สิงหาคม 9, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 11 ธ.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นเก็งกำไรในกรอบ  การเข้าซื้อมีแนวรับบริเวณ 1,453-1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากราคาขยับขึ้นควรแบ่งขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านโซน 1,471-1,484 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าผ่านได้สามารถถือต่อ

แนวรับ : 1,453 1,445 1,434  แนวต้าน : 1,471 1,484 1,493

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.69  ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์  หลังจากยูโรแข็งค่าขึ้นขานรับการเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนีจาก ZEW ที่พุ่งขึ้นเกินคาดในเดือนธ.ค. ประกอบหนังสือพิมพ์เซาธ์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์  รายงานว่า สหรัฐและจีนไม่มีแนวโน้มที่จะบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกในสัปดาห์นี้  ขณะที่นายแลร์รี่ คุดโลว์ หัวหน้าที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว เปิดเผยว่า สหรัฐยังคงพร้อมที่จะเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นต่อสินค้านำเข้าจากจีนในวันที่ 15 ธ.ค. ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าภาพรวมการเจรจาการค้าระหว่าง 2 ประเทศยังมีความไม่แน่นอนสูง  จึงกระตุ้นให้นักลงทุนยังคงถือครองทองคำเอาไว้เพื่อป้องกันความเสี่ยง  อย่างไรก็ดี  การปรับตัวขึ้นของราคาไม่มากนักเนื่องจากมีข่าวบวกเกี่ยวกับการเจรจาการค้าจีน-สหรัฐเข้ามาเช่นกัน  อาทิ รายงานของวอลล์สตรีท เจอร์นัล ที่ระบุว่า สหรัฐจะชะลอการเรียกเก็บภาษีนำเข้าต่อสินค้าจีนในวันที่ 15 ธ.ค.นี้  ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำ -0.30 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) คาดเฟด “คง” ดอกเบี้ย  แต่แนะนำจับตา FOMC Statement, แถลงการณ์ประธานเฟด, Dot Plot และ Economic Projections ซึ่งจะสะท้อนการดำเนินนโยบายของเฟดในปี 2020 ทั้งนี้  หากเฟดส่งสัญญาณในเชิง Dovish มากกว่าคาดก็มีแนวโน้มจะเป็นปัจจัยหนุนทองคำ แต่หากเฟดส่งสัญญาณในเชิง  Hawkish มากกว่าคาด อาจส่งผลกดทองคำได้เช่นกัน  จึงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

จจัยทางเทคนิค :

ระหว่างวันหากราคาทองคำไม่หลุด 1,453 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะมีโอกาสดีดตัวขึ้นต่อ โดยหากยืนเหนือระดับแนวต้านแรกบริเวณ 1,471 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ การขยับขึ้นจะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,484 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดแนวรับแรก แนวรับถัดไปจะอยู่ที่ 1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เก็งกำไรซื้อขายระยะสั้น การเปิดสถานะซื้ออาจใช้บริเวณ 1,453 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากหลุดให้ชะลอการเข้าซื้อไปยังโซนแนวรับถัดไป 1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่หากราคาดีดตัวขึ้นแนะนำทยอยแบ่งปิดสถานะทำกำไรโซน 1,471-1,484 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อรอเข้าซื้อใหม่เมื่อราคาอ่อนตัว

