วิเคราะห์ราคาทองคำ 11 ก.ย.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เปิดสถานะขายเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือบริเวณ 1,502 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้  และทยอยปิดสถานะซื้อเพื่อทำกำไรบางส่วนบริเวณแนวต้าน  เพื่อรอซื้อใหม่หากราคาไม่หลุดบริเวณแนวรับ 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,479 1,468 1,459  แนวต้าน : 1,502 1,515 1,528

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 13.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้น  ท่ามกลางความหวังเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั่วโลก  รวมไปถึงทัศนะเชิงบวกเกี่ยวกับสงครามทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ  เป็นปัจจัยหลักที่กดดันสินทรัพย์ปลอดภัยในวงกว้าง  ทั้งเยน, ทองคำและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ  นั่นเป็นปัจจัยหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีให้พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์จนเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำเพิ่มเติม  ประกอบกับวานนี้สกุลเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าจากการร่วงลงของค่าเงินยูโรอันเนื่องมาจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB หรือ DEPOSIT RATE  และอาจประกาศรือฟื้นมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) อีกครั้งในการประชุมที่กำลังจะเสร็จสิ้นลงในวันพฤหัสบดีนี้   ซึ่งการอ่อนค่าของสกุลเงินยูโรส่งผลเชิงลบต่อราคาทองคำ  อย่างไรก็ดี  เมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงก็มักจะมีแรงช้อนซื้อสลับเข้ามา  ส่วนหนึ่งเพราะนักลงทุนบางส่วนยังคงไม่แน่ใจนักว่า  ท้ายที่สุดแล้วการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่มีกำหนดจะจัดขึ้นในช่วงต้นเดือนหน้าจะมีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมใดๆหรือไม่  ทำให้ราคาทองคำยังคงทรงตัวในกรอบ  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อในภาคการผลิต     

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำทดสอบแนวต้านที่ 1,502 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แต่หากยังไม่สามารถผ่านได้ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรเนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเมื่อราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายออกมาเช่นกัน อย่างไรก็ตามหากการอ่อนลงของราคาไม่หลุดโซนแนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ประเมินว่าเป็นยังมีโอกาสดีดตัวขึ้นได้ระยะสั้น

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นการลงทุนระยะสั้นโดยเปิดสถานะขายหากราคาดีดตัวขึ้นทดสอบโซน 1,502 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้  อาจทยอยซื้อคืนเพื่อทำกำไรหากราคาทองคำอ่อนตัวลงไม่หลุดแนวรับ 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์  สำหรับผู้ถือสถานะซื้อจำเป็นต้องลดสถานะลงหากราคาหลุด 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) สหรัฐเผยตัวเลขการเปิดรับสมัครงานลดลงเป็นเดือนที่ 2 ในก.ค.  สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ลดลง 31,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 7.2 ล้านตำแหน่งในเดือนก.ค. โดยเป็นการปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 2 
  • (+) สหรัฐเผยดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจขนาดย่อมร่วงลงต่ำสุดรอบ 5 เดือนในส.ค.  สหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (NFIB) แถลงในวันนี้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมปรับตัวลง 1.6 จุด สู่ระดับ 103.1 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.
  • (+) “สี จิ้นผิง”ระบายความในใจ”อาเบะ” ชี้คำพูด”ทรัมป์”เชื่อถือไม่ได้  แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงได้แสดงความไม่ไว้วางใจประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในระหว่างที่ปธน.สี จิ้นผิงพบปะกับนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ในเดือนมิ.ย. ท่ามกลางความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในเวลานั้น  แหล่งข่าวระบุว่า ปธน.สี จิ้นผิงได้กล่าวต่อนายอาเบะนอกรอบการประชุม G20 ที่นครโอซากาว่า “ผมไม่สามารถเชื่อในสิ่งที่ประธานาธิบดีทรัมป์พูดเกี่ยวกับการเจรจาการค้า” และแม้ว่านายอาเบะได้กล่าวต่อปธน.สี จิ้นผิงว่า ปธน.ทรัมป์ไว้วางใจปธน.สี จิ้นผิง แต่ปธน.สี จิ้นผิงก็ยังคงแสดงความไม่พอใจต่อปธน.ทรัมป์  ปธน.สี จิ้นผิงได้ยกตัวอย่างความไม่น่าเชื่อถือของปธน.ทรัมป์ โดยระบุว่า ถึงแม้ว่าปธน.ทรัมป์เห็นพ้องกับข้อเสนอของปธน.สี จิ้นผิงที่ให้มีการพูดคุยในประเด็นของบริษัทหัวเว่ยในการเจรจาการค้า แต่เมื่อการเจรจาการค้าเริ่มขึ้น ทางฝ่ายสหรัฐกลับบอกว่า เรื่องของหัวเว่ยไม่ถือเป็นประเด็นในการเจรจาการค้า เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความมั่นคง จึงไม่อยู่ในวาระการเจรจา  ปธน.สี จิ้นผิงยังกล่าวว่า ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐมักวิพากษ์วิจารณ์จีนเกี่ยวกับการที่รัฐบาลใช้มาตรการอุดหนุนบริษัทของรัฐ แต่สหรัฐเองก็ให้การอุดหนุนบริษัทโบอิ้งเช่นกัน
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 73.92 จุด รับแรงซื้อหุ้นพลังงาน,อุตสาหกรรม  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในแดนบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 5 เมื่อคืนนี้ (10 ก.ย.) หลังจากนักลงทุนส่งแรงซื้อเข้าหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มอุตสาหกรรม รวมทั้งปัจจัยบวกจากรายงานข่าวที่ว่า จีนได้ยื่นข้อเสนอซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq ยังคงปิดในแดนลบ เนื่องจากถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,909.43 จุด เพิ่มขึ้น 73.92 จุด หรือ +0.28% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,979.39 จุด เพิ่มขึ้น 0.96 จุด หรือ +0.03% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,084.16 จุด ลดลง 3.28 จุด หรือ -0.04%
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบยูโร,เยน ขณะตลาดจับตาประชุม ECB,เฟด  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและเงินเยน ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (10 ก.ย.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันพรุ่งนี้ และการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์น้า นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงยอดค้าปลีก และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI)  ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.43 เยน จากระดับ 107.15 เยน แต่ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9909 ฟรังก์ จากระดับ 0.9917 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3150 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3163 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1046 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1052 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.2353 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2345 ดอลลาร์
  • (+/-) ที่ปรึกษาทำเนียบขาวเรียกร้องนักลงทุนอดทนต่อการเจรจาการค้า  นายปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษานโยบายการค้าประจำทำเนียบขาว เรียกร้องให้นักลงทุน และประชาชนทั่วไป ใช้ความอดทนก่อนการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่มีกำหนดในเดือนหน้าที่กรุงวอชิงตัน  “ถ้าเราต้องการเห็นผลลัพธ์ที่ดี เราก็ต้องปล่อยให้กระบวนการต่างๆดำเนินไปด้วยตัวเอง ซึ่งในระหว่างนี้ เราจำเป็นต้องมีความอดทนต่อการเจรจากับจีน” นายนาวาร์โรกล่าว