ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 28, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 11 มี.ค.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัวในกรอบออกด้านข้าง แต่จำเป็นต้องตั้งจุดทำกำไรและจุดตัดขาดทุน โดยแบ่งทองคำออกขายในโซน 1,670-1,674 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากราคาผ่าน 1,687 ดอลลาร์ต่อออนซ์)

แนวรับ : 1,642 1,631 1,619 แนวต้าน : 1,674 1,687 1,703

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง  26.25 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยได้รับแรงกดดันจากความหวังว่ารัฐบาลสหรัฐจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 1,167.14 จุดหรือ +4.89%, S&P500 ปิด +4.94% ส่วน Nasdaq ปิด +4.95%  ขณะที่ดอลลาร์ได้แรงหนุนจากข่าวดังกล่าวเช่นกัน  ประกอบกับ NFIB เปิดเผยว่าดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมปรับตัวขึ้นเกินคาดสู่ระดับ 104.5 ในเดือนก.พ. จึงช่วยหนุนสกุลเงินดอลลาร์เพิ่มเติม  สถานการณ์ดังกล่าวกดดันให้ราคาทองคำร่วงลงมาแตะระดับต่ำสุดในระหว่างวันบริเวณ 1,641  ดอลลาร์ต่อออนซ์  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำลดลง -1.76 ตัน  อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นในช่วงเช้าของวันนี้ในตลาดเอเชีย  หลังจากประธ่านาธิบดีทรัมป์ไม่ได้จัดการแถลงข่าวตามที่เยระบุไว้  แต่ส่งนายแลร์รี่ คุดโลว์ที่ปรึกษาเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาวมาแถลงแทน  อย่างไรก็ดี  นายคุดโลว์ไม่ได้ให้รายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการปรับลดภาษีเงินเดือน(payroll tax)ในการแถลงการณ์แต่อย่างใด  ซึ่งสร้างความผิดหวังให้แก่นักลงทุนส่งผลให้สัญญาฟิวเจอร์สตลาดหุ้นสหรัฐเช้านี้แกว่งตัวในแดนลบจนหนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้น  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)ของสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำอาจชะลอการปรับตัวขึ้นหลังจากราคาดีดตัวเข้าใกล้กรอบด้านบนและมีแรงขายออกมาค่อนข้างมาก เบื้องต้นยังต้องติดตามหากไม่สามารถยืนเหนือแนวต้าน 1,674-1,687 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มีโอกาสที่จะเผชิญแรงขายลงสู่แนวรับในโซน 1,642-1,631 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากยืนได้ราคาจะแกว่งตัวออกด้านข้างเพื่อสร้างฐานราคา

กลยุทธ์การลงทุน :

ยังเน้นเก็งกำไรตามกรอบแนวรับแนวต้าน  โดยหากราคาไม่ผ่านแนวต้าน พิจารณาเปิดสถานะขายเก็งกำไรระยะสั้นบริเวณ 1,670-1,674 ดอลลาร์ต่อออนซ์(ตัดขาดทุนหากราคาผ่าน 1,687 ดอลลาร์ต่อออนซ์) การเข้าซื้อคืนแนะนำรอพิจารณาบริเวณ 1,642-1,631 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงกว่า 300 จุดเช้านี้ นักลงทุนรอความชัดเจน “ทรัมป์” ออกมาตรการกระตุ้นศก.  ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงกว่า 300 จุดในช่วงเช้านี้ ขณะที่นักลงทุนรอความชัดเจนจากคณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  ณ เวลา 08.25 น.ตามเวลาไทยในวันนี้ ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลง 363 จุด หรือ 1.46% แตะที่ระดับ 24,486 จุด  ปธน.ทรัมป์เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า เขาจะออกมาตรการครั้งใหญ่ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงการปรับลดภาษีเงินเดือน และมาตรการเร่งด่วนอื่นๆ เพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19   อย่างไรก็ดี ปธน.ทรัมป์ไม่ได้จัดการแถลงข่าวในวันอังคารตามเวลาสหรัฐ แม้ว่าเขาได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะมีการจัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เพื่อประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก รับความหวังหลายประเทศออกมาตรการกระตุ้นศก.  ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (10 มี.ค.) โดยได้แรงหนุนจากความหวังที่ว่า รัฐบาลของหลายประเทศจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.13 เยน จากระดับ 102.15 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9387 ฟรังก์ จากระดับ 0.9239 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3738 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3629 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1292 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1458 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2912 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3110 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6486 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6595 ดอลลาร์สหรัฐ
  •  (-) สหรัฐเผยดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจขนาดย่อมสูงกว่าคาดในเดือนก.พ.  สหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (NFIB) แถลงในวันนี้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 104.5 ในเดือนก.พ. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 103.7 จากระดับ 104.3 ในเดือนม.ค.
  • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 1,167.14 จุด รับความหวัง “ทรัมป์” ออกมาตรการกระตุ้นศก.  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 1,100 จุดเมื่อคืนนี้ (10 มี.ค.) ขานรับถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ซึ่งระบุว่า รัฐบาลสหรัฐจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงกว่า 2,000 จุดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยราคาหุ้นดีดตัวขึ้นเป็นวงกว้าง ซึ่งรวมถึงหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมัน และหุ้นกลุ่มธุรกิจเรือสำราญฟื้นตัวขึ้นขานรับความหวังเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจของปธน.ทรัมป์  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,018.16 จุด พุ่งขึ้น 1,167.14 จุด หรือ +4.89% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,882.23 จุด เพิ่มขึ้น 135.67 จุด หรือ +4.94% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,344.25 จุด เพิ่มขึ้น 393.57 จุด หรือ +4.95%
  • (+/-) ซาอุฯเมินรัสเซียส่งสัญญาณเจรจา ขณะลั่นเดินหน้าผลิตน้ำมันเต็มที่  ซาอุดีอาระเบียเมินท่าทีประนีประนอมของรัสเซียที่ได้ส่งสัญญาณอาจกลับมาเจรจากับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) อีกครั้งเพื่อรักษาเสถียรภาพในตลาด  “ผมไม่เห็นประโยชน์ในการจัดการประชุมในเดือนพ.ค.-มิ.ย. ซึ่งจะยิ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของเราในสิ่งที่ควรทำ และในการใช้มาตรการที่จำเป็นในวิกฤตการณ์ครั้งนี้” เจ้าชายอับดูลาซิส บิน ซัลมาน รัฐมนตรีพลังงานซาอุดีอาระเบีย กล่าว  สำนักข่าวอินเตอร์แฟ็กซ์รายงานก่อนหน้านี้ว่า นายอเล็กซานเดอร์ โนวัค รัฐมนตรีพลังงานรัสเซีย กล่าวว่า รัสเซียยังไม่ได้ปิดประตูการเจรจากับโอเปกเพื่อรักษาเสถียรภาพในตลาดน้ำมัน