พฤหัส. ธ.ค. 12th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 12 พ.ย.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

หากราคาไม่สามารถยืนเหนือ 1,464 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เปิดสถานะขาย โดยตัดขาดทุนหากผ่านแนวต้านในโซน 1,473 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับการปิดสถานะขายทำกำไรอาจพิจารณาบริเวณ 1,447 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถยืนได้ให้ชะลอการเข้าซื้อคืนออกไป

แนวรับ : 1,447 1,436 1,428  แนวต้าน : 1,464 1,473 1,480

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปรับตัวลดลง 6.99 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้ว่าดอลลาร์จะอ่อนค่าลงจากความไม่แน่นอนของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า เขาไม่เห็นด้วยต่อการยกเลิกการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน  ประกอบกับเงินปอนด์แข็งค่าจากการเปิดเผย GDP อังกฤษที่ยังคงขยายตัวในไตรมาส 3 และข่าวที่ว่าหัวหน้าพรรค Brexit จะไม่ส่งสมาชิกพรรคลงแย่งเก้าอี้ของพรรคอนุรักษ์นิยมจึงเป็นปัจจัยกดดันดลอลาร์เพิ่มเติม   แต่ราคาทองคำกลับร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 เดือนบริเวณ  1,447 ดอลลาร์ต่อออนซ์จากแรงขาย (sell stop orders)  ในสัญญาGold Futures ตลาด COMEX หลังจากราคาทองคำไม่สามารถทรงตัวเหนือ 1,460 ดอลลาร์ต่ออนซ์และหลุดระดับต่ำสุดของสัปดาห์ที่แล้ว  โดย Bloomberg รายงานว่ามีการซื้อขายสัญญา Gold Futures ถึง 33,569 สัญญาภายในระยะเวลาเพียง 30 นาทีซึ่งเป็นปริมาณที่มากกว่าค่าเฉลี่ยปกติถึง 3 เท่า  นี่จึงเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ราคาทองคำร่วงลงแรงแม้ว่าจะได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์และการชะลอการปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงก็ตาม  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจขนาดเล็กจาก NFIB  รวมทั้งสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ Economic Club of New York ในเวลาเที่ยงคืนตามเวลาไทย

จจัยทางเทคนิค :

ราคาขยับขึ้นแต่ก็มีแรงขายทำกำไรสลับออกมา ขณะที่ความผันผวนของราคาเพิ่มสูงขึ้นจากช่วงก่อนหน้าแม้ว่าปริมาณการซื้อขายเบาบางลง ซึ่งหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือ 1,464 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจมีผลให้ราคามีโอกาสเกิดแรงขายกลับลงมา เพื่อสร้างฐานราคาต่อ โดยมีแนวรับในโซน 1,447-1,436 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

แนะนำเปิดสถานะขายเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นเมื่อราคาทองคำดีดตัวขึ้นและไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,464-1,473 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง ตัดขาดทุนหากราคาผ่านโซนบริเวณ 1,473 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และทำกำไรโดยเข้าซื้อคืนหากราคาทองคำไม่หลุดแนวรับบริเวณ 1,447ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากหลุดสามารถถือสถานะขายต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก วิตกเจรจาการค้าสหรัฐ-จีนไร้ทิศทาง  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (11 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ขณะที่เงินปอนด์ดีดตัวขึ้นขานรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของอังกฤษที่ยังคงขยายตัวในไตรมาส 3 นอกจากนี้ นักลงทุนจับตานายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งเตรียมแถลงมุมมองเศรษฐกิจต่อสภาคองเกรสในวันพุธนี้ รวมทั้งจับตาตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐในสัปดาห์นี้ด้วย ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.02 เยน จากระดับ 109.15 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9931 ฟรังก์ จากระดับ 0.9974 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3223 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3227 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1033 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1023 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.2854 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2783 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 0.6852 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6855 ดอลลาร์สหรัฐ 
  • (+) เยอรมนีเรียกร้องอังกฤษ,ฝรั่งเศสคว่ำบาตรอิหร่าน กรณีละเมิดข้อตกลงนิวเคลียร์  นายไฮโค มาส รมว.ต่างประเทศเยอรมนี กล่าวว่า เยอรมนี อังกฤษ และฝรั่งเศสควรเตรียมการคว่ำบาตรอิหร่าน เพื่อเป็นการลงโทษต่อการละเมิดข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 ทั้งนี้ อิหร่านระบุว่าสามารถเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมในโรงงานนิวเคลียร์ใต้ดิน โดยสามารถสกัดเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ ซึ่งมีความบริสุทธิ์ 60% ใกล้กับการผลิตเชื้อเพลิงระเบิดนิวเคลียร์ ซึ่งต้องการความบริสุทธิ์ 90%
  • (+) ปอนด์แข็งค่า หลังหัวหน้าพรรค Brexit ยันไม่ส่งสมาชิกแย่งเก้าอี้พรรคอนุรักษ์นิยม  ปอนด์พุ่งขึ้นเทียบดอลลาร์และยูโร หลังจากที่หัวหน้าพรรค Brexit ยืนยันว่าจะไม่ส่งสมาชิกพรรคลงแย่งเก้าอี้ของพรรคอนุรักษ์นิยม ณ เวลา 20.11 น.ตามเวลาไทย ปอนด์แข็งค่า 0.84% สู่ระดับ 1.2877 ดอลลาร์ และปรับตัวขึ้น 0.61% สู่ระดับ 0.8567 เทียบยูโร นายไนเจล ฟาราจ หัวหน้าพรรค Brexit ซึ่งสนับสนุนให้อังกฤษแยกตัวจากสหภาพยุโรป กล่าวว่า พรรค Brexit จะไม่ส่งสมาชิกพรรคลงแย่งเก้าอี้ในเขตเลือกตั้งที่พรรคอนุรักษ์นิยมชนะการเลือกตั้งครั้งก่อนจำนวน 317 เขต นายฟาราจกล่าวว่า พรรค Brexit จะส่งสมาชิกลงชิงเก้าอี้กับพรรคแรงงานและพรรคที่สนับสนุนให้อังกฤษรวมตัวกับสหภาพยุโรปเท่านั้น
  • (-) ประธานเฟดบอสตันชี้เฟดไม่จำเป็นต้องลดดบ.เดือนที่แล้ว เหตุเศรษฐกิจสหรัฐแกร่ง  นายเอริค โรเซนเกรน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาบอสตัน กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐกำลังอยู่ในภาวะแข็งแกร่ง และตัวเลขเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาบ่งชี้ว่าเฟดไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนที่แล้ว  “เศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในภาวะแข็งแกร่ง ซึ่งทำให้ผมลงมติสวนมติเฟดในการประชุมครั้งที่ผ่านมา โดยผมมองว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยไม่มีความจำเป็น และไม่มีข้อมูลเศรษฐกิจที่เข้ามาหลังการประชุมดังกล่าวที่จะทำให้ผมเปลี่ยนแปลงความคิดดังกล่าว” เขากล่าว
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 10.25 จุด ทำนิวไฮ หลังหุ้น”โบอิ้ง”พุ่งหนุนตลาด  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดดีดขึ้นทำนิวไฮเมื่อคืนนี้ (11 พ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากราคาหุ้นโบอิ้งที่พุ่งขึ้นกว่า 4.5% หลังจากบริษัทแสดงความเชื่อมั่นว่าจะสามารถนำเครื่องบินโบอิ้งรุ่น 737 MAX กลับมาให้บริการในสหรัฐได้ในเดือนม.ค.ปีหน้า อย่างไรก็ดี ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า เขาไม่เห็นด้วยต่อการยกเลิกภาษีสินค้านำเข้าจากจีน ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,691.49 จุด เพิ่มขึ้น 10.25 จุด หรือ +0.04% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,087.01 จุด ลดลง 6.07 จุด หรือ -0.20% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,464.28 จุด ลดลง 11.04 จุด หรือ -0.13%