ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 21, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 10 มี.ค.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เปิดสถานะซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาใกล้ 1,661-1,657 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากหลุด) หรือหากรับความเสี่ยงได้ไม่มาก หรือ หากถือครองทองคำอยู่แล้วอาจเลือกชะลอการเข้าซื้อเพิ่ม

แนวรับ : 1,657 1,642 1,634 แนวต้าน : 1,687 1,703 1,712

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น  3.51 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากในระหว่างวันราคาทะยานขึ้นไปทำนิวไฮของปีนี้บริเวณ  1,703.60  ดอลลาร์ต่อออนซ์  จากความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  ท่ามกลางวิตกเกี่ยวกับสงครามราคาน้ำมันและผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำไม่สามารถรักษาช่วงบวกไว้ได้  และเผชิญกับแรงขายในที่สุด เนื่องจากสินทรัพย์อื่นๆทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้น, ตลาดน้ำมันมีการดิ่งลงอย่างรุนแรง  ทำให้นักลงทุนและเทรดเดอร์จำนวนมากเผชิญกับการถูกเรียกหลักประกันเพิ่ม(Margin call) ดังนั้น จึงทำการขายทำกำไรทองคำเพื่อนำเงินไปเติมหลักประกันและโปะขาดทุนในพอร์ต  นี่จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ตอบคำถามได้ว่า  ทำไม Dow Jones, S&P500 และ Nasdaq  ดิ่งลงกว่า -7% แต่ทองกลับย่อตัวลงมา  อย่างไรก็ดี  การปรับตัวลงของราคาถูกสกัดไว้ด้วยการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 75-100 bps ในการประชุมวันที่ 17-18 มี.ค.นี้  ประกอบกับกองทุน SPDR ยังคงถือครองทองคำเพิ่มต่อเนื่อง  โดยถือครองทองคำเพิ่มวานนี้อีก +8.19 ตัน  สะท้อนกระแสเงินทุนไหลเข้า ETF ทองได้เป็นอย่างดี  ขณะที่เช้านี้  ราคาทองคำย่อตัวลง  หลังประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศจะใช้มาตรการครั้งใหญ่ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ  ซึ่งส่งผลหนุนสัญญาฟิวเจอร์สตลาดหุ้นสหรัฐให้ฟื้นตัวขึ้นจนกดดันทองคำ  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจขนาดเล็กของสหรัฐจาก NFIB

จจัยทางเทคนิค :

ราคาอ่อนตัวลงหลังจากสร้างระดับสูงสุดใหม่ของปี 2020 แม้แรงขายจะลดลงแต่แรงช้อนซื้อสลับเข้ามาก็ไม่มาก ซึ่งหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือ 1,687 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจมีผลให้ราคาปรับตัวลงเพื่อสร้างฐานราคา เบื้องต้นประเมินแนวรับ 1,657 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดของวันก่อนหน้า หากยืนได้มีโอกาสเกิดแรงซื้อกลับเข้ามาอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

