อังคาร. ก.พ. 18th, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 14 ม.ค.63(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,528 1,516 1,507

แนวต้าน : 1,545 1,552 1,561

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  ท่ามกลางความหวังเรื่องพัฒนาการทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน และ การเตรียมลงนามข้อตกลงการค้าในวันพุธนี้ แต่หุ้นจีนลดแรงบวกลงในวันนี้ เนื่องจากแรงขายทำกำไร ทั้งนี้ ระหว่างดัชนีหุ้นบลูชิพ CSI300 ของจีนปรับขึ้นมากถึง 0.5% สู่ระดับสูงสุดรอบเกือบ 2 ปี ก่อนที่จะอ่อนตัวลงจนปิด -14.10 จุด หรือ -0.34%  และ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีนปิด – 8.75 จุดหรือ -0.28% ส่งผลให้ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นได้บ้าง นอกจากนี้ แนะนำติดตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐคืนนี้ ซึ่งจะมีรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 /2019 ของบริษัท JPMorgan Chase & Co (JPM.N), Citigroup Inc (C.N) และ Wells Fargo & Co (WFC.N) ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่ากำไรของบริษัทบนกระดาน S&P500 จะปรับลง 0.6% ติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2 อย่างไรก็ตาม นักลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐคาดการณ์ว่า ผลประกอบการเชิงบวกอาจมากขึ้นเมื่อสหรัฐและจีนแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการค้า ทั้งนี้ หากระยะสั้นราคาทองคำขยับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,545-1,552 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถผ่านไปได้จะเกิดการย่อตัวเพื่อลงมาสร้างฐานของราคาอีกครั้ง จึงแนะนำแบ่งทองคำออกขายบางส่วน แล้วรอราคาอ่อนตัวลงค่อยเสี่ยงซื้อเพื่อหวังทำกำไรระยะสั้นหากราคาทองคำอ่อนตัวลงและสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,528 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: หากราคาพยายามปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 1,545-1,552 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้ ประเมินว่าราคาทองคำจะอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับบริเวณ 1,528 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position แนะนำให้ทยอยปิดสถานะทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,545-1,552 ดอลลาร์ต่อออนซ์แล้วรอจังหวะเข้าซื้อหากราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดแนวรับ 1,528 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position แนะนำนักลงทุนปิดสถานะทำกำไรบริเวณแนวรับ 1,528 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหากราคาปรับตัวขึ้นยืนเหนือ 1,561ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อย่างแข็งแกร่งอาจใช้เป็นจุดตัดขาดทุน

Open New เปิดสถานะขายหากราคาดีดตัวขึ้นไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,545-1,552 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และปิดสถานะทำกำไรหากราคาอ่อนตัวลงไม่หลุดแนวรับ 1,528 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาปรับตัวลงแรงและหลุดแนวรับที่ 1,528 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำชะลอการเข้าซื้อคืนออกไป

