พุธ. พ.ค. 27th, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 13 ม.ค.63(ภาคบ่าย) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,540 1,528 1,516

แนวต้าน : 1,552 1,567 1,580

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีนจะเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันวันที่ 13-15 ม.ค. เพื่อลงนามข้อตกลงชั่วคราว สำนักข่าววอลล์สตรีท รายงานว่า สหรัฐและจีนเห็นพ้องการเจรจารายครึ่งปีเพื่อผลักดันการปฏิรูปของทั้งสองประเทศและแก้ปัญหาความขัดแย้งต่างๆ โดยคณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐได้เชิญแขกอย่างน้อย 200 คนเข้าร่วมพิธีการลงนามในข้อตกลงการค้าระหว่างสองประเทศในวันที่ 15 ม.ค. นี้ ณ ทำเนียบขาว อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทม์ส รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า รัฐบาลสหรัฐมีแผนระงับโครงการโดรนพลเรือนอย่างถาวร เนื่องจากอุปกรณ์ที่ใช้บางส่วนผลิตขึ้นในประเทศจีน ประเด็นดังกล่าว สะท้อนความขัดแย้งเกี่ยวกับข้อพิพาททางทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งนี้ นักลงทุนจับตาความตึงเครียดทางการค้ากำลังถูกจับตาว่าจะถูกแก้ไขหรือไม่ หากข้อตกลงการค้าส่งผลด้านบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ จะสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำ เน้นลงทุนระยะสั้นจากการแกว่งตัวของราคา ในระยะสั้นหากราคาอ่อนตัวลงสามารถยืนเหนือ 1,545-1,540 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ เป็นจุดเสี่ยงซื้อเก็งกำไรระยะสั้น และหากราคาขยับขึ้นยังไม่สามารถยืนเหนือแนวต้าน 1,562-1,567 ดอลลาร์ต่อออนซ์ บริเวณนี้อาจโดนแรงขายออกมา นักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: หากราคาทองคำระหว่างวันกลับมาเคลื่อนไหวต่ำกว่าโซน 1,552 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจทำให้เกิดการอ่อนตัวลงของราคา ประเมินแนวรับบริเวณ 1,545-1,540 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถยืนเหนือโซนแนวรับได้ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้น โดยประเมินแนวต้านบริเวณ 1,562-1,567 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position ทยอยขายทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,562-1,567 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อลดความเสี่ยง แต่หากรับความเสี่ยงได้ให้รอดูบริเวณแนวต้านดังกล่าว หากสามารถยืนได้ ให้ปิดสถานะบริเวณแนวต้านถัดไป

Short Position ปิดสถานะบางส่วนหากราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,545-1,540 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าวสามารถรอทำกำไรบริเวณแนวรับถัดไปที่ 1,528 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New จับตาบริเวณ 1,545-1,540 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาสามารถยืนเหนือแนวดังกล่าวได้ อาจเปิดสถานะซื้อ โดยมีเป้าหมายทำกำไรระยะสั้นที่บริเวณ 1,562-1,567 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากรับความเสี่ยงได้น้อย อาจชะลอการลงทุนเพื่อรอดูการตั้งฐานของราคา

