ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 12 มิ.ย.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นเก็งกำไรระยะสั้นในกรอบ 1,706-1,746 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยเปิดสถานะซื้อในโซน 1,706 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากราคาหลุด)ทยอยขายทำกำไรหากราคาไม่ผ่านแนวต้านในโซน 1,739-1,746 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,706 1,693 1,680 แนวต้าน : 1,746 1,754 1,765

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 5.99 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำแม้ว่าในระหว่างวันราคาทองคำจะพุ่งขึ้นไปทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,744.77 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ท่ามกลางแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  พร้อมแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงจากความวิตกเกี่ยวเศรษฐกิจสหรัฐหลังธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจ  ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่เพิ่มขึ้นในอัตราตัวเลขสองหลักใน 16 รัฐของสหรัฐ “ที่มีการผ่อนคลาย Lockdown ก่อนวัน Memorial Day” ก่อให้เกิดความวิตกว่า  สหรัฐเสี่ยงจะเผชิญกับการระบาดระลอกสองในไม่ช้านี้ซึ่งจะยิ่งบั่นทอนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐถูกเทขายอย่างหนักจนดัชนีดาวโจนส์ปิดร่วงลงเกือบ 7% หรือ -1,861 จุดเมื่อคืนนี้  และถือเป็นการทรุดตัวลงในวันเดียวที่หนักสุดนับตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค.ปีนี้  อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำไม่รักษาช่วงบวกไว้ได้  โดยได้รับแรงกดดันจากแรงขายกำไรหลังจากราคาปรับตัวขึ้นแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา  ประกอบกับสกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นโดยได้รับแรงหนุนจากการเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยและมีสภาพคล่องสูง  จึงเป็นปัจจัยบั่นทอนการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่มขึ้น +5.55 ตันสู่ระดับ 1,135.05 ตัน ทำให้ในปี 2020 กองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่มแล้วถึง +241.80 ตันสะท้อนกระแสเงินทุนไหลเข้ากองทุน ETF ทองคำยังแกร่ง  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ จาก UoM 

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาไม่สามารถยืนเหนือระดับต่ำสุดวานนี้โซน 1,719 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ มุมมองเชิงบวกจะลดลง  ราคาอาจอ่อนตัวลงเพื่อสร้างฐานหรือสะสมแรงซื้อบริเวณแนวรับ 1,706 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนได้ยังมีโอกาสฟื้นตัวขึ้นช่วงสั้น  โดยประเมินแนวต้านในโซน 1,739-1,746 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

รอจังหวะการเปิดสถานะซื้อ โดยอาจใช้บริเวณ 1,706 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และตัดขาดทุนหากราคาหลุดลงมา เพื่อรอเข้าซื้อใหม่ในโซน 1,693-1,680 และสำหรับนักลงทุนที่ถือสถานะซื้ออยู่ แนะนำทยอยแบ่งปิดสถานะทำกำไรตั้งแต่ราคา 1,739-1,746 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ผู้เชี่ยวชาญคาดยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในสหรัฐอาจแตะ 200,000 คนในก.ย.  นายอาชิช จฮา หัวหน้าสถาบันสุขภาพโลกของฮาร์วาร์ดกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ CNN ว่า สหรัฐอาจมีผู้เสียชีวิต 200,000 คนเพราะโควิด-19 ในเดือนก.ย. ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อของสหรัฐทะลุ 2 ล้านคนในวันพุธหลังรัฐบาลผ่อนปรนมาตรการจำกัด  เขากล่าวว่า หากปราศจากการดำเนินการอย่างเข้มงวด ตัวเลขผู้เสียชีวิตของสหรัฐจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  
  • (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 1,861.82 จุด วิตกโควิดระบาดรอบสอง    ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเกือบ 7% เมื่อคืนนี้ (11 มิ.ย.) และเป็นการทรุดตัวลงในวันเดียวที่หนักสุดนับตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค.ปีนี้ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดรอบสองของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะหดตัวลง 6.5% ในปีนี้ และนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจและการจ้างงานของสหรัฐ  ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 25,128.17 จุด ร่วงลง 1,861.82 จุด หรือ -6.90% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,002.10 จุด ลดลง 188.04 จุด หรือ -5.89% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,492.73 จุด ลดลง 527.62 จุด หรือ -5.27%
  • (+) บอนด์ยีลด์สหรัฐร่วงหลุด 0.7% วิตกโควิดระบาดรอบสอง,ศก.สหรัฐหดตัว  อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนพากันซื้อพันธบัตรในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการแพร่ระบาดรอบสองของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ  นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปียังถูกกดดันจนร่วงหลุดระดับ 0.7% จากความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะหดตัวลง 6.5% ในปีนี้ ขณะที่อัตราการว่างงานจะพุ่งแตะระดับ 9.3%  ณ เวลา 00.17 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 0.676% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 3 มิ.ย. ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 1.441%
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบยูโร,ปอนด์ เหตุวิตกโควิดหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและปอนด์ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (11 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัย และมีสภาพคล่องสูง ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดรอบสองของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ ขณะที่เงินปอนด์ร่วงลง เนื่องจากความวิตกเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างอังกฤษและสหภาพยุโรป (EU)  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวขึ้น 0.77% แตะที่ระดับ 96.7262 เมื่อคืนนี้  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1301 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1389 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2595 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2765 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6847 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7017 ดอลลาร์  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3605 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3383 ดอลลาร์แคนาดา แต่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 106.80 เยน จากระดับ 107.11 เยน
  • (-) สหรัฐเผยดัชนี PPI ดีดตัว 0.4% ในเดือนพ.ค. หลังร่วงติดต่อกัน 3 เดือน  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากลดลงติดต่อกัน 3 เดือน เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กระทบอุปสงค์ในตลาด  การดีดตัวขึ้นของดัชนี PPI ในเดือนพ.ค. ได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของราคาอาหารและพลังงาน อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI ร่วงลง 0.8% ในเดือนพ.ค. หลังจากดิ่งลง 1.2% ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.2558
  • (-) สหรัฐเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานต่ำกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจำนวน 1.54 ล้านรายในสัปดาห์ที่แล้ว โดยต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.6 ล้านราย  ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกที่มีการรายงานในวันนี้ได้ลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 10 และต่ำที่สุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
  • (+/-) ขุนคลังสหรัฐยันไม่ปิดเศรษฐกิจสหรัฐรอบสองเพื่อสกัดโควิด  นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า การปิดเศรษฐกิจสหรัฐรอบสองเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ไม่ใช่ทางเลือกที่เป็นไปได้ แต่จะกลับส่งผลกระทบมากขึ้นต่อชาวอเมริกัน  “เราไม่สามารถปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง ผมคิดว่าเราได้เรียนรู้แล้วว่า หากเราปิดเศรษฐกิจ ก็จะเป็นการสร้างความเสียหายมากขึ้น ไม่เพียงแต่เศรษฐกิจ แต่ยังมีความเสียหายด้านอื่นๆด้วย” นายมนูชินกล่าวต่อสำนักข่าว CNBC