ข้ามไปยังทูลบาร์
พฤศจิกายน 27, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 11 มี.ค.63 (ภาคบ่าย) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,642 1,634 1,619

แนวต้าน : 1,674 1,687 1,703

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  ความไม่แน่ใจที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐเพื่อต่อสู้ การระบาดของไวรัสโควิด-19 เมื่อสมาชิกพรรคเดโมแครต ซึ่งรวมถึงวุฒิสมาชิกมาร์ค วอร์เนอร์ จากรัฐเวอร์จิเนีย ยังได้แสดงความกังขาเกี่ยวกับข้อเสนอของปธน.ทรัมป์ในการปรับลดภาษีเงินเดือน โดยกล่าวว่ามาตรการดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบต่อระบบประกันสังคมของสหรัฐ และไม่ได้ช่วยเหลือประชาชนที่ตกงาน ประเด็นดังกล่าว กลับมาหนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้น ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงกว่า 500 จุด หรือ กว่า 2.00% อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำปรับตัวขึ้นได้ไม่ไกลเพราะ หากมีการประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชัดเจนออกมา ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจะถูกขายออกมาอีกครั้ง เบื้องต้นแม้ว่าราคาทองคำจะมีแรงซื้อกลับเข้ามาแต่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นไม่มาก แนะนำเข้าขายเพื่อหวังทำกำไรระยะสั้นหากราคาไม่สามารถยืนเหนือบริเวณ 1,670-1,674 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ประเมินว่ายังมีโอกาสที่ ราคาทองคำอาจมีการขยับลงทดสอบแนวรับบริเวณ 1,642 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากสามารถยืนได้ แนะนำเข้าซื้อคืนเพื่อทำกำไร แต่หากราคาไม่สามารถยืนเหนือบริเวณแนวรับดังกล่าวได้ สามารถชะลอการเข้าซื้อคืนไปที่แนวรับถัดไป

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot:  หลังจากราคาทองคำขยับตัวขึ้น แต่แรงซื้ออยู่ในระดับจำกัด หากราคาทดสอบกรอบราคาด้านบน บริเวณ 1,670-1,674 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แต่ยังไม่สามารถยืนได้อย่างแข็งแกร่ง อาจมีแรงขายออกมา จนราคาอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับบริเวณ 1,642-1,631 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ถ้าหากสามารถยืนได้ราคาอาจมีการสร้างฐานและดีดตัวขึ้นอีกครั้ง

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position แนะนำให้แบ่งปิดสถานะทำกำไรบางส่วนบริเวณแนวต้าน 1,670-1,674 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แล้วรอจังหวะเข้าซื้อหากราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดแนวรับ 1,642-1,631 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position ปิดสถานะบริเวณแนวรับ 1,642 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่หลุดแนวดังกล่าว หรือยืนได้อย่างแข็งแกร่ง แต่หากราคาหลุดแนวรับดังกล่าวสามารถรอปิดสถานะทำกำไรบริเวณ 1,631 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New แนะนำเปิดสถานะขายหากราคาปรับตัวขึ้นไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,670-1,674 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุน 1,687 ดอลลาร์ต่อออนซ์) และปิดสถานะทำกำไรหากราคาอ่อนตัวลงไม่หลุดแนวรับ 1,642 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาปรับตัวลงแรงจนหลุดแนวรับดังกล่าว แนะนำชะลอการเข้าซื้อคืนไปที่แนวรับถัดไป

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ดาวโจนส์จ่อเปิดร่วงกว่า 600 จุด หลังปิดพุ่งเมื่อคืนนี้  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กจ่อร่วงกว่า 600 จุดเมื่อเปิดทำการซื้อขายในวันนี้ (11  มี.ค.) หรือคืนนี้ตามเวลาไทย เมื่อประเมินจากทิศทางการเคลื่อนไหวของดาวโจนส์ฟิวเจอร์ตลอดทั้งวันนี้ หลังจากที่ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 1,100 จุดเมื่อคืนนี้ (10 มี.ค.) ขานรับถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งระบุว่า รัฐบาลสหรัฐจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่  ณ เวลา 15.34 น. ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ ร่วงลง 436 จุด หรือ 1.75% แตะที่ 24,395 จุด  ส่วนดัชนี S&P 500 และ Nasdaq คาดว่า จะปรับตัวลงอย่างหนักเมื่อตลาดเปิดการซื้อขายด้วยเช่นกัน โดยดัชนี S&P 500 ฟิวเจอร์ ร่วงลง 70.05 จุด หรือ 2.44% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ฟิวเจอร์ ร่วงลง 217.50 จุด หรือ 2.61%  ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งเมื่อคืนนี้ ขานรับการที่ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า จะออกมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจขนานใหญ่ ซึ่งรวมถึงการปรับลดภาษีเงินเดือน และมาตรการเร่งด่วนอื่นๆ เพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยคณะบริหารของรัฐบาลสหรัฐจะเร่งผลักดันให้สภาคองเกรสอนุมัติมาตรการดังกล่าว
  • (+) เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดลบ 28.24 จุด เหตุวิตกโควิด-19  ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดวันนี้ปรับตัวลง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ที่ทำให้นานาประเทศติดตามสถานการณ์การใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19   สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตร่วง 28.24 จุด หรือ 0.94% ปิดที่ 2,968.52 จุด
  • (-) อียูเตรียมจัดตั้งกองทุน 2.5 หมื่นล้านยูโรต่อสู้ไวรัสโคโรนา  นางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ประกาศเมื่อวานนี้ว่า สหภาพยุโรปจะจัดตั้งกองทุนการลงทุนวงเงิน 2.5 หมื่นล้านยูโร เพื่อต่อสู้กับการระบาดของไวรัสโคโรนาและเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อเศรษฐกิจ  เธอกล่าวว่า “การระบาดดังกล่าวเกิดขึ้นและจะเกิดขึ้น เป้าหมายของเราคือการชะลอการระบาด” ขณะที่เธอประกาศมาตรการดังกล่าว โดยเสริมว่า สหภาพยุโรปจะใช้ “เครื่องมือทุกอย่าง” ในการป้องกันเศรษฐกิจจากผลกระทบของไวรัสโคโรนา  จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยอิตาลีซึ่งยืนยันผู้ติดเชื้อกว่า 10,000 คนและเสียชีวิต 631 คน เป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ฝรั่งเศส, สเปน และเยอรมนีได้รับผลกระทบจากไวรัสดังกล่าวอย่างหนักเช่นกัน
  • (-) รัฐบาลสหรัฐไฟเขียวต่ออายุใบอนุญาตให้บริษัทสหรัฐทำธุรกิจกับ “หัวเว่ย” ถึงวันที่ 15 พ.ค.  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐประกาศต่ออายุใบอนุญาตให้บริษัทสหรัฐทำธุรกิจกับบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ ของจีน ได้จนถึงวันที่ 15 พ.ค. จากเดิมที่จะหมดอายุในวันที่ 1 เม.ย.  นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐยังได้เปิดรับความคิดเห็นจากสาธารณะในกรณีที่หากสหรัฐไม่ต่อใบอนุญาตให้หัวเว่ยอีกในอนาคต เพื่อนำไปพิจารณาว่าสหรัฐควรจะยืดใบอนุญาตดังกล่าวต่อไปอีกหรือไม่  ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังเมื่อเดือนพ.ค.ปีที่แล้ว รัฐบาลสหรัฐได้ขึ้นบัญชีดำหัวเว่ยในรายชื่อ Entity List ซึ่งเป็นบัญชีรายชื่อของบริษัทสื่อสารโทรคมนาคมที่ถูกสั่งห้ามไม่ให้ซื้อขายสินค้ากับบริษัทสหรัฐ หากไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาล โดยรัฐบาลสหรัฐแสดงความกังวลว่า อุปกรณ์ของหัวเว่ยอาจช่วยให้รัฐบาลจีนสามารถสอดแนมสหรัฐได้  ปัจจุบัน บริษัทสหรัฐจะทำธุรกิจกับหัวเว่ยได้ถ้ามีใบอนุญาต โดยรัฐบาลสหรัฐจะพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตเป็นระยะ ๆ
  • (+/-) ธ.กลางอังกฤษประกาศลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% สู่ 0.25% ในวันนี้  วันนี้ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอังกฤษจากภาวะติดขัดจากการระบาดของไวรัสโคโรนา  ธนาคารกลางอังกฤษระบุในแถลงการณ์ว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) มีมติลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนส.ค.ปี 2016 สู่ 0.25% จาก 0.75%  ธนาคารกลางอังกฤษคงเป้าหมายสำหรับการซื้อพันธบัตรรัฐบาลที่ 4.35 แสนล้านปอนด์และคงเป้าหมายการซื้อหุ้นกู้ที่ 1 หมื่นล้านปอนด์  ธนาคารกลางอังกฤษยังได้ออกแผนเงินสนับสนุนครั้งใหม่สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและจะเสนอเงินทุนระยะ 4 ปีในช่วง 12 เดือนข้างหน้า