ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 27, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 12 ก.พ.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เก็งกำไรระยะสั้น โดยอาจต้องพิจารณาโซน 1,559-1,556 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นจุดซื้อ อย่างไรก็ตามหากราคาปรับตัวขึ้นไปและสามารถยืนเหนือ 1,576 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจเลือกลดสถานะขายลง

แนวรับ : 1,556 1,547 1,535  แนวต้าน : 1,576 1,589 1,602

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง  4.85 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากการปรับตัวสูงขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยง  หลังนักลงทุนเริ่มคลายกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จากรายงานที่ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายใหม่ในจีนเริ่มชะลอตัวลง  ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาของจีน กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีนจะแตะระดับสูงสุดในเดือนนี้  ก่อนที่จะทรงตัวและอาจสิ้นสุดการระบาดในเดือนเม.ย.  นอกจากนี้ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่ม  จากสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน  หลังนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ระบุในระหว่าง Testifies กับคองเกรสว่า  เศรษฐกิจสหรัฐยังคงขยายตัวปานกลาง  ตลาดจ้างงานยังคงแข็งแกร่ง  ส่วนความเสี่ยงในช่วงขาลงต่อเศรษฐกิจสหรัฐเบาบางลง  และเชื่อว่านโยบายเฟดในปัจจุบันนั้นมีความเหมาะสม  สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาทองคำร่วงลงแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,561.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างวัน  ก่อนที่สกุลเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าลงในเวลาต่อมาจนช่วยหนุนให้ราคาทองคำการฟื้นตัวขึ้นบ้างในช่วงปลายตลาด  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่ม +6.15 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการแถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภา ของนายพาวเวลล์ ประธานเฟด

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือโซน 1,559-1,556 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ จะมีผลให้ราคาพยายามทรงตัวและดีดตัวขึ้นช่วงสั้น โดยหากขึ้นมาถึงบริเวณกรอบแนวต้านแรกโซน 1,576 ดอลลาร์ต่อออนซ์แต่หายังไม่สามารถผ่านได้ คาดว่าจะมีแรงขายทำกำไรออกมา  อย่างไรก็ดีหากตลอดทั้งวันยังสามารถยืนเหนือแนวรับแรกได้ คาดจะเกิดแรงซื้อกลับลงมาอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นเก็งกำไรระยะสั้น โดยอาจรอให้มีแรงขายลงมายังแนวรับในบริเวณ 1,559-1,556 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จึงทยอยเข้าซื้อเก็งกำไร แต่หากราคาหลุด 1,547 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจต้องชะลอการซื้อออกไปก่อน ขณะที่การเปิดสถานะขาย อาจต้องชะลออออกไปหากราคาปรับตัวขึ้นไปเหนือบริเวณ 1,576 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) สหรัฐเผยตัวเลขการเปิดรับสมัครงานต่ำสุดรอบ 2 ปีในเดือนธ.ค.  สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ดิ่งลง 8% สู่ระดับ 6.4 ล้านตำแหน่งในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2560 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 6.9 ล้านตำแหน่ง จากระดับ 6.8 ล้านตำแหน่งในเดือนพ.ย.
  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบยูโร นลท.ขายสินทรัพย์ปลอดภัยหลังคลายกังวลไวรัสโคโรนา  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและเงินปอนด์ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (11 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย และเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง เช่นสกุลเงินยูโร หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เริ่มส่งสัญญาณในด้านบวก  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0920 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0914 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2961 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2915 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6713 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6679 ดอลลาร์สหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.75 เยน จากระดับ 109.69 เยน แต่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9754 ฟรังก์ จากระดับ 0.9769 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3290 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3318 ดอลลาร์แคนาดา
  • (-) ดาวโจนส์ปิดทรงตัว หลังนักลงทุนคลายกังวลไวรัสโคโรนา  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทรงตัวเมื่อคืนนี้ (11 ก.พ.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq เดินหน้าทำนิวไฮติดต่อกันเป็นวันที่ 2 หลังจากมีรายงานว่าจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายใหม่ในจีนเริ่มชะลอตัวลง ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาชื่อดังของจีนได้แสดงความเชื่อมั่นว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาจะเบาบางลงในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยหนุนจากการที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้แสดงมุมมองด้านบวกเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจและตลาดแรงงานของสหรัฐ  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 29,276.34 จุด ลดลง 0.48 จุด หรือ -0.00% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,357.75 จุด เพิ่มขึ้น 5.66 จุด หรือ +0.17% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,638.94 จุด เพิ่มขึ้น 10.55 จุด หรือ +0.11%
  • (+/-) “พาวเวล”ชี้เศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีการขยายตัว ขณะเฟดจับตาไวรัสโคโรนา  นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวถ้อยแถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวานนี้ โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวปานกลาง และปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยสนับสนุนการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนก็ยังคงมีความแข็งแกร่ง ขณะที่ตลาดแรงงานมีการจ้างงานจำนวนมาก  นอกจากนี้ ความเสี่ยงในช่วงขาลงต่อเศรษฐกิจสหรัฐได้เบาบางลงในช่วงปลายปีที่แล้ว ขณะที่ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนได้คลี่คลายลง และการขยายตัวของเศรษฐกิจในต่างประเทศเริ่มส่งสัญญาณการมีเสถียรภาพ ส่วนสภาวะในตลาดการเงินได้ผ่อนคลายลง ขณะที่แนวโน้มการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปีหน้าได้ลดน้อยลงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา  อย่างไรก็ดี นายพาวเวลเตือนว่า ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีนได้กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงใหม่ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ  แถลงการณ์ระบุว่า เฟดกำลังจับตาอย่างใกล้ชิดต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และผลกระทบที่มีต่อจีน และการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก  นายพาวเวลเชื่อมั่นว่านโยบายของเฟดยังคงมีความเหมาะสม หลังจากที่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยถึง 3 ครั้งในปีที่แล้ว แม้มีความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของไวรัส