พฤหัส. ธ.ค. 12th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 11 พ.ย.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,456 1,447 1,436

แนวต้าน : 1,473 1,480 1,494

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าจีน-สหรัฐ กดดันการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง โดยระหว่างวันตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย และ ตลาดหุ้นจีนร่วงลง ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับความไม่สงบทางการเมืองในฮ่องกงและข้อมูลเศรษฐกิจของจีนในเชิงลบ ทั้งนี้ ดัชนีเซี่ยงไฮ้ร่วงลงมากที่สุดในรอบกว่า 4 เดือน จนกระตุ้นราคาทองคำฟื้นตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจับตา การกล่าวสุนทรพจน์ของ ปธน.ทรัมป์ ณ Economic Club of New York ในวันอังคาร ซึ่งนักลงทุนหวังว่า เขาจะแสดงความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับข้อตกลงเบื้องต้นที่วางแผนไว้กับจีน ทั้งนี้ ปริมาณการซื้อเบาบางในฝั่งสหรัฐอาจเบาบาง เนื่องจาก ธนาคารสหรัฐ และ ตลาดพันธบัตรปิดทำการ เนื่องในวันทหารผ่านศึก Veterans Day แต่ตลาดทุน ตลาดเงิน และ ตลาดทองคำเปิดทำการตามปกติ  ทั้งนี้ แนะนำเก็งกำไรระยะสั้นในกรอบราคา โดยจับตาโซนแนวต้าน 1,473 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถผ่านไปได้ให้รอไปขายบริเวณแนวต้านถัดไป 1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถผ่านแนวต้านแรกไปได้ อาจเห็นการย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับ แนะนำให้รอจังหวะเข้าซื้อบริเวณแนวรับ 1,458-1,456 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามนักลงทุนควรตัดขาดทุนหากราคาหลุดแนวรับดังกล่าว

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: หากราคาสามารถยืนเหนือแนวรับบริเวณ 1,458-1,456 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจสร้างมุมมองว่าราคาทองคำพยายามทรงตัวและเกิดแรงซื้อตามให้ราคาขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1,473-1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากถูกแรงขายออกมาก่อน หรือ ขณะเดียวกันถ้าไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านดังกล่าวได้ ประเมินว่าราคาอาจย่อลงทดสอบแนวรับอีกครั้ง

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position แนะนำให้ขายทำกำไรถ้าราคาไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,473 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ แต่ถ้าฝ่าไปได้ให้รอขายบริเวณแนวต้านถัดไป 1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position  หากราคาทองคำยังไม่ผ่าน 1,473 ดอลลาร์ออนซ์ ยังมีโอกาสที่ราคาจะอ่อนตัวลงให้รอปิดสถานะทำกำไรเมื่อราคาน่าจะปรับลงสู่บริเวณ 1,458-1,456 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New เมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงมายืนเหนือ 1,458-1,456 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แล้วจึงพิจารณาเข้าซื้อ และรอขายทำกำไรเมื่อราคาดีดขึ้นทดสอบ 1,473-1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามหากหลุดแนวรับ 1,456 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ต้องระวังการปรับลงต่อ ถ้ารับความเสี่ยงไม่ได้อาจต้องขายตัดขาดทุน

