วิเคราะห์ราคาทองคำ 11 ก.ย.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

ทองคำลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 4   เจรจาการค้าสหรัฐและจีนคืบหน้า

คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนส.ค.

ทองคำมีแนวรับที่ 1,480 ดอลลาร์

  • ราคาทองคำเมื่อวานปรับลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 4   เนื่องจากการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนมีความคืบหน้ามากขึ้น  ซึ่งเมื่อวานจีนยื่นข้อเสนอที่จะซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐเพิ่มขึ้น หากสหรัฐยอมผ่อนคลายข้อจำกัดต่อการซื้อสินค้าของบริษัทหัวเว่ย และเลื่อนการเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีน 2.5 แสนล้านดอลลาร์ในวันที่ 1 ต.ค. ทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทางด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเท่าเดิมเมื่อวาน
  • วันนี้ติดตามประเด็นการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้น ส่วนคืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนส.ค. ตลาดคาดจะทรงตัว ซึ่งคาดจะไม่มีผลกระทบต่อราคาทองคำมากนัก
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบแคบ  โดยมีแนวรับสำคัญที่ 1,480 ดอลลาร์ และแนวรับถัดไปที่ 1,470 ดอลลาร์ ทั้งนี้คาดว่าจะมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ในระยะต่อไป ถึงแม้ว่าจะมีปัจจัยลบจากการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน แต่ยังมีปัจจัยบวกจากแนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรปและธนาคารกลางสหรัฐ ขณะที่มีแนวต้านที่ 1,500 ดอลลาร์ และแนวต้านถัดไปที่ 1,520 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,485.40 -13.6 1,480/1,470 1,500/1,520

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
21,700 -200 21,600/21,500 21,800/22,000

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
21,790 -40 21,750/21,650 21,960/22,200

การเปิดสถานะซื้อเก็งกำไรการฟื้นตัว แนะนำเมื่อราคาทอง Spot ปรับลงมาที่ 1,480 ดอลลาร์  (GF 21,750 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,470 ดอลลาร์ (GF 21,650 บาท)

สำหรับการลงทุนในทองแท่ง แนะนำทยอยซื้อสะสมที่ราคาทองคำ Spot  1,480 ดอลลาร์ และ 1,470 ดอลลาร์

โกลด์ฟิวเจอร์สออนไลน์

Close chg Support Resistance
1,493.40 -4.70 1,483/1,473 1,503/1,523

การเปิดสถานะซื้อเก็งกำไรการฟื้นตัว แนะนำเมื่อราคา GOU19 ปรับลงมาที่บริเวณ 1,483 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,473ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : ดอลล์แข็งเทียบยูโร,เยน ขณะตลาดจับตาประชุม ECB,เฟด

          ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและเงินเยน ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (10 ก.ย.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันพรุ่งนี้ และการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์น้า นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงยอดค้าปลีก และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI)

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดร่วง $11.9 เหตุดอลล์แข็ง,บอนด์ยีลด์พุ่งกดดันตลาด

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงหลุดจากระดับ 1,500 ดอลลาร์/ออนซ์เมื่อคืนที่ผ่านมา (10 ก.ย.) เนื่องจากการแข็งค่าของดอลลาร์ได้ลดความน่าดึงดูดของสัญญาทองคำซึ่งซื้อขายในรูปสกุลเงินดอลลาร์ นอกจากนี้ การดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐยังส่งผลให้นักลงทุนเทลดการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ร่วงลง 11.9 ดอลลาร์ หรือ 0.79% ปิดที่ 1,499.2 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค. สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 1.9 เซนต์ หรือ 0.1% ปิดที่ 18.186 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดลบ 45 เซนต์ หลัง”ทรัมป์”ปลดที่ปรึกษาด้านความมั่นคง

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (10 ก.ย.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์สั่งปลดนายจอห์น โบลตัน ออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ โดยตลาดมองว่า การปลดนายโบลตันซึ่งเป็นที่ปรึกษาสายเหยี่ยวและมีท่าทีแข็งกร้าวในประเด็นอิหร่านนั้น อาจทำให้ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านลดน้อยลง ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 45 เซนต์ หรือ 0.8% ปิดที่ 57.40 ดอลลาร์/บาร์เรล         สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 21 เซนต์ หรือ 0.3% ปิดที่ 62.38 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดบวก 73.92 จุด รับแรงซื้อหุ้นพลังงาน,อุตสาหกรรม

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในแดนบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 5 เมื่อคืนนี้ (10 ก.ย.) หลังจากนักลงทุนส่งแรงซื้อเข้าหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มอุตสาหกรรม รวมทั้งปัจจัยบวกจากรายงานข่าวที่ว่า จีนได้ยื่นข้อเสนอซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq ยังคงปิดในแดนลบ เนื่องจากถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,909.43 จุด เพิ่มขึ้น 73.92 จุด หรือ +0.28% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,979.39 จุด เพิ่มขึ้น 0.96 จุด หรือ +0.03% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,084.16 จุด ลดลง 3.28 จุด หรือ -0.04%

