พุธ. ธ.ค. 11th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 13 พ.ย.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,445 1,436 1,428

แนวต้าน : 1,464 1,473 1,480

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด มีกำหนดแถลงแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐต่อคณะกรรมการเศรษฐกิจร่วมของสภาคองเกรส คืนนี้ เวลา 23.00 น.ตามเวลาไทย ว่าจะมีการส่งสัญญาณต่อการดำเนินนโยบายการเงินในทิศทางใด หลังจากถูกกดดันจากทาง ปธน.ทรัมป์ ให้ลดอัตราดอกเบี้ยลง นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาการไต่สวนต่อสาธารณะครั้งแรกกรณีการถอดถอน ปธน.ทรัมป์ จะเริ่มขึ้นในคืนนี้ เวลา 22.00 น.ตามเวลาไทย ซึ่ง นายบิล เทเลอร์และนายจอร์จ เคนท์ นักการทูตสหรัฐ จะแถลงในการเปิดการพิจารณา และในการไต่สวนครั้งนี้จะเป็นโอกาสให้ประชาชนชาวอเมริกันประเมินพยานด้วยตนเอง เพื่อให้พวกเขาตัดสินใจด้วยตนเองเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของพยาน ซึ่งอาจส่งผลต่อคะแนนนิยมของปธน.ทรัมป์ และจะส่งผลต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2020 เบื้องต้นประเด็นดังกล่าวพยุงราคาทองคำไว้ ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาความคืบหน้าเกี่ยวกับการสอบสวนดังกล่าวเพื่อใช้เป็นปัจจัยชี้นำราคาทองคำเพิ่มเติม ทั้งนี้แนะนำนักลงทุนที่มีทองคำในมือ แนะนำขายบางส่วนหากราคาไม่ผ่านบริเวณแนวต้านบริเวณ 1,464-1,473 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหากราคาอ่อนตัวลงสามารถยืนเหนือ บริเวณ 1,445-1,436 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้แนะนำให้เข้าเสี่ยงซื้อเพื่อลงทุนระยะสั้น

