พฤหัส. ธ.ค. 12th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 11 ต.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,483 1,474 1,464

แนวต้าน : 1,503 1,517 1,526

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  เรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านได้รับความเสียหายจากเหตุระเบิด ซึ่งเจ้าของเรือบรรทุกน้ำมันอ้างว่าเกิดจากการถูกยิงด้วยขีปนาวุธ เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นใกล้กับเมืองเจดดาห์ ของประเทศซาอุดิอาระเบีย แม้ว่าสถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว แต่ ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและซาอุดีอาระเบียเพิ่มสูงขึ้นจนกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาทองคำปรับตัวขึ้นก็มีแรงขายทำกำไรสลับออกมา เนื่องจากความหวังว่าสหรัฐและจีนอาจบรรลุข้อตกลงการค้า  ซึ่งช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นจีนปิดตลาดในวันศุกร์ด้วยการทำผลงานดีที่สุดในรอบ 5 สัปดาห์ แนะนำติดตามผลการประชุมระหว่าง ปธน.ทรัมป์ และ นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีนที่ จะมีขึ้น ณ เวลา 18.45 น.ของวันศุกร์ตามเขตเวลา GMT หรือ 01.45 น.ของวันเสาร์ตามเวลาไทย สำหรับนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมา โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านบริเวณ 1,503 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงถือทองต่อไป เพื่อไปขายทำกำไรที่แนวต้านสำคัญโซน 1,517 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากราคาปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับจะบ่งชี้ว่าสามารถสร้างฐานได้ แนะนำนักลงทุนสามารถซื้อเก็งกำไรระยะสั้น โดยประเมินแนวรับที่ 1,486-1,483 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: หากการขยับขึ้นของราคาทองคำติดโซนบริเวณ 1,503 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจเห็นการย่อตัวลงมาสร้างฐาน แต่ถ้ายืนได้อาจเห็นการดีดตัวกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 1,517 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ หากราคาอ่อนตัวลงประเมินแนวรับบริเวณ 1,486-1,483 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position ถ้าราคาทองคำย่อลงมาต่ำกว่าแนวรับ 1,483 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจจำเป็นต้องขายตัดขาดทุนบางส่วนเพื่อลดความเสี่ยง อย่างไรก็ตามถ้าไม่หลุดแนวรับ ราคาทองคำมีโอกาสดีดกลับไปทดสอบแนวต้าน 1,503-1,517 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง จึงค่อยรอไปขายบริเวณดังกล่าว

Short Position ให้ปิดสถานะทำกำไรเมื่อราคาทองคำย่อตัวลงมายืนได้ที่แนวรับ 1,483 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดแนวรับแรก แนะนำให้ปิดสถานะขายทำกำไรที่แนวรับถัดไปบริเวณ 1,474-1,464 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 Open New รอขายทำกำไรเมื่อราคาดีดขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,503-1,517 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงมายืนเหนือบริเวณ 1,486-1,483 ดอลลาร์ต่อออนได้ แล้วจึงพิจารณาเข้าซื้อ อย่างไรก็ตามหากหลุดแนวรับ ต้องระวังการปรับลงต่อ ถ้ารับความเสี่ยงไม่ได้อาจต้องขายตัดขาดทุน

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) เกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านในทะเลแดงวันนี้ คาดเป็นขีปนาวุธ  เกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านวันนี้ ขณะที่เรือกำลังมุ่งหน้าไปยังทะเลแดง ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า น่าจะเป็นการโจมตีด้วยขีปนาวุธ  สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า สำนักข่าว Islamic Republic News Agency ของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า เรือลำดังกล่าวเป็นของบริษัท National Iranian Oil Co. ซึ่งถูกโจมตีห่างจากชายฝั่งของเมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบียประมาณ 100 กิโลเมตร ส่งผลให้น้ำมันรั่วไหลลงทะเล   ทั้งนี้ ลูกเรือทั้งหมดของเรือบรรทุกน้ำมันปลอดภัยดี และสภาพของเรือยังดีอยู่ มีเพียงลำตัวของเรือที่ได้รับความเสียหาย และลูกเรือกำลังพยายามที่จะควบคุมสถานการณ์  เรือลำดังกล่าวมีชื่อว่า Sabity โดยเกิดเหตุระเบิดขึ้น 5 ครั้ง และถังน้ำมัน 2 ถังได้รับความเสียหาย   ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและซาอุดีอาระเบียเพิ่มสูงขึ้นนับตั้งแต่เหตุโจมตีแหล่งผลิตน้ำมันของซาอุฯ เมื่อวันที่ 14 ก.ย. จนทำให้กำลังการผลิตน้ำมันต่อวันของซาอุฯ ลดลงเกือบครึ่ง  ขณะที่ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐต่างกล่าวโทษอิหร่าน แต่อิหร่านได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยกลุ่มกบฏฮูตีได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบการโจมตีแหล่งน้ำมันในซาอุ
  • (+) ผู้เชี่ยวชาญชี้ข้อตกลงค่าเงินสหรัฐ-จีนจะไม่เปลี่ยนพลวัตดอลลาร์-หยวน  ผู้เชี่ยวชาญด้านค่าเงินระบุว่า ข้อตกลงค่าเงินของสหรัฐ-จีนที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของความคืบหน้าในการเจรจาการค้าในสัปดาห์นี้ระหว่างสองประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลก จะย้ำคำมั่นที่ผ่านมาของจีนเป็นส่วนใหญ่และจะไม่เปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ของดอลลาร์-หยวน ซึ่งเป็นอุปสรรคในฝั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ  อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวจะสร้างโอกาสแก่กระทรวงการคลังสหรัฐในการก้าวลงจากสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญด้านค่าเงินระบุว่าเป็นการประกาศอย่างไม่ถูกต้องในเดือนส.ค.ว่าจีนเป็น “นักปั่นค่าเงิน” โดยลดมูลค่าเงินหยวนเพื่อสร้างความได้เปรียบอย่างไม่เป็นธรรมในการค้าระหว่างประเทศ  ในขณะที่แทบยังไม่ทราบเกี่ยวกับโครงสร้างของข้อตกลงค่าเงิน ซึ่งหอการค้าสหรัฐระบุว่า เจ้าหน้าที่เจรจาอเมริกันและจีนกำลังเดินหน้าเมื่อวันพฤหัสบดีภายใต้การเจรจาการค้าระดับสูงครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ค. แต่ข้อตกลงดังกล่าวได้รับการคาดหมายในวงกว้างว่าจะรวมถึง คำสัญญาจากทั้งสองฝ่ายในการยับยั้งจากการลดค่าเงินของพวกเขาเพื่อชิงความได้เปรียบในการแข่งขันทางการค้า  ในฐานะสมาชิกกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ G20 ทั้งสหรัฐและจีนได้ตกลงต่อถ้อยคำดังกล่าวตั้งแต่ปี 2010  นั่นยังไม่ชัดเจนว่าข้อตกลงกับสหรัฐจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของจีนอย่างไร
  • (+) ประธานเฟดมินนีอาโพลิสหนุนเฟดลดดอกเบี้ยลงอีก แต่เชื่อเศรษฐกิจสหรัฐไม่ถึงขั้นถดถอย  นายนีล แคชคารี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขามินนีอาโพลิส กล่าวว่า เขาไม่คิดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอย แต่จะสนับสนุนให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก  นายแคชคารีเปิดเผยในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลว่า “การคาดการณ์พื้นฐานของผมก็คือ เศรษฐกิจยังคงขยายตัว ผมไม่คาดว่าเศรษฐกิจจะถดถอย แต่มีความเสี่ยงขาลงเพิ่มขึ้น และ หากข้อมูลเศรษฐกิจยังคงดำเนินต่อไปอย่างที่เป็นอยู่ ผมก็จะสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก”  นายแคชคารีไม่ได้เป็นกรรมการเฟดที่มีสิทธิลงมตินโยบายการเงินในปีนี้ แต่จะเข้าร่วมในการหารือนโยบายเฟด  ส่วนเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นายแคชคารีได้แสดงความเห็นว่า เฟดกำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในการประเมินผลกระทบของสงครามการค้าที่มีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ อาทิ ข้อพิพาทระหว่างสหรัฐ-จีนที่ดำเนินอยู่ในขณะนี้ ขณะที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดเปิดโอกาสสำหรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกเพื่อขจัดความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก
  • (-) หุ้นจีนปิดบวกจากทัศนะบวกทางการค้าสหรัฐ-จีน  หุ้นจีนปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนพอใจต่อสัญญาณความคืบหน้าในการเจรจาการค้าจีน-สหรัฐ  ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีนปิดที่ 2,973.66 บวก 25.95 จุดหรือ +0.88% ขณะที่ดัชนีหุ้นบลูชิพ CSI300 ปิดที่ 3,911.73 บวก 37.09 จุดหรือ +0.96% ในวันนี้  เจ้าหน้าที่เจรจาระดับสูงของสหรัฐและจีนเสร็จสิ้นการเจรจาการค้าวันแรกในรอบกว่า 2 เดือนเมื่อวันพฤหัสบดี ในขณะที่ กลุ่มธุรกิจแสดงทัศนะบวกว่าทั้งสองฝ่ายอาจสามารถผ่อนคลายสงครามการค้านาน 15 เดือนและเลื่อนการขึ้นภาษีที่มีกำหนดบังคับใช้ในสัปดาห์หน้าของสหรัฐ