ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 24, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 13 ก.พ.63(ภาคบ่าย) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,564 1,558 1,547

แนวต้าน : 1,576 1,582 1,593

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  มณฑลหูเป่ยของจีน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดของไวรัสโควิด-19 (ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่) ระบุว่า จะขยายการระงับการทำงาน และเรียกร้องว่าบริษัททุกแห่งไม่ควรเปิดดำเนินงานอีกครั้งก่อนวันที่ 21 ก.พ. ขณะที่สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า หัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์จีนในมณฑลหูเป่ย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,000 คน ถูกปลดออกจากตำแหน่ง หลังจากการทะยานขึ้นอย่างมากของยอดผู้เสียชีวิต ประเด็นดังกล่าว จุดชนวนความกังวลว่าการระบาดอาจเลวร้ายเพิ่มขึ้น จนกดดันการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงและกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย สำหรับคืนนี้ แนะนำนักลงทุนติดตาม รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐ (CPI) เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อของเฟด ทั้งนี้ คาดการณ์ว่า CPI จะเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือน ม.ค. หลังปรับขึ้น 0.2% ในเดือนธ.ค. ทั้งนี้ ดัชนี CPI ชะลอตัวลงนับตั้งแต่ปรับขึ้น 0.3% ในเดือนพ.ย. และ 0.4% ในเดือนต.ค. โดย ระยะสั้นราคาทองคำขยับตัวขึ้นพยายามทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,576-1,582 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถผ่านไปได้ จะเกิดการย่อตัวเพื่อลงมาสร้างฐานของราคาอีกครั้ง แนะนำแบ่งทองคำออกขายบางส่วนหากราคาไม่ผ่านแนวต้าน และรอราคาอ่อนตัวลงเพื่อเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น หากราคาสามารถยืนเหนือ 1,564-1,558 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ราคาพยายามปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 1,576-1,582 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้ ประเมินว่าราคาทองคำจะอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับบริเวณ 1,564-1,558 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนได้ราคายังคงแกว่งตัวออกด้านข้างในทิศทางค่อยๆปรับตัวขึ้น