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ยูโรแข็งค่า ขานรับความเชื่อมั่นเศรษฐกิจเยอรมนีพุ่งเกินคาด  สกุลเงินยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (10 ธ.ค.) หลังจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจยุโรป (ZEW) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนีพุ่งขึ้นเกินคาดในเดือนธ.ค. ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ หรือในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ตามเวลาไทย รวมทั้งข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1095 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1064 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3204 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3146 ดอลลาร์ ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.73 เยน จากระดับ 108.62 เยน
  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 27.88 จุด นักลงทุนรอความชัดเจนประเด็นการค้าสหรัฐ-จีน,จับตาประชุมเฟด  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (10 ธ.ค.) ขณะที่นักลงทุนรอดูความชัดเจนว่า สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มเติมในวันที่ 15 ธ.ค.นี้หรือไม่ นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ หรือในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ตามเวลาไทย เพื่อจับสัญญาณเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,881.72 จุด ลดลง 27.88 จุด หรือ -0.10% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,132.52 จุด ลดลง 3.44 จุด หรือ -0.11% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,616.18 จุด ลดลง 5.64 จุด หรือ -0.07%
  • (+) ทำเนียบขาวยันพร้อมรีดภาษีจีน 15 ธ.ค. หลังมีข่าวอาจชะลอการเรียกเก็บภาษี  นายแลร์รี่ คุดโลว์ หัวหน้าที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว เปิดเผยว่า สหรัฐยังคงพร้อมที่จะเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นต่อสินค้านำเข้าจากจีนในวันที่ 15 ธ.ค. หลังมีกระแสข่าวว่า สหรัฐอาจชะลอการเรียกเก็บภาษีในวันดังกล่าว  “ความจริงก็คือ สหรัฐยังคงพร้อมที่จะเรียกเก็บภาษีเหล่านี้ในวันที่ 15 ธ.ค. โดยท่านประธานาธิบดีระบุว่าหากการเจรจายังคงไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่ท่านต้องการ สหรัฐก็จะกลับมาเรียกเก็บภาษีเหล่านี้” นายคุดโลว์กล่าว
  • (+) “ทรัมป์”เตรียมแจงวุฒิสภา หลังถูกสภาผู้แทนฯแจ้ง 2 ข้อหาคดีถอดถอนจากตำแหน่ง  นางสเตฟานี กริสแชม โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะเข้าชี้แจงต่อวุฒิสภาเกี่ยวกับ 2 ข้อหาที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ยื่นถอดถอนเขาออกจากตำแหน่ง  “ท่านประธานาธิบดีจะชี้แจงต่อวุฒิสภาเกี่ยวกับข้อหาที่ไม่มีมูลความจริง และหวังว่าวุฒิสภาจะตัดสินให้ท่านพ้นผิด เนื่องจากท่านไม่ได้ทำสิ่งใดผิด” นางกริสแชมกล่าว  ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการตุลาการประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐประกาศญัตติเกี่ยวกับการถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในวันนี้ โดยมี 2 ญัตติ ได้แก่ การใช้อำนาจในทางมิชอบ และขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของสภาคองเกรส  คณะกรรมาธิการตุลาการจะลงมติต่อญัตติดังกล่าวในสัปดาห์นี้ ก่อนที่จะยื่นเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรแบบเต็มคณะ
  • (+) สื่อตีข่าวสหรัฐ,จีนไม่มีแนวโน้มบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกสัปดาห์นี้  หนังสือพิมพ์เซาธ์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์รายงานว่า สหรัฐและจีนไม่มีแนวโน้มที่จะบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกในสัปดาห์นี้  รายงานระบุว่า โอกาสที่สหรัฐจะบรรลุข้อตกลงการค้ากับจีนได้ริบหรี่ลง ขณะที่สหรัฐกำลังให้ความสนใจต่อการบรรลุข้อตกลงสหรัฐอเมริกา-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA)
  • (-) “วอลล์สตรีท เจอร์นัล”ตีข่าวสหรัฐชะลอรีดภาษีจีนในวันที่ 15 ธ.ค.  หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานว่า สหรัฐจะชะลอการเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นต่อสินค้านำเข้าจากจีนในวันที่ 15 ธ.ค.  ก่อนหน้านี้ สหรัฐกำหนดเส้นตายในวันที่ 15 ธ.ค. ซึ่งจะมีการเรียกเก็บภาษี 15% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนวงเงิน 1.56 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่จีนก็ได้ยืนยันที่จะตอบโต้ด้วยการเรียกเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐเช่นกัน  วอลล์สตรีท เจอร์นัลยังระบุว่า เจ้าหน้าที่เจรจาการค้าของสหรัฐได้เรียกร้องจีนให้คำมั่นสัญญาที่จะซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐเพิ่มขึ้น ก่อนที่จะมีการบรรลุข้อตกลงการค้า ขณะที่จีนต้องการให้การซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐมีสัดส่วนสอดคล้องกับการที่สหรัฐยกเลิกการเรียกเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีน

ข้ามไปยังทูลบาร์