อังคาร. ก.พ. 25th, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 13 ก.พ.63(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

ระหว่างวันหากราคาทองคำไม่ทะลุแนวต้าน 1,576 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจจะเห็นการอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับบริเวณ 1,564-1,558 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งราคายังคงแกว่งตัวในกรอบ แต่หากผ่านแนวต้านแรกได้ มีโอกาสที่จะทดสอบแนวต้านถัดไป 1,582 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,564 1,558 1,547  แนวต้าน : 1,576 1,582 1,593

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 2.31 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์  และการทะยานขึ้นทำนิวไฮของดัชนีดาวโจนส์, S&P500 และ Nasdaq  หลังมีรายงานว่าจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (Covid-19) รายใหม่ในจีนอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์  ซึ่งช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดของโรคส่งผลให้นักลงทุนเปิดรับความเสี่ยง (Risk-on) จนกดดันราคาทองคำ  อย่างไรก็ดี  การปรับตัวลงของราคายังอยู่ในกรอบจำกัด  ขณะที่นักลงทุนบางส่วนประเมินว่าผลจากการระบาดของโรคย่อมจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้ธนาคารกลางทั่วโลกโดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อไป  จึงเกิดแรงซื้อเข้ามาพยุงราคาเอาไว้  ขณะที่เช้านี้ราคาทองคำรีบาวด์ขึ้นในตลาดเอเชีย  หลังคณะกรรมการสุขภาพประจำมณฑลหูเป่ยของจีน เปิดเผยว่า  หูเป่ยพบผู้ติดเชื้อCovid-19 รายใหม่เพิ่มขึ้นถึง 14,840 ราย และผู้ติดเชื้อเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 242 ราย  สะท้อนสถานการณ์การระบาดยังไม่แน่นอนสูง  จึงส่งผลกดดันสัญญาฟิวเจอร์สตลาดหุ้นสหรัฐจนกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

ราคาเคลื่อนไหวในกรอบหากราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,576 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจทำให้เกิดการอ่อนตัวลงของราคา แต่หากสามารถยืนเหนือโซนแนวรับ 1,564-1,558 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้นอีกครั้ง  อย่างไรก็ดี หากผ่านแนวต้านแรกได้ มีโอกาสที่จะราคาทดสอบแนวต้านถัดไปบริเวณ 1,582 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

หากรับความเสี่ยงได้ดูบริเวณ 1,564-1,558 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่หลุดสามารถเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น เพื่อขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือบริเวณแนวต้าน 1,576-1,582  ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 1,547 ดอลลาร์ต่อออนซ์สถานะซื้อควรตัดขาดทุน

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) CDC เตรียมรับมือการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ  พญ.แนนซี เมสซอนเนียร์ ผู้อำนวยการฝ่ายโรคทางเดินหายใจและภูมิคุ้มกันของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) กล่าวว่า CDC กำลังเตรียมรับมือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) ในสหรัฐ  “เรามีแนวโน้มที่จะเห็นการแพร่ระบาดในชุมชนสหรัฐ หรือในประเทศอื่นๆ ซึ่งจะทำให้เราเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์การรับมือของเรา” พญ.เมสซอนเนียร์กล่าว  ขณะนี้ สหรัฐพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 13 ราย  พญ.เมสซอนเนียร์ยังระบุว่า CDC มีการติดต่ออย่างต่อเนื่องกับบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น หน้ากากอนามัยและถุงมือ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะไม่เกิดการขาดแคลน หากมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส
  • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 275.08 จุด ทำนิวไฮ หลังตลาดคลายกังวลไวรัสโควิด-19  ดัชนีดาวโจนส์, S&P500 และ Nasdaq ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทำนิวไฮเมื่อคืนนี้ (12 ก.พ.) ขานรับความหวังที่ว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) จะบรรเทาลงในไม่ช้านี้ หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในจีนอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งส่งสัญญาณความพร้อมที่จะดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน  ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 29,551.42 จุด พุ่งขึ้น 275.08 จุด หรือ +0.94% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,379.45 จุด เพิ่มขึ้น 21.70 จุด หรือ +0.65% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,725.96 จุด เพิ่มขึ้น 87.02 จุด หรือ +0.90%
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก หลังนักลงทุนคลายกังวลไวรัสโควิด-19  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (12 ก.พ.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) หลังจากมีรายงานว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในจีนอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 110.08 เยน จากระดับ 109.75 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9783 ฟรังก์ จากระดับ 0.9754 ฟรังก์ ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0868 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0920 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2958 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2961 ดอลลาร์
  • (-) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสินเชื่อจำนองเพิ่มขึ้น ขณะดอกเบี้ยเงินกู้ใกล้ต่ำสุดรอบ 3 ปี  สมาคมนายธนาคารเพื่อการจำนอง (MBA) ของสหรัฐ เปิดเผยว่า จำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการจำนองเพิ่มขึ้น 1.1% ในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองใกล้ระดับต่ำสุดรอบ 3 ปี
  • (+/-) “พาวเวล”แจงนโยบายการเงิน,การเหลื่อมล้ำของรายได้,ไวรัสโควิด-19 ต่อวุฒิสภาวันนี้  นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวถ้อยแถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาในวันนี้ โดยเขาได้แสดงมุมมองของเฟดเกี่ยวกับนโยบายการเงิน, การเหลื่อมล้ำของรายได้ในสังคมอเมริกัน รวมทั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19)  ทั้งนี้ นายพาวเวลกล่าวว่า ข้อมูลเศรษฐกิจจะบ่งชี้ในไม่ช้าว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้กระทบเศรษฐกิจสหรัฐหรือไม่ และขณะนี้ยังเป็นการเร็วเกินไปที่จะคาดการณ์ผลกระทบดังกล่าว เนื่องจากมีความไม่แน่นอนจำนวนมาก ขณะที่จีนได้รับผลกระทบอย่างมาก แต่ประเทศคู่ค้าอื่นๆจะได้รับผลกระทบน้อยกว่า  ต่อข้อถามจากคณะกรรมาธิการในวุฒิสภาที่ว่า เฟดจะจัดการต่อภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งต่อไปอย่างไร นายพาวเวลกล่าวว่า เฟดจะใช้การส่งสัญญาณบ่งชี้ล่วงหน้า ซึ่งจะระบุว่าเฟดจะรักษาอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ รวมทั้งจะเข้าซื้อพันธบัตรระยะยาวจำนวนมากในโครงการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) เพื่อกดดันอัตราดอกเบี้ยระยะยาวให้อยู่ในระดับต่ำเพื่อพยุงเศรษฐกิจ โดยมาตรการเหล่านี้เป็นสิ่งที่เฟดเคยใช้ในช่วงที่เกิดวิกฤตการเงิน แต่มาตรการดังกล่าวยังไม่มีความจำเป็นในขณะนี้  นอกจากนี้ นายพาวเวลยังได้กล่าวถึงความไม่เท่าเทียมกันทางด้านรายได้ในสหรัฐ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอันดับต้นๆ ขณะที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจยังคงดำเนินต่อไป