“ปอมเปโอ” หวังสหรัฐ-ญี่ปุ่นบรรลุข้อตกลงการค้าในการประชุม UN เดือนนี้

          นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยว่า การทำข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐกับญี่ปุ่นน่าจะเรียบร้อยในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN) ที่ซึ่งผู้นำจากทั้งสองประเทศมีแนวโน้มที่จะพบปะกันนอกรอบการประชุมดังกล่าว นายปอมเปโอได้ทวีตข้อความเพื่อระบถึงความคืบหน้าของการเจรจาการค้าเมื่อเดือนที่แล้วว่า ทั้ง 2 ประเทศเห็นพ้องตรงกันในด้านการเกษตร ดิจิทัล และอุตสาหกรรม และตั้งตารอที่จะจัดการทำข้อตกลงให้เสร็จสิ้นในที่ประชุม UN ซึ่งจะจัดขึ้นที่รัฐนิวยอร์กปลายเดือนนี้ สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ และนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้ประชุมกันนอกรอบการประชุมซัมมิต G7 เมื่อเดือนส.ค. คาดกันว่าญี่ปุ่นจะปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐ เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู ข้าวสาลี และผลิตภัณฑ์นม ให้อยู่ในระดับเดียวกับในกรอบข้อตกลงการค้าเสรีในปัจจุบัน ทั้งนี้ ในข้อตกลงการค้าปัจจุบัน คือข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) ซึ่งรวมสมาชิก 11 ประเทศจากภาคพื้นแปซิฟิก รวมถึงแคนาดาและออสเตรเลีย ญี่ปุ่นจะปรับลดภาษีนำเข้าจากประเทศในข้อตกลงดังกล่าว แต่ปธน.ทรัมป์ได้นำสหรัฐถอนตัวออกจากข้อตกลงในปี 2560 ทำให้เกษตรกรสหรัฐเสียเปรียบทางการแข่งขันในตลาดดังกล่าว ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐต้องการจะทำข้อตกลงการค้าทวิภาคีมากกว่า นอกจากนี้ยังผลักดันการทำข้อตกลงเพื่อลดการขาดดุลการค้ากับญี่ปุ่นด้วย

อังกฤษเผยนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้า EU สามารถซื้อสินค้าปลอดภาษีหากเกิด “no-deal Brexit”

          นักท่องเที่ยวอังกฤษที่เดินทางไปยังสหภาพยุโรป (EU) สามารถซื้อสินค้าปลอดภาษี หากอังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปแบบไม่มีการทำข้อตกลง หรือ “no-deal Brexit” กระทรวงการคลังอังกฤษยืนยันว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้า EU จะไม่ต้องจ่ายภาษีสรรพสามิตบุหรี่และแอลกอฮอล์ หากเกิดภาวะ no-deal Brexit พร้อมระบุว่า นักท่องเที่ยวอาจซื้อไวน์ที่สนามบินฮีทโธรว์ในราคาที่ถูกลง 2.23 ปอนด์ นายซาจิด จาวิด รัฐมนตรีการคลังอังกฤษกล่าวว่า ในขณะที่อังกฤษเตรียมแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป ทางรัฐบาลก็พยายามช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ และเชื่อว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถจับจ่ายได้มากขึ้น ทั้งนี้ นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษได้ให้คำมั่นว่าจะนำอังกฤษออกจาก EU ตามกำหนดในวันที่ 31 ต.ค. ไม่ว่าอังกฤษจะสามารถทำข้อตกลงกับ EU ได้หรือไม่ก็ตาม

ฟิทช์เตือนสงครามการค้า, no-deal Brexit กระทบแนวโน้มเศรษฐกิจโลก

        ฟิทช์ เรทติ้งส์ ได้ออกมาเตือนว่า ข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน และแนวโน้มที่อังกฤษจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยไม่มีการทำข้อตกลงนั้น กำลังส่งผลกระทบด้านลบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ฟิทช์ เรทติ้งส์ เปิดเผยว่า หากอังกฤษถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปแบบไม่มีข้อตกลงแล้ว เศรษฐกิจอังกฤษก็จะถดถอยลงอย่างมีนัยสำคัญในปีหน้า และจะส่งผลกระทบต่อไปถึงเศรษฐกิจยูโรโซนด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ การชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีนก็กำลังส่งผลกระทบด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจยูโรโซน ซึ่งฟิทช์ เรทติ้งส์ คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจีนน่าจะชะลอตัวลงจนขยายตัวเพียง 6.1% ในปีนี้ จากเดิมที่คาดไว้ที่ 6.2% และเหลือ 5.7% ในปีหน้า จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 6.0%