ข้ามไปยังทูลบาร์
ตุลาคม 29, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 11 ธ.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

Spread the love


โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,453 1,445 1,434

แนวต้าน : 1,471 1,484 1,493

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  แม้ว่านักลงทุนคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะมีมติคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 1.50-1.75% ตามเดิมในการประชุมประจำเดือนธ.ค.ที่กำลังจะเสร็จสิ้นในคืนนี้หลังจากลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ พร้อมทั้งคาดการณ์อีกว่าเฟดจะส่งสัญญาณว่า เฟดไม่เร่งรีบดำเนินการใดๆ เพื่อเปลี่ยนแปลงจุดยืนที่เป็นกลางในด้านอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจับตา ท่าทีของ เฟด ว่าจะเปิดเผยคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย(Dot Plot)และคาดการณ์เศรษฐกิจล่าสุด(Economic Projections)ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด เพื่อใช้คาดการณ์แนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 2020 ซึ่งจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของดอลลาร์ และเป็นปัจจัยขับเคลื่อนราคาทองคำ เบื้องต้นประเมินว่าราคาทองคำพยายามดีดขึ้น แต่หากไม่สามารถยืนเหนือโซนแนวต้าน 1,471 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้  ราคาอาจอ่อนตัวลงทดสอบโซนแนวรับ 1,453-1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามหากมีปัจจัยบวกเพิ่มเติมที่มากพอจะเรียกแรงซื้อเข้ามาได้จนทำให้ผ่านโซน 1,471 ดอลลาร์ต่อออนซ์จะเกิดแรงซื้อตาม  ซึ่งทำให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อเพื่อทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 1,484 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ราคาทองคำพยายามทรงตัว โดยหากราคาสามารถยืนได้ น่าจะมีแรงซื้อตามเพื่อเก็งกำไรกลับเข้ามาอีกครั้ง แนะนำจับตาบริเวณแนวต้านระดับ 1,471 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่สามารถผ่านแนวต้านไปได้ มีแนวโน้มจะเกิดแรงขายทำกำไรออกมาและอาจทำให้ราคาปรับตัวลงมากโดยประเมินแนวรับที่ 1,453-1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position ทยอยลดสถานะลงบริเวณแนวต้าน 1,471 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อลดความเสี่ยง แต่หากรับความเสี่ยงได้มากให้รอดูบริเวณแนวต้านหากราคาสามารถยืนได้ให้รอปิดสถานะในบริเวณ 1,484 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position ปิดสถานะบางส่วนหากราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,453 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อรอขายใหม่บริเวณแนวต้าน 1,471-1,484 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพราะหากยังไม่ผ่านโซนดังกล่าว ราคาน่าจะปรับลงสู่บริเวณ 1,453-1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New หาจังหวะในการเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น หากราคาอ่อนตัวลงและยืนบริเวณ 1,453-1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง จะถือเป็นจุดในการเข้าซื้อ และแบ่งทองคำออกขายเมื่อราคาทองคำดีดตัวขึ้นและไม่สามารถยืนเหนือบริเวณแนวต้าน 1,471-1,484 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างมั่นคง แต่หากผ่านไปได้อาจชะลอการขายออกไป