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) หุ้นจีนร่วงหนักสุดรอบกว่า 4 เดือนขณะวิตกศก.,การค้าถ่วงตลาด  หุ้นจีนร่วงลงในวันนี้ โดยดัชนีเซี่ยงไฮ้ร่วงลงมากที่สุดในรอบกว่า 4 เดือน ในขณะที่นักลงทุนยังคงระมัดระวังเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจจีน ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าจีน-สหรัฐ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีนปิดที่ 2,909.97 ลบ 54.21 จุดหรือ -1.83% ซึ่งเป็นรอบการซื้อขายที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค. ขณะที่ดัชนีหุ้นบลูชิพ CSI300 ปิดที่ 3,902.98 ลบ 70.03 จุดหรือ -1.76% ซึ่งเป็นการร่วงลงรุนแรงที่สุดในวันเดียวนับตั้งแต่วันที่ 5 ส.ค.  ดัชนีราคาผู้ผลิตของจีนร่วงลงมากที่สุดในรอบกว่า 3 ปีในเดือนต.ค. ในขณะที่ภาคการผลิตอ่อนแอลงจากอุปสงค์ที่ลดลงและผลกระทบจากสงครามภาษีจีน-สหรัฐ ซึ่งสนับสนุนทัศนะที่ว่า จีนจะออกมาตรการกระตุ้นต่อไป ในทางตรงกันข้าม ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของจีนปรับขึ้นในอัตราเร็วที่สุดในรอบเกือบ 8 ปี โดยได้รับแรงผลักดันส่วนใหญ่จากการพุ่งขึ้นของราคาเนื้อสุกร ในขณะที่โรคอหิวาห์สุกรแอฟริกาสร้างความเสียหายต่อปริมาณสุกรในประเทศ นักวิเคราะห์บางรายกล่าวว่า การปรับขึ้นของดัชนี CPI อาจจะเป็นความวิตกสำหรับเจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายที่พิจารณาการออกมาตรการเพื่อหนุนอุปสงค์
  • (+) ฮั่งเส็งปิดเช้าร่วง 580.59 จุด วิตกการประท้วงรุนแรงขึ้น ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าร่วงลงอย่างหนัก เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่าการประท้วงในฮ่องกงจะทวีความรุนแรงขึ้น โดยกลุ่มผู้ประท้วงได้ตั้งสิ่งกีดขวางหลายจุดทั่วเกาะฮ่องกงและบุกสถานีรถไฟใต้ดินในช่วงเช้าวันนี้ ส่งผลให้การจราจรในชั่วโมงเร่งด่วนติดขัดอย่างหนัก ดัชนีฮั่งเส็งลดลง 580.59 จุด หรือ 2.10% ปิดภาคเช้าที่ 27,070.55 จุด หนังสือพิมพ์แอปเปิล เดลี ของฮ่องกง รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกงได้ใช้กระสุนจริงยิงผู้ประท้วงเช้านี้ โดยมีวัยรุ่นได้รับบาดเจ็บ 2 ราย และถูกตำรวจจับกุมแล้ว
  • (+) สถาบันวิจัยเกาหลีใต้คาดเศรษฐกิจโลกขยายตัวเพียง 2.9% ปีนี้ จากผลกระทบข้อพิพาทการค้าจีน-สหรัฐ สถาบันนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศของเกาหลีใต้ (KIEP) คาดการณ์ว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกอาจชะลอตัวสู่ระดับ 2.9% ในปีนี้ จากระดับ 3.8% และ 3.6% ของปี 2560 และ 2561 ตามลำดับ เนื่องจากผลกระทบของข้อพิพาททางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ ส่วนในปีหน้า KIEP คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกอาจขยายตัวขึ้นสู่ระดับ 3.2% เนื่องจากเศรษฐกิจในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ที่มีแนวโน้มฟื้นตัว ทั้งนี้ สถาบัน KIEP คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัว 2.3% ในปีนี้ ก่อนที่จะชะลอตัวลงแตะ 2% ในปี 2563 เมื่อเทียบกับระดับ 2.9% ของปี 2561 ขณะที่เศรษฐกิจจีนคาดว่าจะขยายตัว 6.2% ในปีนี้ ก่อนที่จะปรับตัวลงแตะ 6% ในปี 2563 ซึ่งลดลงจากระดับ 6.6% ในปี 2561
  • (-) ดอลลาร์อยู่ใกล้จุดสูงสุดรอบ 3 สัปดาห์ครึ่งท่ามกลางทัศนะบวกยกเลิกภาษี ดอลลาร์อยู่ใกล้ระดับสูงสุดรอบหลายสัปดาห์ในวันนี้ ท่ามกลางทัศนะบวกที่ว่า สหรัฐและจีนจะยกเลิกภาษีที่กระทบการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ดัชนีดอลลาร์ เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินสำคัญ 6 สกุล ทรงตัวที่ 98.323 ไม่ไกลจากระดับสูงสุดรอบ 3 สัปดาห์ครึ่งที่ 98.404 ของเมื่อเย็นวันศุกร์  ความเคลื่อนไหวอยู่ในระดับเล็กน้อย ในขณะที่เทรดเดอร์จับตามองอย่างระมัดระวังต่อข่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับสงครามการค้าสหรัฐ-จีน  เจ้าหน้าที่จากทั้ง 2 ประเทศกล่าวเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วว่า ได้มีการตกลงเกี่ยวกับการยกเลิกภาษีซึ่งกันและกันบางส่วน  แม้ว่าต่อมาปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐปฏิเสธข่าวดังกล่าวเมื่อวันศุกร์ แต่เขาไม่ได้ปฏิเสธข้อตกลงอย่างสิ้นเชิง และพันธบัตรสหรัฐอยู่เหนือระดับแนวรับสำคัญที่ 1.9% ซึ่งเป็นแรงหนุนดอลลาร์ “เขาเปิดกว้างต่อการยกเลิกภาษีบางส่วน” นักวิเคราะห์กล่าว “ตลาดเข้าใจว่า มีแนวโน้มว่า จะมีการดำเนินการบางส่วน” เขากล่าว “ทุกคนรอที่จะปรับตัวรับแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้น” เขากล่าว โดยเสริมว่า การปรับตัวดีขึ้นในอนาคตได้แรงหนุนเพิ่มเติมต่อฤดูการรายงานผลประกอบการในเชิงบวกจากบริษัทสหรัฐ