ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 20, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 12 มี.ค.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เข้าซื้อเพื่อทำกำไรระยะสั้นหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,632 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ และทยอยปิดสถานะทำกำไรบางส่วนหากไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,666-1,674 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,632 1,619 1,608 แนวต้าน : 1,666 1,674 1,687

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง  11.80  ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้ราคาทองคำจะดีดกลับไปทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,671.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างวัน  แต่เป็นอีกครั้งที่ราคาทองคำไม่สามารถรักษาช่วงบวกไว้ได้  พร้อมกับถูกแรงขายกดดันให้ร่วงลงตามตลาดหุ้นสหรัฐที่ดิ่งลงอย่างหนัก  ทั้งนี้  Dow Jones ปิดลบ 1,464.94 จุด หรือ -5.86% ทำให้ดัชนี Dow Jones สิ้นสุดตลาดกระทิง(Bull Market) ที่ดำเนินมาถึง 11 ปีและเข้าสู่ภาวะตลาดหมี(Bear Market)อย่างเป็นทางการ  โดยตลาดหุ้นได้รับแรงกดดันหลัง WHO ประกาศให้ Covid-19 เข้าสู่ภาวะแพร่ระบาดไปทั่วโลก(Pandemic) ประกอบกับนักลงทุนผิดหวังที่แผนการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังของสหรัฐยังขาดรายละเอียดที่ชัดเจน  จะเห็นได้ว่าแรงขายในสินทรัพย์เสี่ยงกระตุ้นให้นักลงทุนขายทำกำไรทองคำ  เพื่อนำเงินไปเติม Marginและโปะขาดทุนในตลาดหุ้น  ส่งผลให้ราคาทองคำร่วงลงแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,632.79 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลง  -8.77 ตัน  ขณะที่เช้าวันนี้  ประธานธิบดีทรัมป์  แถลงการณ์ว่าจะระงับการเดินทางจากประเทศยุโรปทั้งหมดยกเว้นอังกฤษ ในช่วง 30 วันข้างหน้า และจะใช้มาตรการเชิงรุกในทุกๆด้าน เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาด Covid-19 แต่ก็ยังไม่สามารถคลายความวิตกของนักลงทุนได้ สะท้อนจากสัญญา Dow Jones ฟิวเจอร์สเช้านี้ที่ร่วงลงกว่า 800 จุดซึ่งจะสร้างความผันผวนให้กับราคาทองคำต่อไป  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต(PPI) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน  รวมถึงผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป(ECB)

จจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำสร้างระดับต่ำสุดใหม่จากวันก่อนหน้า อย่างไรก็ดีการอ่อนตัวลงค่อนข้างจำกัดแสดงถึงแรงเข้าซื้อในระยะสั้นยังคงแข็งแกร่ง ทั้งนี้ ทำให้ประเมินแนวรับระยะสั้นนั้นอยู่ในบริเวณ 1,632 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่หลุดยังคงมีโอกาสที่ราคาจะทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,666-1,674 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นการลงทุนระยะสั้นโดยเปิดสถานะซื้อหากราคาอ่อนตัวลงมาในโซน 1,632 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมลดการลงทุนหากราคาหลุดแนวดังกล่าว ทั้งนี้อาจทยอยแบ่งทองคำออกขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,666-1,674 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) WHO ประกาศไวรัสโควิด-19 เข้าสู่ภาวะแพร่ระบาดไปทั่วโลก  องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกแถลงการณ์ระบุว่า ไวรัสโควิด-19 ได้เข้าสู่ภาวะแพร่ระบาดไปทั่วโลก หลังมีการลุกลามไปยังหลายประเทศในภูมิภาคต่างๆ  “ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จำนวนผู้ติดเชื้อนอกประเทศจีนได้เพิ่มขึ้นถึง 13 เท่า และจำนวนประเทศที่ติดเชื้อได้เพิ่มขึ้น 3 เท่า ส่วนในช่วงหลายวันและหลายสัปดาห์ข้างหน้า เราคาดว่าจำนวนผู้ติดเชื้อ ผู้เสียชีวิต และจำนวนประเทศที่ติดเชื้อจะเพิ่มมากขึ้นอีก” นายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ของ WHO กล่าว
