ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 28, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 13 พ.ค.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นการซื้อขายเก็งกำไรระยะสั้น เข้าซื้อในบริเวณ 1,695-1,690 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากหลุด 1,680 ดอลลาร์ต่อออนซ์) พิจารณาขายเพื่อทำกำไรช่วงสั้นหากไม่ผ่านแนวต้าน 1,717-1,723 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,690 1,680 1,668 แนวต้าน : 1,723 1,739 1,747

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น  2.86 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์  หลังดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั่วไปของสหรัฐดิ่งลง 0.8% ในเดือนเม.ย. ปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2008 ส่วนดัชนี CPI พื้นฐานดิ่งลง 0.4% ในเดือนเม.ย. ทรุดตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลในปี 1957  นอกจากนี้ราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยยังได้รับแรงหนุนเพิ่ม จากการร่วงลงของสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดสหรัฐ  หลังนายแพทย์แอนโทนี ฟอซี ผอ.สถาบันภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐ เตือนว่ารัฐต่างๆจะเผชิญกับผลกระทบร้ายแรงตามมา หากเปิดเศรษฐกิจก่อนเวลาอันควร อีกทั้งยังคาดว่าการระบาดรอบที่ 2 อาจจะเกิดขึ้นในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้  อย่างไรก็ดี การปรับขึ้นของราคายังไปได้ไม่ไกล  โดยราคาทองคำถูกสกัดช่วงบวกจากการที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารสหรัฐ(เฟด) ไม่ว่าจะเป็นนายชาร์ลส์  อีแวนส์ ประธานเฟดชิคาโก, นายโรเบิร์ต  แคปแลน  ประธานเฟดดัลลัส, นายเจมส์ บูลลาร์ดประธานเฟดเซนต์หลุยส์ รวมไปถึงนายนีล คาชคารี ประธานเฟดมินนิอาโปลิส  ต่างออกมาประสานเสียงกัน “คัดค้าน” การใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ  แม้ว่าวานนี้ประธานธิบดีทรัมป์จะออกมาทวีตเรียกร้องให้เฟดใช้นโยบายดังกล่าวก็ตาม ขณะที่ดัชนี CPI ที่ออกมาแย่เกินคาด สะท้อนว่าเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ  จึงเป็นปัจจัยสกัดช่วงบวกทองคำเพิ่มเติม  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่ม+2.59 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และจับตาถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ผ่าน Webinar  ที่จัดขึ้นโดย the Peterson Institute for International Economics ในหัวข้อเกี่ยวกับ “ประเด็นเศรษฐกิจในปัจจุบัน  หรือ Current Economic Issues “

จจัยทางเทคนิค :

หลังจากราคาทองคำทดสอบแนวรับโซน 1,690 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และสามารถยืนได้จึงเกิดแรงซื้อพยุงราคาไว้ อย่างไรก็ตามหากการปรับตัวขึ้นยังไม่สามารถผ่านโซนแนวต้านระยะสั้นอยู่ที่ 1,717-1,723 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ประเมินว่าเป็นการแกว่งตัวในกรอบเดิมซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นช่วงสั้น

กลยุทธ์การลงทุน :

ซื้อขายเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัวในกรอบ โดยเปิดสถานะซื้อในบริเวณ 1,695-1,690 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ลดพอร์ตการลงทุนหากราคาหลุด 1,680 ดอลลาร์ต่อออนซ์) หากราคาดีดตัวขึ้นให้พิจารณาโซน 1,717-1,723 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นจุดปิดสถานะทำกำไร