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) นักวิเคราะห์ยูบีเอสคาดเฟดอาจหั่นดอกเบี้ย 3 ครั้งปีนี้ เหตุข้อพิพาทการค้าฉุดเศรษฐกิจ  นักวิเคราะห์จากธนาคารยูบีเอสคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 3 ครั้งในปี 2563 เนื่องจากเชื่อว่า ผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลง ซึ่งจะผลักดันให้เฟดออกมาเคลื่อนไหวด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจ  เอเรนด์ เคปทีน นักวิเคราะห์ของยูบีเอสคาดว่า เฟดอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงถึง 3 ครั้งในปีนี้ ซึ่งแตกต่างจากนักวิเคราะห์รายอื่นๆ ที่คาดว่า เฟดอาจจะไม่เปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย หรืออาจจะลดอัตราดอกเบี้ยลงเพียง 1 ครั้งเท่านั้นในปีนี้  นักวิเคราะห์ของยูบีเอสรายนี้คาดว่า ข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวเพียง 0.5% ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ซึ่งจะทำให้เฟดตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
  • (+) เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดลบ 8.75 จุด ก่อนหน้าจีน-สหรัฐเซ็นข้อตกลงการค้า  ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดวันนี้อ่อนตัวลง ภายหลังจากที่จีนได้เปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจในวันนี้ แม้ว่า การลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกระหว่างจีนและสหรัฐจะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตอ่อนตัว 8.75 จุด หรือ 0.28% ปิดที่ 3,106.82 จุด 
  • (+) สภาอียูเตรียมลงมติข้อตกลงเบร็กซิทวันที่ 29 ม.ค.  หนังสือพิมพ์ the Guardian รายงานเมื่อวานนี้ว่า สภายุโรปจะลงมติต่อข้อตกลงเบร็กซิทระหว่างสหภาพยุโรป (EU) และสหราชอาณาจักรในวันที่ 29 ม.ค. ในช่วง 2 วันก่อนกำหนดเส้นตายเบร็กซิท  มติดังกล่าวจะมีขึ้นประมาณเวลา 00.00 น.ตามเวลาในไทย อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายดังกล่าวจะเผชิญกับการพิจารณาของคณะกรรมการสภาฝ่ายกิจการรัฐธรรมนูญก่อน และคณะกรรมการดังกล่าวมีแนวโน้มมากที่สุดที่จะพิจารณาข้อตกลังดังกล่าววันที่ 23 ม.ค.  เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา สภาอังกฤษมีมติอนุมัติข้อตกลงฉบับนี้ ซึ่งรู้จักกันอย่างเป็นทางการในชื่อกฎหมายร่างข้อตกลงการแยกตัว “Withdrawal Agreement Bill”
  • (+) ฮั่งเส็งปิดลบ 69.80 จุด ก่อนสหรัฐ-จีนลงนามข้อตกลงการค้า  ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดวันนี้ปรับตัวลดลง ขณะที่นักลงทุนจับตาการลงนามข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนอย่างใกล้ชิด โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมจัดพิธีลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนที่ทำเนียบขาวในวันพุธ เวลา 11.30 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 23.30 น.ตามเวลาไทย  ดัชนีฮั่งเส็งลดลง 69.80 จุด หรือ 0.24% ปิดวันนี้ที่ 28,885.14 จุด
  • (-) ยอดเกินดุลการค้าปี 2019 ของจีนกับสหรัฐแคบลงสู่ 2.958 แสนล้านดอลลาร์  การคำนวณที่อิงข้อมูลของกรมศุลกากรจีนแสดงวันนี้ว่า ยอดเกินดุลการค้าของจีนกับสหรัฐสำหรับเดือนธ.ค.อยู่ที่ 2.318 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งหดแคบลงเล็กน้อยจากยอดเกินดุล 2.46 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ย.  สำหรับตลอดทั้งปี จีนมียอดเกินดุลการค้า 2.958 แสนล้านดอลลาร์กับสหรัฐ ซึ่งลดลงจาก 3.2333 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2018  กรมศุลกากรระบุว่า การค้าทั้งหมดของจีนกับสหรัฐลดลง 14.6% ในปี 2019 โดยการส่งออกลดลง 12.5% และการนำเข้าลดลง 20.9%
  • (-) ผู้นำเกาหลีใต้เผยเกาหลีเหนือยังเปิดกว้างต่อการเจรจากับสหรัฐ  วันนี้ประธานาธิบดีมูน แจ-อิน ของเกาหลีใต้ระบุว่า ไม่จำเป็นต้องคิดในแง่ลบเกี่ยวกับการเจรจาปลดนิวเคลียร์ที่หยุดนิ่งระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือ โดยเสริมว่า เกาหลีเหนือยังไม่ปิดโอกาสในการเจรจาเพิ่มเติม  เขากล่าวว่า จดหมายเมื่อไม่นานมานี้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐถึงนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เป็นสัญญาณที่ดี ซึ่งเน้นย้ำถึงพันธกรณีของเขาในการเจรจากับเกาหลีเหนือ ผู้นำเกาหลีใต้กล่าวที่การแถลงข่าว ณ ทำเนียบประธานาธิบดี