพิ่มต่อเนื่อง  นายเกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียในสหรัฐสั่งปิดร้านอาหาร, ร้านไวน์, โรงภาพยนตร์ และสถานบันเทิงในร่มอื่นๆ เพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19  บาร์และโรงเบียร์ทั่วรัฐต้องปิดบริการในร่มและกลางแจ้งทั้งหมด ขณะที่ ศูนย์ฟิตเนส, พิธีทางศาสนา, การประท้วง และร้านเสริมสวย ต้องปิดบริการในเทศมณฑลต่างๆที่อยู่ในรายการเฝ้าสังเกตการณ์ติดต่อกัน 3 วัน เทศมณฑลดังกล่าวได้รวมถึงซาคราเมนโท, ซานตา บาร์บารา, ซานเบนิโต และซาน ดิเอโก้ 
  • (+) “S&P” ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่, คาดร่วง 4.7% ในปีนี้  S&P Global ซึ่งเป็นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของตลาดเกิดใหม่เมื่อวานนี้ โดยคาดการณ์ถึงการร่วงลงเฉลี่ย 4.7% ในปีนี้จากโควิด-19 และเตือนว่า ทุกประเทศจะมีร่องรอยความเสียหายที่เหลืออยู่อย่างถาวร   S&P Global ระบุว่า การทบทวนปรับลดจีดีพีดังกล่าวส่วนใหญ่สะท้อนข้อเท็จจริงว่า โรคระบาดย่ำแย่ลงในตลาดเกิดใหม่จำนวนมาก และมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อการค้าต่างประเทศมากกว่าที่คาดการณ์ในเดือนเม.ย. เมื่อ S&P คาดการณ์ถึงการหดตัว 1.8%  “เราคาดการณ์ว่า จีดีพีเฉลี่ยของตลาดเกิดใหม่ ไม่รวมจีน จะลดลง 4.7% ในปีนี้ และจะเติบโต 5.9% ในปี 2021 ความเสี่ยงส่วนใหญ่ยังอยู่ในขาลงและสัมพันธ์กับความคืบหน้าของโรคระบาด”
  • (+) ดอลล์อ่อน เหตุนลท.ขายสกุลเงินปลอดภัยหลังวัคซีนต้านโควิดคืบหน้า  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (13 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย หลังจากข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับการผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ได้ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.20% สู่ระดับ 96.4633 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3587 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3589 ดอลลาร์แคนาดา แต่แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.28 เยน จากระดับ 106.93 เยน และแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9416 ฟรังก์ จากระดับ 0.9415 ฟรังก์  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1352 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1297 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2570 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2625 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6963 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6946 ดอลลาร์สหรัฐ
  •  (+) WHO ชี้ยอดติดเชื้อโควิดรายใหม่สหรัฐ-บราซิลคิดเป็นครึ่งหนึ่งของทั้งโลก  นายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ของสหรัฐและบราซิลรวมกันคิดเป็นสัดส่วนราวครึ่งหนึ่งของผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งโลกในแต่ละวัน  ทั้งนี้ สหรัฐและบราซิลมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่รวมกัน 111,319 รายเมื่อวานนี้ ซึ่งคิดเป็นราวครึ่งหนึ่งของตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั่วโลก  “หลายประเทศกำลังไปผิดทาง โดยไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรการในการลดความเสี่ยง” นายแพทย์ทีโดรสกล่าว
  • (-) FDA ไฟเขียว”ไฟเซอร์-BioNTech”ได้ fast track เร่งผลิตวัคซีนต้านโควิด-19  ไฟเซอร์ อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทยาใหญ่ที่สุดของสหรัฐ และ BioNTech ซึ่งเป็นบริษัทยาของเยอรมนี ออกแถลงการณ์เมื่อวานนี้ ระบุว่า ทั้งสองบริษัทได้รับสถานะ “fast track” จากสำนักงานอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ในการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ซึ่งจะทำให้ทางบริษัทได้รับการผ่อนคลายกฎระเบียบจาก FDA และส่งผลให้การพัฒนาวัคซีนเป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น  ขณะนี้ วัคซีน BNT162b1 และ BNT162b2 ถือเป็นวัคซีน 2 ตัวที่มีความคืบหน้ามากที่สุดของไฟเซอร์ และ BioNTech จากทั้งหมด 4 ตัว  ไฟเซอร์ และ BioNTech เปิดเผยว่า หากวัคซีนดังกล่าวได้รับการอนุมัติจาก FDA ทางบริษัทจะสามารถผลิตวัคซีนจำนวน 100 ล้านโดสภายในสิ้นปีนี้ และมากกว่า 1.2 พันล้านโดสภายในสิ้นปีหน้า  นอกจากนี้ ไฟเซอร์ และ BioNTech เตรียมทำการทดลองกับอาสาสมัครจำนวน 30,000 รายภายในเดือนนี้ หากได้รับการอนุมัติจาก FDA
  • (+/-) ดาวโจนส์ปิดบวกเล็กน้อย ขณะ S&P500,Nasdaq ร่วงจากแรงขายหุ้นเทคโนฯ,วิตกยอดโควิดพุ่ง  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเพียงเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (13 ก.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากข่าวที่ว่า ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียได้สั่งปิดสถานประกอบการบางประเภทอีกครั้ง ซึ่งรวมถึงบาร์และโรงภาพยนตร์ หลังจากยอดติดเชื้อโควิด-19 พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,085.80 จุด เพิ่มขึ้น 10.50 จุด หรือ +0.04% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,155.22 จุด ลดลง 29.82 จุด หรือ -0.94% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,390.84 จุด ลดลง 226.60 จุด หรือ -2.13%