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) แพทย์ใหญ่ทำเนียบขาวเตือนโควิดอาจระบาดรอบสอง หากสหรัฐเปิดเศรษฐกิจก่อนเวลาอันควร  นายแพทย์แอนโทนี ฟอซี ผู้อำนวยการสถาบันภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐ และเป็นนายแพทย์ใหญ่ของคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการควบคุมไวรัสโควิด-19 ของทำเนียบขาว เตือนว่า รัฐต่างๆ ในสหรัฐจะเผชิญกับผลกระทบร้ายแรงตามมา หากมีการเปิดเศรษฐกิจก่อนเวลาอันควร ในช่วงที่ไวรัสโควิด-19 ยังคงแพร่ระบาด  นายแพทย์ฟอซียังกล่าวด้วยว่า แม้ว่ารัฐบางรัฐที่มีการดำเนินการอย่างเหมาะสมในการเปิดเศรษฐกิจนั้น ก็อาจจะได้เห็นตัวเลขการติดเชื้อที่สูงขึ้น  นอกจากนี้ นายแพทย์ฟอซียังเตือนว่า “มีความเป็นไปได้ที่การแพร่ระบาดรอบที่ 2 อาจจะเกิดขึ้นในฤดูใบไม้ร่วงนี้”
  • (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 457.21 จุด หลังแพทย์ใหญ่ทำเนียบขาวเตือนโควิด-19 ระบาดรอบสอง  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (12 พ.ค.) หลังจากนายแพทย์ใหญ่ประจำคณะทำงานของทำเนียบขาวเตือนว่า ไวรัสโควิด-19 อาจแพร่ระบาดเป็นรอบที่สองในสหรัฐ หากมีการเปิดเศรษฐกิจก่อนเวลาอันควร ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ  ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 23,764.78 จุด ร่วงลง 457.21 จุด หรือ -1.89% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,870.12 จุด ลดลง 60.20 จุด หรือ -2.05% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,002.55 จุด ลดลง 189.79 จุด หรือ -2.06%
  • (+) “ทรัมป์” เรียกร้องเฟดอีกครั้งให้ดำเนินการดอกเบี้ยติดลบ  เมื่อวานนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบ แม้แต่ในขณะที่สมาชิกหลายคนของธนาคารกลางสหรัฐระบุว่า พวกเขาไม่เห็นความจำเป็นสำหรับอัตราดอกเบี้ยซึ่งขณะนี้ใกล้ 0% ในการเคลื่อนเข้าสู่แดนลบ  เขากล่าวผ่านทวิตเตอร์ว่า “ตราบใดที่ประเทศอื่นๆได้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยติดลบ สหรัฐควรได้รับ ‘ของขวัญ’ ดังกล่าว ควรปรับลดดอกเบี้ยอย่างมาก!”
  • (+) ดอลล์อ่อนหลังเงินเฟ้อสหรัฐทรุดหนัก ปอนด์ร่วงเหตุแผนผ่อนคลายล็อกดาวน์ไม่ชัดเจน  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (12 พ.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ทรุดตัวลงหนักสุดในรอบกว่า 10 ปี ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ที่ยังไม่ชัดเจนของรัฐบาลอังกฤษ  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.31% สู่ระดับ 99.93 เมื่อคืนนี้   ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.25 เยน จากระดับ 107.76 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9689 ฟรังก์ จากระดับ 0.9728 ฟรังก์ เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2280 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2329 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.0854 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0808 ดอลลาร์
  • (-) WHO เผยผลทดสอบยาต้านโควิด ได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ  นางมาร์กาเร็ท แฮร์ริส โฆษกองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า การทดสอบยาต้านไวรัสโควิด-19 ที่ทาง WHO ได้ดำเนินการร่วมกับสถาบันต่างๆทั่วโลก ได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ  นางแฮร์ริสเปิดเผยว่า การทดสอบยาต้านไวรัสโควิด-19 ในบางกรณีพบว่า ยาดังกล่าวสามารถลดความรุนแรง หรือลดระยะเวลาของการติดเชื้อไวรัสโควิด-19  อย่างไรก็ดี นางแฮร์ริสยอมรับว่า WHO ยังไม่พบยาที่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19  ทั้งนี้ ยาที่เข้าร่วมในโครงการทดลองระดับโลกดังกล่าว ได้แก่ remdesivir, ritonavir, Interferon beta-1a และ hydroxychloroquine
  • (+/-) โควิด-19 ทุบดัชนี CPI สหรัฐร่วง 0.8% ดิ่งแรงสุดรอบกว่า 10 ปี  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั่วไปดิ่งลง 0.8% ในเดือนเม.ย. ปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ในเดือนธ.ค.2551 และเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 หลังจากลดลง 0.4% ในเดือนมี.ค.  อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI ทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนเม.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 1.5% ในเดือนมี.ค.  นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI ทั่วไปลดลง 0.8% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบรายปี