พฤหัส. ต.ค. 17th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 10 ต.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,495 1,483 1,474

แนวต้าน : 1,517 1,526 1,535

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีนมีกำหนดประชุมกับนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐและนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐในวันพฤหัสบดีนี้ ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงวอชิงตัน ขณะที่หนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทม์ส รายงานว่า สหรัฐจะอนุญาตบริษัทบางแห่งของสหรัฐจำหน่ายสินค้าที่ไม่อ่อนไหวแก่บริษัท Huawei เร็วๆนี้ หลังถูกสหรัฐขึ้นบัญชีดำทางการค้านับตั้งแต่เดือนพ.ค. ประเด็น ดังกล่าว เพิ่มคาดหวังถึงข้อตกลงการค้าบางส่วนระหว่างสหรัฐและจีน จนอาจปูทางไปสู่การระงับการขึ้นภาษีต่อสินค้าจีนมูลค่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์ สู่ 30% จาก 25% ในวันอังคารหน้า ทั้งนี้ สถานการณ์การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ–จีน ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงแนะนำให้จับตาความคืบหน้าในการเจรจาการค้าว่าจะมีผลออกมาอย่างไร เบื้องต้นราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ หากราคาทองคำขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,517 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนที่มีทองคำในมือ อาจขายบางส่วนหากราคาไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน เพราะหากไม่สามารถอาจเห็นการย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับ แนะนำให้รอจังหวะเข้าซื้อเพื่อลงทุนระยะสั้นบริเวณแนวรับ 1,499-1,495 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามนักลงทุนควรมีจุดตัดขาดทุนหากราคาไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot:  ราคาทองคำพยายามดีดตัวกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านโซน 1,517 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาสามารถขึ้นไปยืนได้ น่าจะมีแรงซื้อเก็งกำไรกลับเข้ามาอีกครั้ง แต่หากราคาไม่สามารถผ่านแนวต้านไปได้ มีแนวโน้มเกิดแรงขายทำกำไรออกมาและอาจทำให้ราคาปรับตัวลงไปอีก โดยประเมินแนวรับที่ 1,499-1,495 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position นักลงทุนควรลดความเสี่ยงโดยการทยอยปิดสถานะทำกำไรหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ 1,517 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และตัดขาดทุนหากราคาทองคำดิ่งลงต่ำกว่าแนวรับ 1,483 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position นักลงทุนสามารถปิดสถานะหากราคาทองคำลงมาบริเวณ 1,499-1,495 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากหลุดแนวดังกล่าว ก็สามารถรอทำกำไรในแนวรับต่อไปบริเวณ 1,486-1,483 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New แนะนำเปิดสถานะขายหากราคาไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,517 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ (ตัดขาดทุนหากผ่านได้) สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้มาก แนะนำให้เสี่ยงซื้อในโซน 1,499-1,495 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่ต้องการเสี่ยงมากอาจรอเข้าซื้อบริเวณแนวรับ 1,486-1,483 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) รมว.พาณิชย์สหรัฐเผย มาตรการเก็บภาษีนำเข้าใช้ได้ผลในการบังคับจีน  นายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.พาณิชย์สหรัฐกล่าวว่า การเก็บภาษีนำเข้าเป็นมาตรการที่ใช้ได้ผลสำหรับจีน โดยสามารถกดดันให้จีนต้องให้ความสำคัญกับความวิตกของสหรัฐ  นายรอสส์เปิดเผยในการประชุมธุรกิจที่จัดโดยหอการค้าสหรัฐในประเทศออสเตรเลียวันนี้ว่า สหรัฐไม่ได้ต้องการเก็บภาษีศุลกากรกับสินค้าจีนเป็นเวลานานกว่า 1 ปี แต่ระบุเสริมว่า การเก็บภาษีได้บังคับให้จีนต้องดำเนินการใดในสิ่งที่ควรทำ โดยสงครามการค้าได้ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและตลาดการเงิน  นายรอสส์ยังกล่าวด้วยว่า สหรัฐไม่ได้ชอบภาษี และจริงๆ แล้วสหรัฐไม่ต้องการเก็บภาษีสินค้าจีน แต่หลังจากที่ผ่านการหารือมานานหลายปีแล้ว และไม่มีการดำเนินการใดๆ ในท้ายที่สุดแล้ว การเก็บภาษีก็จะบังคับให้จีนต้องใส่ใจกับความกังวลของสหรัฐ  นายรอสส์กล่าวขณะเดินทางเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการว่า สหรัฐอาจทำข้อตกลงในช่วงสองปีครึ่งที่ผ่านมาโดยไม่ต้องใช้การเก็บภาษีศุลกากร  ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ด้านการค้าและเศรษฐกิจระดับสูงของสหรัฐและจีนจะประชุมกันในวันนี้และวันพรุ่งนี้ที่กรุงวอชิงตัน เพื่อพยายามที่จะยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ และหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ สหรัฐก็จะเดินหน้าขึ้นภาษีสินค้าจีนวงเงิน 2.50 แสนล้านดอลลาร์จาก 25% เป็น 30% ในวันอังคารหน้า
  • (+) จีนเรียกร้องสหรัฐระงับการกดดันบริษัทจีน รวมถึง Huawei  วันนี้ นายเกิง ซวง โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนระบุว่า จีนเรียกร้องให้สหรัฐระงับการกดดันอย่างไม่มีเหตุผลต่อบริษัทจีน รวมถึง บริษัท Huawei Technologies  หนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทม์สรายงานว่า สหรัฐจะอนุญาตบริษัทบางแห่งของสหรัฐจำหน่ายสินค้าที่ไม่อ่อนไหวแก่บริษัท Huawei เร็วๆนี้ หลังถูกสหรัฐขึ้นบัญชีดำทางการค้านับตั้งแต่เดือนพ.ค.
  • (-) เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดบวก 22.85 จุด นลท.จับตาเจรจาการค้าจีน-สหรัฐ  ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดวันนี้ปรับตัวสูงขึ้น หลังจากหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทม์ส รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า คณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วางแผนที่จะออกใบอนุญาต เพื่อเปิดทางให้บริษัทสหรัฐบางแห่งสามารถขายสินค้าที่ไม่มีความอ่อนไหวต่อความมั่นคง ให้กับบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี ของจีนในเร็วๆนี้  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตบวก 22.85 จุด หรือ 0.78% ปิดที่ 2,947.71 จุด   โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจช่วยบรรเทาความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ในขณะที่การเจรจาการค้ารอบใหม่ของทั้งสองฝ่ายได้เปิดฉากขึ้นในสัปดาห์นี้  รายงานระบุว่า ในการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ปธน.ทรัมป์ได้อนุมัติให้เริ่มการออกใบอนุญาต ซึ่งจะทำให้บริษัทบางแห่งของสหรัฐได้รับการยกเว้นจากคำสั่งห้ามขายสินค้าให้กับหัวเว่ยในปีนี้
  • (+/-) “ทรัมป์” เรียกร้องให้ยุติกระบวนการไต่ส่วนเพื่อถอดถอน อ้างการเมืองสหรัฐตึงเครียด  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐได้เรียกร้องให้ยุติกระบวนการไต่สวนเพื่อถอดถอนตนเองออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีภายใต้การนำของพรรคเดโมแครต หลังจากที่ทำเนียบขาวเมินให้ความร่วมมือ ขณะที่พรรคเดโมแครตกล่าวหาว่าท่าทีดังกล่าวถือเป็นการคัดค้าน  ทรัมป์ได้ทวีตข้อความว่า “เพื่อประโยชน์ของประเทศ” ความพยายามของพรรคเดโมแครตที่จะถอดถอนตนเองออกจากตำแหน่ง “ควรยุติลงในตอนนี้”  นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่า ผู้ที่แจ้งเบาะแสเมื่อเดือนส.ค. ซึ่งกล่าวหาว่าเขาพูดคุยกับประธานาธิบดียูเครนอย่างไม่เหมาะสม “ควรได้รับการเปิดเผยและสอบสวนอย่างเหมาะสม”  เมื่อเผชิญกับกระบวนไต่สวนเพื่อถอดถอนที่ทวีตึงเครียดมากยิ่งขึ้นจากคณะกรรมการข่าวกรองแห่งสภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมาธิการรัฐสภา และกระทรวงการต่างประเทศ ปธน.ทรัมป์กล่าวย้ำว่า การพูดคุยทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนเมื่อวันที่ 25 ก.ค. “ไม่มีความกดดันทางการเมืองใดๆ” และสิ่งที่ผู้แจ้งเบาะแสมานั้น “ไม่ถูกต้อง”  ทั้งนี้ ทรัมป์ยังคงเดินหน้าตรวจสอบแรงจูงใจของพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม และได้ทวีตข้อความว่า ควรมีการเปิดเผยตัวตนของผู้แจ้งเบาะแส เพราะว่า “ไม่มีผู้ที่แจ้งเบาะแสหรอก ผู้แจ้งเบาะแสก็คือคนในพรรคเดโมแครต”