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position แนะนำให้ทยอยปิดสถานะทำตามบริเวณแนวต้าน 1,576-1,582 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และรอจังหวะเข้าซื้อหากราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดแนวรับ 1,564-1,558 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position เปิดขายทำกำไรช่วงสั้นบริเวณแนวต้าน เมื่อราคาทองคำดีดตัวขึ้นและไม่ผ่านแนวต้าน 1,582 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และปิดสถานะขายหากราคาอ่อนตัวลงไม่หลุดบริเวณแนวรับ 1,564-1,558 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New จับตาโซน 1,582 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่ผ่านเสี่ยงเปิดสถานะขาย เพื่อหวังทำกำไรช่วงสั้นจากการแกว่งตัว โดยปิดสถานะทำกำไรหากราคาอ่อนตัวลงไม่หลุดแนวรับ 1,564 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาปรับตัวลงแรงและหลุดแนวรับแรก แนะนำชะลอการเข้าซื้อคืนออกไปที่แนวรับโซน 1,558 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) หุ้นจีนสิ้นสุดแรงทะยาน 7 วันขณะผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายใหม่พุ่ง หุ้นจีนร่วงลงในวันนี้ โดยปรับลงหลังการดีดตัวขึ้นนานร่วมสัปดาห์ หลังจากที่ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายใหม่พุ่งขึ้น และยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นในหูเป่ยซึ่งเป็นศูนย์กลางของการระบาด ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีนปิดที่ 2,906.07 ลบ 20.83 จุดหรือ -0.71% ขณะที่ดัชนีหุ้นบลูชิพ CSI300 ปิดที่ 3,959.92 ลบ 24.51 จุดหรือ -0.62%  มณฑลหูเป่ย ซึ่งเป็นศูนย์กลางของไวรัส รายงานถึงการเพิ่มขึ้นของยอดผู้เสียชีวิตรายวันสูงเป็นประวัติการณ์ในวันนี้ภายใต้วิธีใหม่สำหรับการวินิจฉัยโรค ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเตือนว่า การระบาดอาจจะรุนแรงขึ้นก่อนที่จะบรรเทาลง  สำนักข่าวซินหัวรายงานในวันนี้ว่า หัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์จีนในมณฑลหูเป่ยซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดของไวรัสโคโรนาที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 1 พันคน ถูกปลดออกจากตำแหน่ง
  • (+) เยนปรับขึ้น,หยวนร่วงขณะยอดผู้ติดเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้น เยนปรับตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดรอบ 3 สัปดาห์ เมื่อเทียบกับดอลลาร์ในวันนี้ ในขณะที่นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากที่มณฑลหูเป่ยของจีน ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการระบาดของไวรัสโคโรนา รายงานถึงการพุ่งขึ้นอย่างมากในจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่  หยวนร่วงลง เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ในขณะที่รายงานล่าสุดถึงการแพร่กระจายของไวรัสย้ำเตือนต่อนักลงทุนว่า การระบาดยังคงเป็นภัยคุกคามที่สำคัญต่อเศรษฐกิจโลก ที่ได้สั่นคลอนตลาดในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ในวันนี้หูเป่ยใช้วิธีใหม่ในการวินิจฉัย โดยรายงานยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ 14,840 คน ณ วันที่ 12 ก.พ. เพิ่มขึ้นจากยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,638 คนในวันอังคาร ในขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตในมณฑลดังกล่าวเพิ่มขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ราย 242 คน สู่ 1,310 คน“เมื่อคุณเห็นตัวเลขเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่นักลงทุนจะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ซึ่งหมายถึงการเข้าซื้อเยนและเทขายหุ้น” นักวิเคราะห์กล่าว
  • (+) สายการบินต่างๆยกเลิกเที่ยวบินจีนกว่า 85,000 เที่ยว  ข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษาทางการบิน Cirium ระบุว่า สายการบินต่างๆยกเลิกเที่ยวบินจีนกว่า 85,000 เที่ยวเพราะการระบาดของไวรัสโคโรนา ตัวเลขดังกล่าวมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า ในขณะที่สายการบินระหว่างประเทศกว่า 10 แห่งยกเลิกหรือลดบริการจีนพร้อมกัน บริษัท Cirium ระบุว่า การยกเลิกดังกล่าว ซึ่งมีขึ้นระหว่างวันที่ 23 ม.ค. – 11 ก.พ. คิดเป็นกว่า 1 ใน 3 ของตารางการบินไป-กลับและภายในจีน โดยเกือบ 20% ของเที่ยวบินระหว่างประเทศทั้งไปและกลับจีน หรือการเดินทาง 9,239 รายการถูกยกเลิก และ 37% หรือเที่ยวบิน 76,338 เที่ยวถูกยกเลิก  ข้อมูลจาก Airlines Reporting Corporation ซึ่งดำเนินการด้านตั๋วเครื่องบินของสายการบินระบุว่า ผลกระทบจะมีแนวโน้มบั่นทอนผลประกอบการไตรมาสแรกของสายการบินต่างๆ ในขณะที่สายการบินเหล่านั้นดำเนินการคืนเงินแก่ลูกค้าที่จองตั๋วเส้นทางเหล่านั้น โดยระหว่างวันที่ 29 ม.ค. – 4 ก.พ. การคืนเงินเพิ่มขึ้น 1,140% สำหรับการเดินทางจากสหรัฐไปยังจีน และเพิ่มขึ้น 731% สำหรับเที่ยวบินจากจีนไปยังสหรัฐ
  • (+) ลอนดอนยืนยันผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายแรก  ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายแรกได้รับการยืนยันในกรุงลอนดอนเมื่อวานนี้ ทำให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาในอังกฤษเพิ่มเป็น 9 คน ผู้ป่วยรายดังกล่าว ซึ่งแหล่งข่าวของเดอะซันระบุว่าเป็นคนสัญชาติจีน เพิ่งเดินทางไปจีนและมีแนวโน้มติดไวรัสที่นั่น ในขณะเดียวกัน นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า องค์การอนามัยโลกกำลังดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับต้นกำเนิดของไวรัสโคโรนา และกำลังพยายามหาคำตอบเกี่ยวกับวิธีการป้องกันการแพร่เชื้อของไวรัสจากสัตว์สู่คน ข้อมูลล่าสุดระบุว่า มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนากว่า 60,000 คน และมีผู้เสียชีวิตกว่า 1,300 คน และรักษาหายกว่า 5,100 คน
  • (+) มณฑลหูเป่ยเรียกร้องบริษัทไม่เปิดทำการจนถึงวันที่ 21 ก.พ. มณฑลหูเป่ยของจีน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดของไวรัสโคโรนา ระบุในวันนี้ว่า จะขยายการระงับการทำงาน และเรียกร้องว่าบริษัททุกแห่งไม่ควรเปิดดำเนินงานอีกครั้งก่อนวันที่ 21 ก.พ.  รัฐบาลท้องถิ่นประกาศเรื่องดังกล่าวในแถลงการณ์บนเว็บไซต์
  • (+/-)  รมว.คลังสหรัฐชี้ผลกระทบทางศก.ของไวรัสจะไม่ยาวนานเกินกว่าปี 2020  เมื่อวานนี้นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐระบุว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจเชิงลบจากการระบาดของไวรัสโคโรนาเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวที่จะไม่ยาวนานเกินกว่าปี 2020 ในการแถลงต่อคณะกรรมการทางการเงินของวุฒิสภาสหรัฐในประเด็นแผนงบประมาณของคณะบริหารภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ เขาระบุว่า ไวรัสโคโรนาจะไม่กระทบต่อคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาวของสหรัฐของคณะบริหาร เขากล่าวว่า “ผมไม่คิดว่าไวรัสโคโรนาจะส่งผลกระทบเกินกว่าปีนี้”