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) “ทรัมป์” เป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 4 ที่เผชิญการถอดถอน พรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐประกาศข้อกล่าวหาถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐเมื่อวานนี้ ซึ่งทำให้เขาเป็นประธานาธิบดีคนที่ 4 ในประวัติศาสตร์สหรัฐที่เผชิญกับความพยายามอย่างเป็นทางการในการโค่นเขาลงจากตำแหน่ง สภาผู้แทนราษฎรที่ควบคุมโดยพรรคเดโมแครตมีแนวโน้มเกือบจะแน่นนอนแล้วว่า จะลงมติถอดถอนประธานาธิบดีสหรัฐในสัปดาห์หน้าเป็นอย่างเร็ว ซึ่งจะทำให้มีการไต่สวนในวุฒิสภาที่ควบคุมโดยพรรครีพับลิกันในต้นปีหน้า ไม่นานนักก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีขั้นต้นเปิดฉากขึ้นในรัฐไอโอวาและนิวแฮมเชียร์ ความพยายามในการโค่นปธน.ทรัมป์ออกจากทำเนียบขาวเผชิญยังห่างไกลความสำเร็จ วุฒิสภาชิกพรรครีพับลิกันอย่างน้อย 20 คนจะต้องลงมติขับเขาออกจากตำแหน่งและจนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครส่งสัญญาณว่าพวกเขากำลังพิจารณาการเคลื่อนไหวดังกล่าว
  • (-) “โกลด์แมน”คาดเศรษฐกิจสหรัฐอาจปรับตัวเร็วขึ้นอีกครั้งหลังปี 2019  เมื่อวานนี้นายจอห์น วาลดรอน ประธานโกลด์แมน แซคส์ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มว่าจะปรับตัวเร็วขึ้นหลังเริ่มต้นอย่างอ่อนแอในปีนี้ อันเป็นผลจากนโยบายผ่อนคลายทางการเงินมากขึ้นและความยืดหยุ่นของผู้บริโภคสหรัฐ  เขาระบุว่า “เราค่อนข้างมีทัศนะบวกต่อเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะในสหรัฐ ดูเหมือนว่าเศรษฐกิจอาจปรับตัวเร็วขึ้นอีกครั้งจากภาวะที่อ่อนแอกว่าเล็กน้อยในปี 2019”  “ผมคิดว่า การผ่อนคลายของเฟดส่งผลกระทบสำคัญ ดังนั้น เราจะเห็นว่าความหมายโดยนัยของนโยบายที่ผ่อนคลายมากขึ้นจะมีผลต่อเศรษฐกิจและนั่นจะเป็นปัจจัยกระตุ้นมากขึ้นสำหรับผู้บริโภคเป็นพิเศษ แต่ก็จะกระตุ้นผู้ประกอบการเช่นกัน”
  • (-) หุ้นจีนปรับตัวขึ้นขณะนักลงทุนพิจารณาแนวโน้มเลื่อนภาษี หุ้นจีนปรับตัวขึ้น ท่ามกลางการซื้อขายที่ระมัดระวังในวันนี้ หลังรายงานที่ว่า เจ้าหน้าที่จากสหรัฐและจีนกำลังวางแผนเลื่อนการเก็บภาษีรอบใหม่ที่มีกำหนดเริ่มขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ แต่นักลงทุนยังรอรายละเอียดที่เป็นรูปธรรมจากทั้ง 2 ฝ่าย ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีนปิดที่ 2,924.42 บวก 7.10 จุดหรือ +0.24% ขณะที่ดัชนีหุ้นบลูชิพ CSI300 ปิดที่ 3,902.75 บวก 2.36 จุดหรือ +0.06% รายงานของนสพ. วอลล์สตรีท เจอร์นัลระบุว่า เจ้าหน้าที่ในจีนและสหรัฐส่งสัญญาณว่า วันที่ 15 ธ.ค.ไม่ใช่วันสุดท้ายสำหรับการบรรลุข้อตกลงการค้า “ระยะที่ 1”   ยังไม่มีความชัดเจนว่า ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐจะเก็บภาษีครั้งใหม่ต่อสินค้าอุปโภคบริโภคของจีนมูลค่า 1.60 แสนล้านดอลลาร์ในวันที่ 15 ธ.ค.หรือไม่ โดยคาดว่าที่ปรึกษาเศรษฐกิจและการค้าระดับสูงของทำเนียบขาวจะประชุมกันกับปธน.ทรัมป์ในเร็วๆนี้เกี่ยวกับการตัดสินใจดังกล่าว   เงินกู้ใหม่ของธนาคารในจีนฟื้นตัวมากกว่าที่คาดในเดือนพ.ย. ในขณะที่ธนาคารกลางจีนลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำคัญและส่งเสริมการเติบโตด้านสินเชื่อเร็วขึ้นเพื่อพยุงเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัว
  • (+/-) คาดเฟดคงอัตราดอกเบี้ยในประชุมวันนี้พร้อมยืนยันรักษาเสถียรภาพตลาดเงินกู้ระยะสั้น คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเสร็จสิ้นการประชุมเดือนธ.ค.ในบ่ายวันนี้ตามเวลาท้องถิ่นด้วยการส่งสัญญาณว่า เฟดไม่เร่งรีบดำเนินการใดๆเพื่อเปลี่ยนแปลงจุดยืนที่เป็นกลางในด้านอัตราดอกเบี้ย  แต่นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดอาจจะให้สัญญาว่า เฟดจะดำเนินการสิ่งใดก็ตามที่จำเป็นเพื่อรักษาสภาพคล่องให้อยู่ในระดับสูงและอัตราดอกเบี้ยการปล่อยกู้ข้ามคืนให้มีเสถียรภาพในช่วงสิ้นปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตามปกติแล้วตลาดเงินกู้ระยะสั้นจะได้รับแรงกดดันมากที่สุด เฟดจะเปิดเผยแถลงการณ์หลังการประชุมในเวลา 02.00 น.ตามเวลาไทยในวันพฤหัสบดี และคาดว่าเฟดจะไม่ทำการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในแถลงการณ์จากการประชุมครั้งก่อน อย่างไรก็ตาม เฟดจะเปิดเผยคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยและคาดการณ์เศรษฐกิจล่าสุดในเวลาเดียวกัน และนั่นอาจแสดงการปรับตัวดีขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการเพิ่มขึ้นของการจ้างงาน 266,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย.