วิเคราะห์ราคาทองคำ 11 ก.ย.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,479 1,468 1,459

แนวต้าน : 1,502 1,515 1,528

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐกลุ่มหนึ่งเรียกร้องให้คณะบริหารภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐประเมินกฎระเบียบการส่งออกของสหรัฐสำหรับฮ่องกง โดยแสดงความกังวลว่า จีนอาจครอบครองเทคโนโลยีที่มีความอ่อนไหว อันเป็นผลจากการให้การปฏิบัติเป็นพิเศษต่อฮ่องกงภายใต้กฎหมายสหรัฐ รวมทั้งกรณี Huawei Technologies Co กลายเป็นประเด็นสำคัญของความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-จีน โดยมีการมองว่า Huawei เป็นเครื่องมือต่อรองในการเจรจาดังกล่าว ขณะที่นายปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาระดับสูงของทำเนียบขาวไม่ได้คาดหวังเรื่องการเจรจาการค้ารอบต่อไประหว่างสหรัฐและจีน โดยเรียกร้องให้นักลงทุน, ธุรกิจ และภาคสาธารณะอื่นๆ อดทนเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาระหว่างทั้งสองประเทศ บ่งชี้ให้เห็นว่าประเด็นสงครามการค้าจีน-สหรัฐยังคงมีความอ่อนไหว ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสองฝ่าย ในระยะสั้นราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบ แนะนำซื้อขายระยะสั้น โดยหาจังหวะขายเมื่อราคาทดสอบแนวต้าน 1,495-1,502 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และรอราคาย่อตัวลงมาแนวรับ 1,484-1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ใช้เป็นจุดเข้าซื้ออีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หากไม่อยากแบกรับความเสี่ยงให้ชะลอการซื้อหากหลุด 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: หากราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,495-1,502 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ จะทำให้เกิดการอ่อนตัวลงของราคา โดยประเมินแนวรับอยู่ที่ 1,484-1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้ยังมีโอกาสที่จะราคาดีดตัวขึ้นอีกครั้ง

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position หากราคาขยับขึ้นบริเวณแนวต้านโซน 1,495-1,502 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำให้ขายทำกำไรและรอการเข้าซื้อเมื่ออ่อนตัวลงมาไม่หลุดโซน 1,484-1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position ให้ปิดสถานะทำกำไร เมื่อราคาทองคำย่อตัวลงสู่แนวรับช่วง 1,484-1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคายืนไม่อยู่ ให้ชะลอการปิดสถานะไปที่แนวรับ 1,468-1,459 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New เน้นการทำกำไรระยะสั้น รอจังหวะขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นหรือบริเวณแนวต้าน 1,495-1,502 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาบริเวณแนวรับ 1,484-1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ หากราคาหลุดโซนดังกล่าวสถานะซื้อควรตัดขาดทุนเพื่อควบคุมความเสี่ยง

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) หุ้นจีนร่วงท่ามกลางความไม่แน่นอนการค้า หุ้นจีนปิดปรับตัวลงในวันนี้ หลังจากที่ที่ปรึกษาระดับสูงของทำเนียบขาว ไม่ได้ให้ความสำคัญกับคาดการณ์การเจรจาการค้าครั้งใหม่ ขณะที่ดูเหมือนว่าการยืนยันของจีนที่จะเปิดเสรีตลาดการเงินต่อไปทำให้เกิดความกระตือรือร้นในวงจำกัด ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีนปิดที่ 3,008.81 ลบ 12.39 จุดหรือ -0.41% ขณะที่ดัชนีหุ้นบลูชิพ CSI300 ปิดที่ 3,930.10 ลบ 29.17 จุดหรือ -0.74%  เมื่อวานนี้นายปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาระดับสูงของทำเนียบขาวไม่ได้ให้ความสำคัญต่อความคาดหวังเรื่องการเจรจาการค้ารอบต่อไประหว่างสหรัฐและจีน โดยเรียกร้องให้นักลงทุน, ธุรกิจ และภาคสาธารณะอื่นๆ อดทนเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการค้า 2 ปีระหว่างทั้งสองประเทศ
  • (-) จีนให้สิทธิ์ยกเว้นการเก็บภาษีเพิ่มเติมต่อสินค้าสหรัฐ 16 ประเภท แถลงการณ์จากกระทรวงการคลังจีนระบุว่า วันนี้จีนได้ให้สิทธิ์ยกเว้นผลิตภัณฑ์ 16 ประเภทของสหรัฐจากการเก็บภาษีลงโทษเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึง หางนมและปลาป่น ซึ่งใช้เป็นอาหารสัตว์ และน้ำมันหล่อลื่นบางชนิด การให้สิทธิ์ยกเว้นดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 17 ก.ย. และจะมีอายุ 1 ปีจนถึงวันที่ 16 ก.ย.ปี 2020 กระทรวงการคลังจีนระบุว่า สินค้าในรายการยกเว้นภาษี 2 รายการที่โพสต์บนเว็บไซต์จะไม่เผชิญกับภาษีเพิ่มเติมที่เรียกเก็บโดยจีนต่อสินค้าสหรัฐ “ในฐานะมาตรการตอบโต้ต่อกฎหมายมาตรา 301 ของสหรัฐ”
  • (-) ดัชนีนิกเกอิบวกเป็นวันที่ 7 จากการปรับขึ้นของบอนด์ยีลด์, เยนอ่อนค่า หุ้นญี่ปุ่นปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ในวันนี้ เนื่องจากกลุ่มธนาคารขยายการปรับขึ้นเมื่อไม่นานมานี้จากการปรับขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล ขณะที่ กลุ่มผู้ส่งออกสำคัญปรับขึ้นจากเงินเยนอ่อนค่า หุ้นบริษัทซัพพลายเออร์ของบริษัท Apple Inc ปรับขึ้นเช่นกัน หลังบริษัทเทคโนโลยีสัญชาติอเมริกันดังกล่าวประกาศเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดบวก 0.96 จุด สู่ 21,597.76 ในวันนี้ หลังในช่วงแรกปรับขึ้นสู่ 21,619.21 ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค. ดัชนีนิกเกอิปรับขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 7 เนื่องจากการเทขายพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกหนุนผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลและความหวังเรื่องการเจรจาการค้าสหรัฐ-จีนดึงเงินเข้าสู่ตลาดหุ้น
  • (-) จีนเตรียมประกาศนโยบายลดผลกระทบของสงครามการค้า  นายหู ซีจิน บรรณาธิการใหญ่ของหนังสือพิมพ์โกลบอล ไทม์สของพรรคคอมมิวนิสต์จีนระบุผ่านทวิตเตอร์ว่า จีนจะประกาศการดำเนินการเพื่อผ่อนคลายผลกระทบเชิงลบของสงครามการค้า ในขณะที่สหรัฐและจีนเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นต่อสินค้าของอีกฝ่าย เขากล่าวว่า “อิงตามสิ่งที่ผมทราบ จีนจะออกมาตรการสำคัญเพื่อบรรเทาผลกระทบเชิงลบของสงครามการค้า” โดยไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจงว่าจะเป็นนโยบายใด “มาตรการดังกล่าวจะมีประโยชน์ต่อบริษัทบางแห่งจากทั้งจีนและสหรัฐ”
  • (+/-) “Huawei”ระบุสหรัฐจำเป็นต้องเจรจากับบริษัทหากต้องการทำข้อตกลงการค้ากับจีน นายแอนดี เบอร์ดี ผู้อำนวยการด้านความปลอดภัยของบริษัท Huawei Technologies Co ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐจะจำเป็นต้องจัดการเจรจากับบริษัท Huawei Technologies Co หากต้องการทำข้อตกลงการค้ากับจีน  Huawei Technologies Co กลายเป็นประเด็นสำคัญของความตึงเครียดสหรัฐ-จีนและบางคนมองว่า Huawei เป็นเครื่องต่อรองในการเจรจาดังกล่าว