  • (+) “มาร์กิต”หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจโลกจากพิษโควิด-19  ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน ประกาศปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้และปีหน้า โดยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  ทั้งนี้ มาร์กิตคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะมีการขยายตัว 1.7% ในปีนี้ และ 2.7% ในปีหน้า ลดลงจากตัวเลขคาดการณ์ในเดือนก.พ.ที่ระดับ 2.5% และ 2.8% ตามลำดับ 
  • (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 1,464.94 จุด หลัง WHO ประกาศ”โควิด-19″เข้าสู่ภาวะแพร่ระบาดทั่วโลก  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทรุดตัวลงกว่า 1,400 จุดเมื่อคืนนี้ (11 มี.ค.) โดยตลาดเข้าสู่ “ภาวะหมี” เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินโลกในปี 2551 หลังจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศว่า ไวรัสโควิด-19 ได้เข้าสู่ภาวะแพร่ระบาดไปทั่วโลกแล้ว นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการที่คณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ล่าช้าในการแถลงรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจเพื่อลดผลกระทบจากโควิด-19  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,553.22 จุด ลดลง 1,464.94 จุด หรือ -5.86% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,741.38 จุด ลดลง 140.85 จุด หรือ -4.89% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,952.05 จุด ลดลง 392.20 จุด หรือ -4.70%
  • (-) สหรัฐเผยดัชนี CPI ทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนก.พ.  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% เช่นกันในเดือนม.ค.  ดัชนี CPI ทั่วไปได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของราคาอาหาร แม้ว่าราคาพลังงานร่วงลง  เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI ทั่วไปเพิ่มขึ้น 2.3% ในเดือนก.พ. หลังจากเพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนม.ค.  นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี CPI ทั่วไปจะทรงตัวในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบรายปี
  • (+/-) “ทรัมป์” ประกาศระงับการเดินทางจากทุกประเทศยุโรป ยกเว้นอังกฤษ,อัดฉีดสภาพคล่อง 2 แสนล้านดอลล์รับมือโควิด-19  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ได้ออกแถลงการณ์ทั่วประเทศในช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาไทย โดยกล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐกำลังประสานงานกับประเทศพันธมิตร และเตรียมใช้มาตรการที่ครอบคลุมเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ประกาศว่า สหรัฐจะระงับการเดินทางจากประเทศยุโรปทั้งหมด ยกเว้นอังกฤษ ในช่วง 30 วันข้างหน้า และจะใช้มาตรการเชิงรุกในทุกๆด้าน เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดครั้งรุนแรงในประวัติศาสตร์ครั้งนี้  ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า คณะทำงานของรัฐบาลสหรัฐกำลังรับมือกับโควิด-19 ด้วยความรวดเร็วและมีความเป็นมืออาชีพ พร้อมระบุว่า รัฐบาลได้เพิ่มศักยภาพด้านการตรวจสอบคัดกรองผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว โดยปธน.ทรัมป์เชื่อว่า มาตรการเหล่านี้จะช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสได้   ปธน.ทรัมป์เชื่อว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ยังคงมีความเสี่ยงที่ต่ำมาก อย่างไรก็ดี ปธน.ทรัมป์แนะนำให้ชาวอเมริกันผู้สูงอายุ หลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น   นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐจะใช้มาตรการเร่งด่วนด้านการบรรเทาผลกระทบ โดยจะอัดฉีดสภาพคล่องอีก 2 แสนล้านดอลลาร์ และจะจัดหาสภาพคล่องให้กับบริษัทต่างๆที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด โดยปธน.ทรัมป์กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้สะท้อนว่า สหรัฐกำลังเผชิญกับวิกฤตการเงิน แต่เป็นเพียงสถานการณ์ชั่วคราวเท่านั้น