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) สื่อเผยสหรัฐเตรียมระงับโครงการโดรนพลเรือน เหตุกังวลถูกจีนใช้เพื่อสอดแนม หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทม์สรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า รัฐบาลสหรัฐมีแผนระงับโครงการโดรนพลเรือนอย่างถาวร เนื่องจากอุปกรณ์ที่ใช้บางส่วนผลิตขึ้นในประเทศจีน รายงานระบุว่า กระทรวงมหาดไทยของสหรัฐกำลังพิจารณาที่จะระงับโดรนประมาณ 1,000 ลำ หลังประเมินว่าความเสี่ยงที่โดรนอาจถูกจีนใช้เป็นอุปกรณ์สอดแนมนั้น สูงเกินไป
  • (+) อังกฤษ, เยอรมนีประณามการจับกุมทูตอังกฤษประจำอิหร่าน นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน แห่งอังกฤษและนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล แห่งเยอรมนีประณามการจับกุมเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำอิหร่าน, โฆษกจากสำนักนายกรัฐมนตรีอังกฤษระบุในแถลงการณ์หลังผู้นำทั้งสองหารือกันเมื่อวันอาทิตย์ “ในประเด็นอิหร่าน พวกเขาได้หารือเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมการสูญเสียชีวิตบนเครื่องบินโดยสารสายการบิน Ukraine International Airlines พวกเขาประณามการจับกุมเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำกรุงเตหะรานของอิหร่านว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ”  “ผู้นำทั้งสองยังหารือเรื่องการแบ่งปันผลประโยชน์ของเราเพื่อรับประกันว่าอิหร่านจะไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์และยืนยันพันธสัญญาของพวกเขาอีกครั้งในการรักษาข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน (JCPOA) ต่อไป”
  • (+) ‘ทูตอังกฤษ’ ประจำอิหร่านปัดร่วมประท้วงก่อนถูกจับ สำนักข่าวเมอร์ของอิหร่านรายงานว่านายร็อบ แมคแคร์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำกรุงเตหะราน ถูกจับกุมตามข้อกล่าวหาร่วมปลุกปั่นให้เกิดการกระทำต้องสงสัย ในการชุมนุมกันที่หน้ามหาวิทยาลัย  เจ้าตัวทวีตข้อความยืนยันว่าไม่ได้ร่วมประท้วง เขาไปร่วมงานที่ประกาศว่าเป็นการรำลึกผู้เสียชีวิตจากเที่ยวบินพีเอส 752 ตก ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ต้องไปเพราะมีชาวอังกฤษเสียชีวิตด้วย แต่พอผู้ร่วมงานเริ่มตะโกนประท้วงได้สัก 5 นาทีเขาก็ออกมา “การจับกุมนักการทูตผิดกฎหมายแน่นอนในทุกประเทศ” ทูตอังกฤษทวีตข้อความเพิ่มเติม ระบุด้วยว่า เขาถูกควบคุมตัวครึ่งชั่วโมง
  • (+) เกาหลีเหนือเตือนสหรัฐฯ-เกาหลีใต้ อย่าฝันว่าคำอวยพรวันเกิดจะเปลี่ยนใจ ‘ผู้นำคิม’ เมื่อวันศุกร์สัปดาห์ที่แล้ว เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีใต้เปิดเผยว่ารัฐบาลกรุงโซลได้ส่งต่อคำอวยพรวันเกิดจากประธานาธิบดีทรัมป์ไปให้นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ซึ่งเชื่อว่ามีอายุครบ 36 ปีเมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา แต่ในวันเสาร์ นายคิม ไก กวาน ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศของเกาหลีเหนือ บอกปัดว่าสหรัฐและเกาหลีใต้คงจะฝันไปว่าคำอวยพรวันเกิดของประธานาธิบดีทรัมป์จะทำให้นายคิม จอง อึน ผู้นำของเกาหลีเหนือยอมกลับคืนสู่โต๊ะเจรจา ที่ปรึกษาด้านกิจการต่างประเทศของเกาหลีเหนือยังย้ำด้วยว่า แม้จะประสบปัญหาทางเศรษฐกิจยากลำบากเพียงใดก็ตาม เปียงยางก็จะไม่ยอมยกเลิกขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ของตนเพื่อแลกกับการระงับมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจจากสหรัฐ  นายคิม ไก กวาน กล่าวว่า จะไม่มีการเจรจากับสหรัฐเหมือนที่เวียดนามอีกต่อไป และว่าเกาหลีเหนือเป็นฝ่ายที่ถูกสหรัฐหลอกลวงและเสียเวลากับเรื่องนี้มาถึงปีครึ่งแล้ว ดังนั้นการกลับมาเจรจากับสหรัฐอีกครั้งจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อสหรัฐยอมทำตามเงื่อนไขและข้อเรียกร้องของฝ่ายเกาหลีเหนือทั้งหมดเท่านั้น
  • (-) ทำเนียบขาวเผยสหรัฐหวังฟื้นเจรจากับเกาหลีเหนือ มุ่งปลดอาวุธนิวเคลียร์ นายโรเบิร์ต โอไบรอัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ เปิดเผยกับเว็บไซต์ข่าว Axios ว่า ทางการสหรัฐต้องการกลับมาเจรจากับรัฐบาลเกาหลีเหนืออีกครั้ง โดยมีเป้าหมายเพื่อปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี หลังการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายได้หยุดชะงักลงมาเป็นเวลาหนึ่ง นอกจากนี้ นายโอไบรอัน ยังเปิดเผยด้วยว่า การที่เกาหลีเหนือยังไม่ได้ส่ง “ของขวัญคริสต์มาส” ให้กับสหรัฐตามที่ขู่ไว้นั้น นับเป็นสัญญาณความหวังเล็กๆว่า การเจรจาดังกล่าวมีโอกาสที่จะรื้อฟื้นได้ โดยหลายฝ่ายมองว่าของขวัญคริสต์มาสที่ว่านี้เป็นการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์
  • (-) การลงนามข้อตกลงการค้าจีน-สหรัฐเร็วๆนี้หนุนสกุลเงินเอเชีย; ปอนด์ร่วง การลงนามข้อตกลงการค้าขั้นต้นของจีน-สหรัฐในอนาคตอันใกล้ช่วยหนุนให้สกุลเงินเอเชียปรับขึ้นในวันนี้ แต่เงินปอนด์ร่วงจากสัญญาณล่าสุดว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) อาจลดดอกเบี้ยนโยบาย ข้อตกลงการค้าสหรัฐ-จีนมีกำหนดลงนามที่ทำเนียบขาวในวันพุธ ซึ่งเป็นก้าวแรกในการยุติความขัดแย้งทางการค้าที่ดำเนินมานาน 18 เดือนระหว่างสองประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลก สกุลเงินปอนด์ของอังกฤษร่วง 0.3% มาที่ 1.3037 ดอลลาร์และแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือนหลังการแสดงความเห็นเชิงผ่อนคลายของนายเกอร์จาน วีไล เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายของธนาคารกลางอังกฤษ เขาส่งสัญญาณเรื่องการผ่อนคลายนโยบาย โดยกล่าวต่อหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทม์สว่าเขาจะลงมติลดดอกเบี้ยในช่วงต่อไปในเดือนนี้ หากไม่มีการพัฒนาในระยะใกล้และชัดเจนในข้อมูลการเติบโตทางเศรษฐกิจ