วิเคราะห์ราคาทองคำ 13 ก.ย.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

ทองคำขึ้นจากธนาคารกลางยุโรปผ่อนคลายนโยบายการเงิน

คืนนี้สหรัฐจะประกาศยอดค้าปลีกเดือนส.ค. 

ราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,490-1,515 ดอลลาร์

  • ราคาทองคำเมื่อวานในช่วงกลางคืนปรับขึ้นแรง หลังจากธนาคารกลางยุโรปประกาศผ่อนคลายนโยบายการเงิน โดยมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0% แต่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับธนาคารกลางยุโรป 0.10% สู่ระดับ       -0.50% และจะกลับมาใช้มาตรการ QE วงเงิน 2 หมื่นล้านยูโร/เดือนในเดือนพ.ย. โดยยังไม่มีกำหนดเวลาสิ้นสุด แต่มีแรงเทขายทำกำไรในที่สุด ทำให้ราคาทองคำปิดตลาดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยและปิดตลาดที่บริเวณ  1,500 ดอลลาร์ ซึ่งกองทุน SPDR ขายทองคำ 2.05 ตันเมื่อวาน
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศยอดค้าปลีกเดือนส.ค. ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 0.2% ชะลอตัวลงจากที่เดือนก.ค.เพิ่มขึ้น 0.7% ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ย.ของมหาวิทยาลัยมิชิแกน ตลาดคาดเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 90.4 จากระดับ 89.8 ในเดือนส.ค.
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ  1,490-1,515 ดอลลาร์ ทั้งนี้ทองคำมีแนวรับ 1,490 ดอลลาร์ และ 1,480 ดอลลาร์  ขณะที่มีแนวต้านที่ 1,515 ดอลลาร์ และแนวต้านถัดไปที่ 1,525 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,499.00 +2.12 1,490/1,480 1,515/1,525

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
21,700 +50 21,500/21,400 21,800/21,900

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
21,710 -130 21,670/21,580 21,980/22,100

เทรดดิ้งระยะสั้นแนะนำซื้อขายตามกรอบราคาทอง Spot ระหว่าง 1,490-1,515 ดอลลาร์ (GF 21,670-21,980 บาท)

สำหรับการลงทุนในทองแท่ง แนะนำทยอยซื้อสะสมที่ราคาทองคำ Spot 1,480 ดอลลาร์ และ 1,470 ดอลลาร์

โกลด์ฟิวเจอร์สออนไลน์

Close chg Support Resistance
1,500.30 -6.60 1,493/1,483 1,518/1,528

เทรดดิ้งระยะสั้นแนะนำซื้อขายตามกรอบราคา GOU19 ระหว่าง 1,493-1,518 ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : ดอลล์อ่อนเทียบยูโร นักลงทุนซึมซับผลประชุม ECB,ข้อมูลศก.สหรัฐ

          ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและเงินปอนด์ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (12 ก.ย.) หลังจากนักลงทุนซึมซับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ และผลการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) เมื่อวานนี้ โดยที่ประชุมได้ประกาศผ่อนคลายนโยบายการเงินด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยและรื้อฟื้นโครงการซื้อพันธบัตร ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดบวก $4.2 ขานรับ ECB ผ่อนคลายนโยบายการเงิน

              สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (12 ก.ย.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับสัญญาทองคำ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 4.2 ดอลลาร์ หรือ 0.28% ปิดที่ 1,507.4 ดอลลาร์/ออนซ์  สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ขยับขึ้น 0.7 เซนต์ หรือ 0.04% ปิดที่ 18.177 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดลบ 66 เซนต์ ผิดหวังโอเปกเลื่อนถกประเด็นลดกำลังการผลิต

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (12 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังต่อการที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และประเทศผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปก ซึ่งรวมถึงรัสเซีย ไม่ได้หารือเกี่ยวกับการเพิ่มปริมาณการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันในการประชุมเมื่อวานนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 66 เซนต์ หรือ 1.2% ปิดที่ 55.09 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย.   สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 43 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 60.38 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดบวก 45.41 จุด ขานรับ ECB ผ่อนคลายนโยบายการเงิน

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (12 ก.ย.) ขานรับการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) รวมทั้งสถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ส่งสัญญาณคืบหน้า โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มธนาคารพุ่งขึ้นนำตลาด ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,182.45 จุด เพิ่มขึ้น 45.41 จุด หรือ +0.17% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,009.57 จุด เพิ่มขึ้น 8.64 จุด หรือ +0.29% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,194.47 จุด เพิ่มขึ้น 24.79 จุด หรือ +0.30%

