พฤหัส. ธ.ค. 12th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 12 พ.ย.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

กองทุน SPDR ถือครองทองคำเท่าเดิมเมื่อวาน

คืนนี้สหรัฐไม่มีประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ

ราคาทองคำมีแนวรับสำคัญ 1,450 ดอลลาร์

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปรับขึ้นในช่วงกลางวันยืนเหนือ 1,460 ดอลลาร์  หลังจากลดลงทำจุดต่ำสุดในรอบ 3 เดือนที่  1,456 ดอลลาร์ เนื่องจากนักลงทุนไม่มั่นใจในสถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ไม่เห็นด้วยต่อแผนการยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน แต่ในช่วงกลางคืนกลับมีแรงเทขายออกมา ทำให้ราคาทองคำลดลงต่ำกว่า 1,460 ดอลลาร์  ทางด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเท่าเดิมเมื่อวาน หลังจากขายทองคำ 13.48 ตันในสัปดาห์ที่ผ่านมา
  • คืนนี้สหรัฐไม่มีประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ  ส่วนประเด็นเรื่องการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ยังจะเป็นปัจจัยหลักที่มีผลให้ราคาทองคำผันผวน ตามประเด็นข่าวที่ออกมาจากทั้ง 2 ประเทศ
  • ในระยะสั้นราคาทองคำมีแนวรับสำคัญ 1,450 ดอลลาร์ ซึ่งทำให้การฟื้นตัวของราคาทองคำอาจจะเกิดขึ้น ขณะที่มีแนวรับถัดไปที่ 1,445 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านระยะสั้นอยู่ที่ 1,460 ดอลลาร์ และแนวต้านถัดไป 1,475 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,455.60 -3.43 1,450/1,445 1,460/1,475

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
21,100 20,850/20,800 20,950/21,150

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
21,050 -150 20,970/21,920 21,060/21,260

แนะนำเปิดสถานะขายเมื่อราคาทองคำ Spot ปรับขึ้นเข้าใกล้แนวต้าน  1,475 ดอลลาร์ (GF 21,060 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,480 ดอลลาร์ (GF 21,110 บาท)ส่วนการลงทุนในทองแท่ง แนะนำทยอยซื้อสะสมที่ราคาทองคำ Spot 1,450 ดอลลาร์

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

Close chg Support Resistance
1,461.30 -10.50 1,455/1,450 1,465/1,480

แนะนำเปิดสถานะขายเมื่อราคา GOZ19 ปรับขึ้นเข้าใกล้แนวต้าน  1,480 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,485 ดอลลาร์

ค่าเงินบาท

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย โดยเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ เนื่องจากนักลงทุนไม่มั่นใจในสถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐและจีน ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้น เนื่องจากจีดีพีไตรมาส 3 ของอังกฤษขยายตัว 0.3% ส่งผลให้เศรษฐกิจอังกฤษยังไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย หลังจากที่จีดีพีไตรมาส 2 หดตัว 0.2% โดย USD Futures คาดจะมีแนวต้านที่ 30.40 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับที่ 30.30 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : ดอลล์พุ่งรับเจรจาการค้าคืบหน้า ยูโรอ่อนค่าหลัง EU หั่นคาดการณ์ศก.ยูโรโซน

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (11 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ขณะที่เงินปอนด์ดีดตัวขึ้นขานรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของอังกฤษที่ยังคงขยายตัวในไตรมาส 3 นอกจากนี้ นักลงทุนจับตานายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งเตรียมแถลงมุมมองเศรษฐกิจต่อสภาคองเกรสในวันพุธนี้ รวมทั้งจับตาตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐในสัปดาห์นี้ด้วย

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดร่วง $26.70 นักลงทุนขายสินทรัพย์ปลอดภัยหลังเจรจาการค้าคืบหน้า

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนเมื่อคืนที่ผ่านมา (11 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเดินหน้าเทขายทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐยังคงทำนิวไฮอย่างต่อเนื่อง สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 5.80 ดอลลาร์ หรือ 0.4% ปิดที่ 1,457.10 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนส.ค.ปีนี้ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 2.1 เซนต์ หรือ 0.1% ปิดที่ 16.802 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดบวก 80 เซนต์ หลังเจรจาการค้าจีน-สหรัฐส่งสัญญาณคืบหน้า

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (11 พ.ย.) เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน รวมทั้งผลกระทบของสงครามการค้าที่มีต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบของรัฐบาลสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันพฤหัสบดีนี้ และการประชุมกำหนดนโยบายการผลิตของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร ในช่วงต้นเดือนหน้า สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 38 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 56.86 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 33 เซนต์ หรือ 0.5% ปิดที่ 62.18 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 182.24 จุด ทำนิวไฮ ขานรับเจรจาการค้าคืบหน้า

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดดีดขึ้นทำนิวไฮเมื่อคืนที่ผ่านมา (11 พ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากราคาหุ้นโบอิ้งที่พุ่งขึ้นกว่า 4.5% หลังจากบริษัทแสดงความเชื่อมั่นว่าจะสามารถนำเครื่องบินโบอิ้งรุ่น 737 MAX กลับมาให้บริการในสหรัฐได้ในเดือนม.ค.ปีหน้า อย่างไรก็ดี ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า เขาไม่เห็นด้วยต่อการยกเลิกภาษีสินค้านำเข้าจากจีน ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,691.49 จุด เพิ่มขึ้น 10.25 จุด หรือ +0.04% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,087.01 จุด ลดลง 6.07 จุด หรือ -0.20% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,464.28 จุด ลดลง 11.04 จุด หรือ -0.13%