ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 22, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 10 ก.ค.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

หากราคาทองคำปรับตัวขึ้นมา พอเข้าใกล้โซนแนวต้าน 1,811-1,818 ดอลลาร์ต่อออนซ์จับตาแรงขายทำกำไร หากไม่ผ่านอาจใช้วิธีการลดพอร์ตการลงทุนตามการเคลื่อนไหวของราคา สำหรับการเข้าซื้อรอพิจารณาในโซน 1,792-1,789 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,789 1,777 1,768 แนวต้าน : 1,818 1,831 1,843

สรุป  ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง -4.77  ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานอยู่ที่ 1.314 ล้านรายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ รวมถึงลดลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19  แต่ราคาทองคำไม่ได้ปรับตัวลดลงจากข่าวดังกล่าวมากนัก  อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำปรับตัวลงในภายหลัง  โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์  รวมไปถึงแรงขายทำกำไรทองคำจากความต้องการเงินสด  เพื่อโยกเงินเติมมาร์จิ้น  และชดเชยผลขาดทุนในตลาดหุ้น  หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับตัวลดลงแรงท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่พุ่งขึ้นต่อเนื่อง  ซึ่งบั่นทอนความหวังเกี่ยวกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ  นอกจากนี้ตลาดหุ้นยังได้รับแรงกดดันจากคำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐที่ “ปฏิเสธ” การอ้างสิทธิ์คุ้มครอง “ประธานาธิบดีทรัมป์” และวินิจฉัยว่าอัยการนิวยอร์กสามารถเข้าถึงประวัติการเงินของประธานาธิบดีทรัมป์ได้  สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาทองคำร่วงลงแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,795.01 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างวัน  ก่อนที่จะมีแรงซื้อ Buy the dip เข้าสู่ตลาดทองคำอีกครั้ง  เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนยังคงเลือกจะเข้าซื้อทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากการระบาดของ COVID-19 และความเสี่ยงทางการเมืองทั้งภายในประเทศของสหรัฐ  รวมไปถึงความเสี่ยงทางการเมืองระหว่างสหรัฐและจีน  นั่นทำให้ราคาทองคำดีดขึ้นมาปิดตลาดเหนือ 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ในที่สุด  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำลดลง -1.75 ตัน  สำหรับวันนี้  ติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ยอดผู้ติดโควิด-19 สูงสุดในฟลอริดา,เท็กซัส,แคลิฟอร์เนียบั่นทอนความหวังศก.ฟื้นตัว  การเพิ่มขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ของยอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากโควิด-19 ในหลายรัฐของสหรัฐ บั่นทอนความหวังการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยเร็ว ขณะที่ข้อมูลแสดงว่า ประชาชนหลีกเลี่ยงการจับจ่ายใช้สอยในร้านค้าในพื้นที่ที่มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมากที่สุด  บริษัท Unacast ซึ่งเป็นบริษัทข้อมูลระบุว่า ในรัฐแอริโซนา, เท็กซัส, ฟลอริดา, จอร์เจีย และเซาท์แคโรไลนา ซึ่งอยู่ในกลุ่มรัฐที่กลับมาเปิดการค้าในเดือนพ.ค. การจับจ่ายใช้สอยที่ร้านค้าปลีกขณะนี้ตามหลังรัฐอื่นๆโดยอิงตามการติดตามผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่  พบยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่กว่า 60,000 คนทั่วสหรัฐในวันพุธ ซึ่งเป็นยอดสูงสุดในวันเดียวในประเทศใดๆนับตั้งแต่โควิด-19 ปรากฏขึ้นเมื่อปลายปีที่ผ่านมาในจีน ยอดผู้เสียชีวิตในสหรัฐเพิ่มขึ้นกว่า 900 คนติดต่อกันเป็นวันที่ 2   
  • (+) สหรัฐคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของจีนจากประเด็นสิทธิมนุษยชนอุยกูร์  เมื่อวานนี้สหรัฐออกมาตรการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของจีน โดยเล็งเป้าไปยังข้อกล่าวหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชนกลุ่มน้อยมุสลิมอุยกูร์ ซึ่งเป็นการดำเนินการที่มีแนวโน้มสร้างความตึงเครียดเพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐและจีน  สหรัฐขึ้นบัญชีดำนายเฉิน ฉวนกั๋ว เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ของเขตปกครองตนเองซินเจียง ซึ่งเป็นสมาชิกของคณะกรรมการบริหารสูงสุดของพรรคคอมมิวนิสต์อันทรงอำนาจของจีน และเจ้าหน้าที่อีก 3 คน การดำเนินการที่คาดการณ์เอาไว้อยู่แล้วดังกล่าวมีขึ้นหลังการแสดงท่าทีเป็นปฏิปักษ์ของสหรัฐเป็นเวลาหลายเดือนต่อจีนจากประเด็นการรับมือการระบาดของโควิด-19 ของจีนและการคุมเข้มฮ่องกง  เจ้าหน้าที่คณะบริหารระดับสูงรายหนึ่งซึ่งสรุปต่อผู้สื่อข่าวหลังการประกาศดังกล่าวอธิบายว่า นายเฉินเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของจีนที่ถูกคว่ำบาตรโดยสหรัฐ
  • (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 361.19 จุด วิตกสหรัฐล็อกดาวน์รอบใหม่หลังยอดโควิดพุ่ง  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (9 ก.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากความวิตกกังวลที่ว่า ทางการสหรัฐอาจประกาศล็อกดาวน์ภาคธุรกิจรอบใหม่หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq ยังคงปิดทำนิวไฮ โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนซึ่งจะทยอยเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในสัปดาห์หน้า  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,706.09 จุด ลดลง 361.19 จุด หรือ -1.39% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,152.05 จุด ลดลง 17.89 จุด หรือ -0.56% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,547.75 จุด เพิ่มขึ้น 55.25 จุด หรือ +0.53%
  • (-) สหรัฐเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานต่ำกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจำนวน 1.314 ล้านรายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.39 ล้านราย  นอกจากนี้ ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในวันนี้ ต่ำกว่าที่มีการรายงานในสัปดาห์ที่แล้วถึง 99,000 ราย โดยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานในวันนี้แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หลังจากพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์สู่ระดับ 6.9 ล้านรายในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 28 มี.ค.
  • (-) ดอลล์แข็งค่า รับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยหลังหุ้นร่วง,ยอดโควิดพุ่ง  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (9 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกลับเข้าซื้อดอลลาร์ซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัยและมีสภาพคล่องสูง หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐดิ่งลงอย่างหนักเมื่อคืนนี้ นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่พุ่งขึ้นในสหรัฐยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนคำสั่งซื้อดอลลาร์  ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.28% สู่ระดับ 96.7039 เมื่อคืนนี้  ดอลลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9400 ฟรังก์ จากระดับ 0.9379 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดาที่ระดับ 1.3580 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3500 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์ทรงตัวเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.20 เยน  ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1296 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1335 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2620 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2621 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6964 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6980 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (+/-) สหรัฐเผยสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งร่วงลง 1.2% ในเดือนพ.ค.  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งร่วงลง 1.2% ในเดือนพ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนเม.ย.