อิหร่านยันไม่เจรจากับสหรัฐ หากยังไม่ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร

          นายมาจิด ราแวนชี เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรอิหร่านประจำสหประชาชาติ (UN) กล่าวว่า อิหร่านไม่มีแนวโน้มที่จะเจรจากับสหรัฐ นอกจากว่าสหรัฐจะประกาศยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน  “ไม่มีแนวโน้มที่อิหร่านจะเจรจากับสหรัฐ ถ้าหากว่ารัฐบาลสหรัฐยังคงออกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน” ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้หารือกับคณะทำงานของเขาเกี่ยวกับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน เพื่อหวังปูทางไปสู่การพบปะกับประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี ผู้นำอิหร่าน อย่างไรก็ดี นายจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ ได้คัดค้านแนวคิดดังกล่าวของปธน.ทรัมป์ ซึ่งส่งผลให้เขาถูกปลดออกจากตำแหน่งเมื่อวานนี้ ทางด้านนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ กล่าวแสดงการสนับสนุนการดำเนินการของปธน.ทรัมป์เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการเจรจากับอิหร่าน แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ทำเนียบขาวกำลังเตรียมการให้ปธน.ทรัมป์พบปะกับปธน.รูฮานี นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN) ที่นครนิวยอร์กในเดือนนี้

“ทรัมป์” เผย “จอห์น โบลตัน” เป็นหายนะกับนโยบายเกาหลีเหนือ-ทำตัวไม่เหมาะสมเรื่องเวเนซุเอลา

          ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐเปิดเผยว่า นายจอห์น โบลตัน อดีตที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติซึ่งถูกปลดออกจากตำแหน่งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ได้ก่อความผิดพลาดหลายครั้ง และมีความเห็นที่ไม่ตรงกันกับเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวที่สำคัญหลายราย ปธน.ทรัมป์ยกตัวอย่างความผิดพลาดของนายโบลตัน เช่น การเรียกร้องให้เกาหลีเหนือทำการปลดอาวุธนิวเคลียร์ในรูปแบบเดียวกับลิเบียและยอมส่งมอบอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมด ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ และทำให้การเจรจานั้นเสียหายอย่างรุนแรง ซึ่งนั่นเป็นการกระทำที่ไม่ฉลาดเลย นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า เขาไม่เห็นด้วยกับนายโบลตันในเรื่องนโยบายต่อเวเนซุเอลาหลายอย่าง และนายโบลตันนั้นมีความเห็นไม่ตรงกันกับเจ้าหน้าที่คณะทำงานรายอื่นๆซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในสายตาของปธน.ทรัมป์ ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ไม่พอใจที่การขับไล่ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลาผ่านมาตรการคว่ำบาตรและมาตรการทางการทูตที่สหรัฐเป็นแกนนำและนายโบลตันเป็นผู้ผลักดันนั้น ไม่ประสบความสำเร็จ

รัฐบาลอังกฤษยอมเผยแพร่แผนรับมือ no-deal Brexit

          กระทรวงต่างๆของอังกฤษได้เปิดเผยรายละเอียดของแผนรับมือการถอนตัวของอังกฤษจากสหภาพยุโรป (Brexit) แบบไร้ข้อตกลง ภายหลังจาที่รัฐสภาได้ลงคะแนนเสียงให้มีการเผยแพร่เนื้อหาในแผนดังกล่าว แผนรับมือนี้มีชื่อว่า Yellowhammer และประกอบด้วยสมมติฐานของผลกระทบต่างๆที่สมเหตุสมผลหากเกิดสถานการณ์เลวร้ายที่สุดจาก Brexit แบบไร้ข้อตกลงในวันที่ 31 ต.ค.นี้ นายเจเรมี คอร์บิน หัวหน้าพรรคแรงงาน กล่าวว่า แผนการนี้ช่วยยืนยันว่า นายกรัฐมนตรีได้เตรียมพร้อมที่จะลงโทษผู้ที่ไม่สามารถรับมือกับเรื่องนี้ได้ ทางด้านนายไมเคิล โกฟ หนึ่งในทีมงานคณะรัฐมนตรีระดับอาวุโสของนายบอริส จอห์นสัน นายกฯอังกฤษที่ได้รับมอบหมายให้วางแผนในกรณี no-deal Brexit กล่าวว่า สมมติฐานต่างๆที่ได้มีการทบทวนจะมีการเผยแพร่ไปพร้อมๆกับเอกสารที่ระบุมาตรการผ่อนคลายต่างๆที่ทางรัฐบาลได้นำมาใช้และเตรียมที่จะนำมาใช้