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ระหว่างวันราคาทองคำปรับตัวขึ้น โดยพยายามทดสอบกรอบแนวต้านด้านบน  ซึ่งหากราคาทองคำไม่สามารถทะลุผ่านกรอบบนที่ 1,464  ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ อาจเห็นการย่อตัวของราคากลับลงมาบริเวณโซน 1,445-1,436 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาสามารถทะลุผ่านกรอบบนไปได้มีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 1,473 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position ติดตามราคาทองคำอย่างใกล้ชิดบริเวณ 1,464 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งหากไม่สามารถผ่านไปได้ให้นักลงทุนขายทำกำไร แต่หากรับความเสี่ยงได้ให้รอดูว่ายืนได้หรือไม่ หากสามารถยืนได้ให้ปิดสถานะในบริเวณ 1,473 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position ให้จับตาบริเวณแนวรับโซน 1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่หลุดแนวดังกล่าวแนะนำให้ปิดสถานะ แต่หากราคาหลุดแนวดังกล่าวให้ชะลอไปปิดสถานะทำกำไรบริเวณแนวรับถัดไป 1,436 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New แนะนำเก็งกำไรระยะสั้น หาจังหวะเปิดสถานะขายหากราคาดีดตัวขึ้นไม่ผ่านโซนแนวต้าน 1,464-1,473 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และปิดสถานะทำกำไรเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาไม่หลุดบริเวณแนวรับ 1,445-1,436 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) นักเศรษฐศาสตร์ชี้เทคโนโลยีจีนจะเผชิญข้อจำกัดเข้มงวดจากสหรัฐแม้ทำข้อตกลงการค้า นักเศรษฐศาสตร์ของ UBS ระบุว่า ข้อจำกัดอันเข้มงวดของสหรัฐต่อเทคโนโลยีของจีนจะคงอยู่ต่อไป นักเศรษฐศาสตร์กล่าวต่อสถานีโทรทัศน์ CNBC เมื่อวานนี้ว่า Huawei และบริษัทเทคโนโลยีจีนอื่นๆจะเผชิญข้อจำกัดอันเข้มงวดจากสหรัฐ แม้ว่าจะมีการทำข้อตกลงการค้าใดๆในอนาคต  สหรัฐและจีนเผชิญความขัดแย้งทางการค้า 18 เดือน ความขัดแย้งด้านภาษีตอบโต้ของพวกเขาทวีความรุนแรงในเดือนพ.ค.เมื่อสหรัฐดำเนินการห้าม Huawei จากการขายเทคโนโลยีของทางบริษัทในตลาดสหรัฐ  นายเถา หวัง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จีนของ UBS ระบุว่า “แม้ว่ามีการทำข้อตกลงการค้าระยะที่ 1 หรือแม้แต่ข้อตกลงการค้าฉบับสมบูรณ์ เราคาดว่า ข้อจำกัดที่เข้มงวดมากขึ้นจากสหรัฐต่อเทคโนโลยีจะดำเนินต่อไป”  นายหวังกล่าวว่า การตัดสินใจของสหรัฐในการคว่ำบาตรบริษัท Huawei เป็น “แรงกระตุ้นที่แสดงว่า ความขัดแย้งด้านการค้าได้กระจายไปยังด้านอื่นๆ เช่นเทคโนโลยี
  • (+) นักวิเคราะห์“BAML”คาดจีนอาจเข้าแทรกแซงในกิจการฮ่องกงมากขึ้นหลังการประท้วง นักวิเคราะห์กล่าวในวันนี้ว่า การประท้วงต่อเนื่องในฮ่องกงอาจจะกระตุ้นให้จีนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจการของฮ่องกงมากขึ้น ความคิดเห็นดังกล่าวมีขึ้นหลังความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในฮ่องกงซึ่งเผชิญกับเหตุการณ์ความไม่สงบที่ในขณะนี้ยืดเยื้อเป็นเวลากว่า 5 เดือน  “ผมคิดว่า การประท้วงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุด ผมคิดว่า จีนจะเข้าแทรกแซงในกิจการของฮ่องกงมากขึ้นอย่างมาก” นายเดวิด ชุย หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์หุ้นจีนของ Bank of America Merrill Lynch (BAML) กล่าว “อาจจะมีมาตรการการกระจายความมั่งคั่งและรายได้ที่สำคัญอย่างมาก” นายชุยกล่าว  “นโยบายในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาอาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงโดยสิ้นเชิง” นายชุยเสริม เขากล่าวว่า การเดินขบวนได้แสดงว่า นโยบายก่อนหน้านี้ของจีนต่อฮ่องกงที่เขาระบุว่า “เป็นการไม่ยุ่งเกี่ยวที่เหมาะสม” นับตั้งแต่ที่ฮ่องกงกลับคืนสู่การปกครองของจีนในปี 1997 ไม่ได้ผล
  • (+/-) เงินเฟ้อเยอรมันปรับขึ้น 1.1% ในต.ค.เทียบรายปี สำนักงานสถิติของรัฐบาลกลางเยอรมันเปิดเผยในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในเยอรมนีปรับขึ้น 1.1% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการยืนยันประมาณการชั่วคราวก่อนหน้านี้ ตัวเลขดังกล่าวลดลงจากอัตราเงินเฟ้อรายปีของเดือนก.ย.ที่ 1.2% และเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ดัชนี CPI ในเยอรมนีสูงขึ้น 0.1% ค่าบริการมีผลอย่างมากต่อการปรับขึ้น ในขณะที่ค่าบริการดีดตัวขึ้น 1.7% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่ราคาอาหารปรับขึ้น 1.1% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปี 2018 ในทางตรงกันข้าม ราคาพลังงานลดลง 2.1% เมื่อเทียบรายปี ราคาสินค้าทั้งหมดปรับขึ้น 0.4% ในเดือนต.ค.
  • (+/-) เปิดแผน ‘รีพับลิกัน’ รับมือ ‘เดโมเเครต’ ในการไต่สวนขอถอดถอนทรัมป์ ในวันพุธตามเวลาสหรัฐฯ สภาผู้แทนราษฎรอเมริกันที่มีพรรคเดโมเเครตคุมเสียงข้างมากอยู่ จะเริ่มการไต่สวนอย่างเปิดเผย ในกระบวนการขอถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ออกจากตำแหน่ง ตามกำหนดการ นักการทูตอเมริกัน เช่น นายวิลเลี่ยม เทย์เลอร์ เอกอัครชทูตสหรัฐฯประจำยูเครนคนปัจจุบัน จะให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการของสภาฯ ที่ต้องการตรวจสอบว่า ประธานาธิบดีทรัมป์กดดันให้ยูเครน ขุดคุ้ยข้อมูลที่อาจให้ร้ายต่อ อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเด้น คู่แข่งทางการเมืองของเขา หรือไม่  เพื่อเป็นการรับมือการไต่สวนครั้งนี้ ฝ่ายรีพับลิกัน เตรียมที่จะปกป้องประธานาธิบดีทรัมป์ ในประเด็นหลักๆดังนี้ ประการแรก ยุทธศาตร์ของพรรครีพับลิกันต้องการชี้ให้เห็นว่า การพูดคุยกันทางโทรศัพท์ครั้งนั้นไม่ใช่การเจรจาลับ และไม่มีหลักฐานว่าอเมริกากดดันยูเครนแต่อย่างใด นอกจากนี้ รัฐบาลยูเครนไม่ทราบในเวลานั้นว่า สหรัฐฯกำลังที่จะระงับการความช่วยเหลือทางทหารต่อยูเครน จะรู้เรื่องนี้ก็เพียง เมื่อการระงับความช่วยเหลือเกิดขึ้นแล้ว และรีพับลิกันต้องการชี้ให้เห็นว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ กลับมาให้ความช่วยเหลือทางทหารต่อยูเครนในวันที่ 11 กันยายนปี นี้ โดยที่ยูเครนไม่ได้เปิดการสอบสวนครอบครัวไบเด้น เเต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ส.ส.เดโมเเครต นายอะดัม ชิฟฟ์ ผู้นำการไต่สวนขอถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวว่า กระบวนการที่จะเกิดขึ้นในวันพุธ “มีจุดประสงค์เพื่อนำความจริงมาให้เห็นประจักษ์ต่อสายตาชาวอเมริกัน”