ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 11 ส.ค.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นการซื้อขายทำกำไรระยะสั้นในกรอบหลังจากราคามีแรงขายทำกำไรออกมาเพิ่ม การเปิดสถานะซื้อแนะนำรอการอ่อนตัวลงเข้าใกล้แนวรับในโซน 2,014-2,009 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และพิจารณาโซน 2,038-2,055 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อแบ่งปิดสถานะซื้อทำกำไร

แนวรับ : 2,009 1,993 1,977 แนวต้าน : 2,038 2,055 2,075

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง  -4.97 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้ว่าในระหว่างวันราคาทองคำจะดีดตัวขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 2,049.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์จากแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐ  บวกรวมกับสกุลเงินดอลลาร์ลดช่วงบวกที่ทำในระหว่างวัน  อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำไม่สามารถรักษาช่วงบวกไว้ได้  เนื่องจากสกุลเงินดอลลาร์ฟื้นตัวขึ้นได้ในที่สุด  โดยรวมแล้ว  สกุลเงินดอลลาร์ยังคงได้รับแรงหนุนต่อเนื่องมาจากสัปดาห์ที่แล้ว  หลังการเปิดเผยตัวเลขในตลาดแรงงานที่ดีเกินคาด  นอกจากนี้สกุลเงินดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากการเปิดเผยตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน  ที่เพิ่มขึ้นเกินคาดสู่ระดับ 5.9 ล้านตำแหน่งในเดือนมิ.ย.  ประกอบกับนักลงทุนยังคงเปิดรับความเสี่ยง  สะท้อนจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดเพิ่มขึ้น 357.96 จุด โดยได้แรงหนุนจากการที่ทำเนียบขาวแสดงท่าทีพร้อมเจรจากับแกนนำในสภาคองเกรสอีกครั้ง หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการออกกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  สถานการณ์ดังกล่าวบั่นทอนความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำมาเปลี่ยนแปลง  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจขนาดเล็กจากNFIB  และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

ระหว่างวันหากราคาทองคำไม่หลุด 2,014-2,009 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะมีโอกาสดีดตัวขึ้น แต่กรอบแนวต้านด้านบนค่อนข้างจำกัด การขยับขึ้นจะมีแนวต้านโซน 2,038-2,055 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดแนวรับโซน 2,009 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มุมมองเชิงบวกจะลดลงและราคาอาจมีโอกาสอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับถัดไป

กลยุทธ์การลงทุน :

ราคาทองคำมีจุดเปิดสถานะซื้อระยะสั้นในบริเวณ 2,014-2,009 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากหลุดแนวรับ 2,009 ดอลลาร์ต่อออนซ์) แต่หากราคาขยับขึ้นให้พิจารณาบริเวณ 2,038 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นจุดปิดสถานะซื้อทำกำไร หากผ่านได้อาจชะลอการขายทำกำไรไปยังโซนแนวต้านถัดไปบริเวณ 2,055 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ขุนคลังสหรัฐคาดทำเนียบขาว-คองเกรสบรรลุดีลสัปดาห์นี้  นายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์และสภาคองเกรสจะสามารถบรรลุข้อตกลงในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้ หากพรรคเดโมแครต”มีเหตุมีผล”  นายมนูชินกล่าวว่า ยังคงมีโอกาสที่ทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ในการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และกฎหมายดังกล่าวจะสามารถผ่านการอนุมัติจากสภาคองเกรส  อย่างไรก็ดี นายมนูชินปฏิเสธที่จะระบุว่า เขาและนายมาร์ก มีโดว์ส หัวหน้าคณะทำงานประจำทำเนียบขาว รวมทั้งนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ และนายชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา จะเริ่มการเจรจาอีกครั้งเมื่อใด หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการหารือกันในสัปดาห์ที่แล้ว  แต่นายมนูชินกล่าวเสริมว่า “ถ้าเราสามารถได้รับข้อเสนอที่ยุติธรรม เราก็จะทำข้อตกลงในสัปดาห์นี้ ผมคิดว่าพวกเขาพร้อมที่จะประนีประนอม” 
  • (-) ดอลล์แข็งค่า นักลงทุนจับตามาตรการกระตุ้นศก.,สหรัฐ-จีนเจรจาการค้า  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินบางสกุล ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการเจรจาเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ รวมทั้งการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในวันที่ 15 ส.ค.นี้  ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9151 ฟรังก์ จากระดับ 0.9133 ฟรังก์ แต่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3352 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3385 ดอลลาร์แคนาดา และหากเทียบกับเงินเยน ดอลลาร์ทรงตัวอยู่ที่ระดับ  105.94 เยน  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1742 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1781 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3068 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3051 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7151 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7149 ดอลลาร์สหรัฐ  ดัชนีดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.15% แตะที่ 93.5795 เมื่อคืนนี้
  • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 357.96 จุด รับความหวังสหรัฐออกมาตรการกระตุ้นศก.  ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่ทำเนียบขาวแสดงท่าทีพร้อมเจรจากับแกนนำในสภาคองเกรสอีกครั้ง หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการออกกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq ปิดในแดนลบเนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีน  ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 27,791.44 จุด เพิ่มขึ้น 357.96 จุด หรือ +1.30% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,360.47 จุด เพิ่มขึ้น 9.19 จุด หรือ +0.27% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,968.36 จุด ลดลง 42.62 จุด หรือ -0.39%
  • (-) สหรัฐเผยตัวเลขการเปิดรับสมัครงานเพิ่มขึ้น 518,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย.  สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน เพิ่มขึ้น 518,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 5.9 ล้านตำแหน่งในเดือนมิ.ย.
  • (-) กูรูเตือน 2 กับดักสกัดราคาทองพุ่ง  นายยุง-ยู หม่า หัวหน้านักวิเคราะห์ด้านการลงทุนของบริษัทบีเอ็มโอ เวลธ์ แมเนจเมนท์ กล่าวว่า ขณะนี้มีหลายปัจจัยที่กำลังขับเคลื่อนราคาทองให้ดีดตัวขึ้น แต่ก็มี 2 เหตุการณ์สำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงทิศทางของราคาทอง  “2 เหตุการณ์สำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงทิศทางราคาทอง ได้แก่ การพัฒนาวัคซีนต้านโควิด-19 และการเลือกตั้งในสหรัฐ” นายหม่ากล่าว  นายหม่าระบุว่า วัคซีนต้านโควิด-19 มีแนวโน้มที่จะสกัดปัจจัยบวกที่กำลังหนุนราคาทอง  ทางด้านเธิร์ด บริดจ์ กรุ๊ป ซึ่งเป็นสำนักวิจัย ระบุว่า ราคาทองอาจดิ่งลงต่ำกว่าระดับ 1,600 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 3 พ.ย. ก่อนที่จะดีดตัวขึ้นต่อไปในปีหน้า
  • (+/-) ขุนคลังสหรัฐยันพร้อมถกแกนนำเดโมแครตอีกครั้ง หลังการเจรจาล่มสัปดาห์ที่แล้ว  นายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เปิดกว้างต่อการเจรจาครั้งใหม่กับแกนนำพรรคเดโมแครตเกี่ยวกับการออกมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  รัฐบาลพร้อมที่จะเสนอวงเงินที่มากขึ้นเพื่อให้สามารถบรรลุข้อตกลงกับพรรคเดโมแครต