พฤษภาคม 13, 2021

วิเคราะห์ราคาทองคำ 11 พ.ย.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นการซื้อขายเก็งกำไรระยะสั้น เสี่ยงเข้าซื้อในบริเวณ 1,871-1,859 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากหลุด 1,859 ดอลลาร์ต่อออนซ์) พิจารณาขายทำกำไรช่วงสั้นหากไม่ผ่านแนวต้าน 1,893-1,902 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,871 1,859 1,847  แนวต้าน : 1,893 1,902 1,912

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น  6.32 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อ Buy the dip หลังจากราคาทองคำร่วงลงแรง  นอกจากนี้  ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากสัญญาณการผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อเนื่องของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)  หลังจากนายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานเฟดดัลลัส ระบุวานนี้ เฟดไม่ควรยกเลิกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตราบใดที่ COVID-19 ยังคงมีการแพร่ระบาด พร้อมกับเตือนว่าช่วงเวลา 2 ไตรมาสข้างหน้าจะมีความท้าทาย และยากลำบากมาก เพราะความเสี่ยงในช่วงขาลงกำลังเพิ่มขึ้นอันเนื่องจากการแพร่ระบาดของ COVID-19  ปัจจัยดังกล่าวหนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในระหว่างวันบริเวณ 1,890.41 ดอลลาร์ต่อออนซ์  อย่างไรก็ดี  การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำยังเป็นไปอย่างจำกัดเมื่อเทียบกับการปรับตัวลงแรงในวันทำการก่อนหน้า  เหตุเพราะความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนต้าน COVID-19 ยังเป็นปัจจัยบั่นทอนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ  ประกอบกับดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้น +0.02% วานนี้เนื่องจากนักลงทุนมีการปิดสถานะซื้อในสกุลเงินปลอดภัยหลักอื่นๆ  อาทิเช่น  เยน  และฟรังก์สวิส  รับข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับการผลิตวัคซีนต้านCOVID-19  ซึ่งทำให้ดอลลาร์ยังคงเคลื่อนไหวทรงตัวจนเป็นปัจจัยสกัดช่วงบวกของราคาทองคำ  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง  สำหรับวันนี้ไม่มีกำหนดการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ  ขณะที่ปริมาณการซื้อขายในช่วงค่ำอาจเบาบางกว่าปกติ  เนื่องจากภาคธนาคารรวมถึงตลาดพันธบัตรของสหรัฐจะปิดทำการเนื่องในวันทหารผ่านศึก  (Veterans Day) อย่างไรก็ตามตลาดทุน ตลาดเงินและตลาดทองคำนิวยอร์กยังคงเปิดทำการตามปกติ

จจัยทางเทคนิค :

หลังจากราคาทองคำทิ้งลงแรง ราคาสามารถยืนได้จึงเกิดแรงซื้อพยุงราคาไว้ อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายเข้ามากดดันจนราคาปรับตัวขึ้นในระดับจำกัด หากราคาไม่ผ่านโซนแนวต้านระยะสั้นอยู่ที่ 1,893-1,902 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ประเมินว่าเป็นการแกว่งตัวในกรอบโดยมีแนวรับบริเวณ 1,871-1,859 ดอลลาร์ต่อออนซ์  (1,859 เป็นระดับต่ำสุดวานนี้ และระดับต่ำสุด เดือนต.ค.)

กลยุทธ์การลงทุน :

ซื้อขายเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัวในกรอบ โดยเสี่ยงเปิดสถานะซื้อในบริเวณ 1,871-1,859 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ลดพอร์ตการลงทุนหากราคาหลุด 1,859 ดอลลาร์ต่อออนซ์) หากราคาดีดตัวขึ้นให้พิจารณาโซน 1,893-1,902 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นจุดปิดสถานะทำกำไร