จุดที่น่าสนใจในการเข้าซื้อเป็นบริเวณแนวรับ 1,661-1,657 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าราคาย่อตัวลงมาต่ำกว่าแนวรับโซนดังกล่าวให้ชะลอดูทิศทางอีกครั้ง และ หาจังหวะที่ราคาทองคำดีดตัวขึ้นไม่ผ่านโซน 1,687 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อแบ่งปิดสถานะทำกำไรบางส่วนแต่หากผ่านได้สามารถถือสถานะซื้อต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) WHO เตือนไวรัสโควิด-19 กำลังเสี่ยงเข้าสู่ภาวะแพร่ระบาดไปทั่วโลก  องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศเตือนว่า ไวรัสโควิด-19 กำลังมีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเข้าสู่ภาวะแพร่ระบาดไปทั่วโลก หลังมีการลุกลามไปยังเอเชีย ยุโรป ตะวันออกกลาง และสหรัฐ  นายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ของ WHO กล่าวว่า “ไวรัสดังกล่าวได้แพร่กระจายไปยังหลายประเทศ ทำให้ความเสี่ยงในการแพร่ระบาดไปทั่วโลก มีความเป็นจริงมากขึ้น”  ทางด้านนายแพทย์ไมค์ ไรอัน ผู้อำนวยการบริหารโครงการฉุกเฉินของ WHO กล่าวว่า “เมื่อไวรัสมีการระบาดไปยัง 100 ประเทศ และมีผู้ติดเชื้อ 100,000 ราย ก็ถึงเวลาแล้วที่คุณต้องกลับมาทบทวนการตัดสินใจ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เพียง 2 สัปดาห์ ไวรัสมีการแพร่ระบาดเพียง 30 ประเทศ”
  • (+) นักลงทุนฟันธงเฟดจัดหนักหั่นดบ. 1.00% สัปดาห์หน้า ฉุดดบ.นโยบายแตะ 0%  นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยมากถึง 1.00% ในการประชุมสัปดาห์หน้า เพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ  FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมวันที่ 17-18 มี.ค. แม้ว่าเฟดเพิ่งปรับลดอัตราดอกเบี้ยฉุกเฉิน 0.50% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  ทั้งนี้ นักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟดมีแนวโน้ม 55.7% ที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1.00% ในวันที่ 18 มี.ค. จากระดับ 1.00-1.25% สู่ระดับ 0.00-0.25% และมีแนวโน้ม 44.3% ที่จะลดอัตราดอกเบี้ย 0.75% สู่ระดับ 0.25-0.50%
  • (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 2,013.76 จุด วิตกโควิด-19 ทุบศก.โลก,ราคาน้ำมันทรุดฉุดหุ้นพลังงานดิ่ง  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 2,000 จุดเมื่อคืนนี้ (9 มี.ค.) โดยดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีทำสถิติดิ่งลงในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินโลกในปี 2551 ท่ามกลางภาวะการซื้อขายที่เป็นไปอย่างตื่นตระหนก เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ทรุดตัวลงอย่างหนักและการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย  ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 23,851.02 จุด ดิ่งลง 2,013.76 จุด หรือ -7.79% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,746.56 จุด ลดลง 225.81 จุด หรือ -7.60% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,950.68 จุด ลดลง 624.94 จุด หรือ -7.29%
  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบเยน,ฟรังก์ เหตุนลท.รุกซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยหลังราคาน้ำมันทรุด  สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย เช่นเงินเยนและฟรังก์สวิส ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (9 มี.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการทรุดตัวของราคาน้ำมันได้ส่งผลให้นักลงทุนแห่ถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย  ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 102.15 เยน จากระดับ 105.23 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9239 ฟรังก์ จากระดับ 0.9368 ฟรังก์ แต่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3629 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3423 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1458 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1314 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3110 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3013 ดอลลาร์
  • (-) นักวิเคราะห์คาด ECB ผ่อนคลายนโยบายการเงินในวันพฤหัสฯนี้ตามเฟด  นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะผ่อนคลายนโยบายการเงินในการประชุมวันพฤหัสบดีนี้  “เราคาดว่า ECB จะผ่อนคลายนโยบายการเงินสอดคล้องกับการดำเนินการของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)” นักวิเคราะห์จากคอมเมิร์ซแบงก์ระบุ
  • (-) ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดีดขึ้นกว่า 600 จุดเช้านี้ ขานรับ “ทรัมป์” เตรียมใช้มาตรการลดผลกระทบโควิด-19  ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดีดตัวขึ้นกว่า 600 จุดในช่วงเช้านี้ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐเปิดเผยว่า เขาจะใช้มาตรการครั้งใหญ่ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงการปรับลดภาษีเงินเดือน (payroll tax) โดยคณะบริหารของเขาจะเรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมายปรับลดภาษีเงินเดือน และมาตรการเร่งด่วนด้านอื่นๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  ณ เวลา 08.14 น. ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งขึ้น 630 จุด หรือ 2.64% แตะที่ 24,507 จุด