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ประธานเฟดดัลลัสกังวลเศรษฐกิจสหรัฐเผชิญความเสี่ยงช่วงขาลงจากโควิด  นายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัส กล่าวว่า เขามีความกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเผชิญความเสี่ยงในช่วงขาลงในระยะสั้น อันเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่เขามีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจในระยะยาว  “ช่วงเวลา 2 ไตรมาสข้างหน้าจะมีความท้าทาย และยากลำบากมาก โดยความเสี่ยงในช่วงขาลงกำลังเพิ่มขึ้นอันเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19” นายแคปแลนกล่าว  อย่างไรก็ดี นายแคปแลนกล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงครึ่งหลังของปีหน้า หลังจากที่มีการแจกจ่ายวัคซีนต้านโควิด-19 ในวงกว้าง  นอกจากนี้ นายแคปแลนยังระบุว่า ตราบใดที่ไวรัสโควิด-19 ยังคงมีการแพร่ระบาด เฟดไม่ควรยกเลิกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงการซื้อพันธบัตรวงเงิน 1.2 แสนล้านดอลลาร์ต่อเดือน และโครงการปล่อยสินเชื่อให้แก่ภาคธุรกิจสหรัฐ
  • (+) สหรัฐเผยตัวเลขการเปิดรับสมัครงานเพิ่มขึ้น 84,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย.  สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงานเพิ่มขึ้น 84,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 6.4 ล้านตำแหน่งในเดือนก.ย.
  • (+) สหรัฐเผยดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจขนาดย่อมทรงตัวในเดือนต.ค.  สหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (NFIB) แถลงในวันนี้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมทรงตัวที่ระดับ 104 ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบกับเดือนก.ย. ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในเดือนก.พ.
  • (-) “ปูติน” เผยรัสเซียเตรียมอนุมัติจดทะเบียนวัคซีนต้านโควิดเป็นตัวที่ 3  สื่อของรัสเซียรายงานวันนี้ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ประกาศว่า รัสเซียเตรียมอนุมัติการจดทะเบียนวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 เป็นตัวที่ 3 ของประเทศ  ปธน.ปูตินกล่าวว่า วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ทุกตัวของรัสเซียล้วนมีประสิทธิภาพ  อย่างไรก็ดี ปธน.ปูตินไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับวัคซีนตัวใหม่ และข้อมูลการจดทะเบียนแต่อย่างใด 
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก รับข่าววัคซีนโควิดคืบหน้า  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (10 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงขานรับข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนต.ค.  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.02% สู่ระดับ 92.7513  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9150 ฟรังก์ จากระดับ 0.9127 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3020 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2984 ดอลลาร์แคนาดา แต่หากเทียบกับเงินเยน ดอลลาร์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 105.28 เยน จากระดับ 105.43 เยน  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1813 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1829 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3253 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3166 ดอลลาร์
  • (-) ผอ.สถาบันโรคติดเชื้อสหรัฐชี้อาจมีวัคซีนโควิด-19 เพียงพอสำหรับชาวอเมริกันภายในเม.ย.  นายแพทย์แอนโธนี  เฟาซี ที่ปรึกษาด้านโควิด-19 ของทำเนียบขาวและผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และติดเชื้อแห่งชาติสหรัฐระบุว่า อาจมีวัคซีนโควิด-19 เพียงพอสำหรับชาวอเมริกันที่ต้องการฉีดป้องกันโรคภายในสิ้นเดือนเม.ย.ปี 2021  ขณะที่กรอบเวลาดังกล่าวเป็นการประมาณการ นายแพทย์เฟาซีระบุว่าอาจต้องใช้เวลาจนถึง “ไตรมาส 2 และไตรมาส 3″ ของปีหน้าเพื่อโน้มน้าวให้ประชาชนรับวัคซีนป้องกันไวรัสชนิดนี้ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเชิงบวกเบื้องต้นของบริษัท Pfizer ที่แสดงว่าวัคซีนโควิด-19 มีประสิทธิภาพกว่า 90% อาจจูงใจให้ประชาชนรับวัคซีนเร็วขึ้น  เขาตอบคำถามของนายเจค แทปเปอร์ ผู้ประกาศข่าวของสถานีโทรทัศน์ CNN ว่าประชาชนส่วนใหญ่จะได้รับวัคซีนเมื่อไร โดยระบุว่า “ผมคิดว่าคุณจะได้วัคซีนภายใน 4 เดือนแรก ผมคิดว่าภายในเดือนเม.ย. คุณจะสามารถรับวัคซีน”
  • (+/-) ดาวโจนส์ปิดบวก 262.95 จุด ขานรับวัคซีนโควิดคืบหน้า  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (10 พ.ย.) เนื่องจากข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ยังคงจูงใจให้นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการเปิดเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงหุ้นกลุ่มค้าปลีกและกลุ่มอุตสาหกรรม อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq ปิดในแดนลบติดต่อกันเป็นวันที่ 2 เนื่องจากความคืบหน้าของวัคซีนยังคงทำให้เกิดแรงเทขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีซึ่งเคยได้อานิสงส์จากการที่ประชาชนต้องทำงานที่บ้านในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 29,420.92 จุด เพิ่มขึ้น 262.95 จุด หรือ +0.90% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,553.86 จุด ลดลง 159.93 จุด หรือ -1.37% ส่วนดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,545.53 จุด ลดลง 4.97 จุด หรือ -0.14%