วิเคราะห์ราคาทองคำ 1 ส.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,400 1,391 1,382

แนวต้าน : 1,417 1,428 1,439

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) มีแนวโน้มจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.75% แต่อาจส่งสัญญาณปูทางเพื่อผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมในการประชุมวันนี้  เนื่องจากความเสี่ยงของเบร็กซิทแบบไร้ข้อตกลง ถ่วงแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของอังกฤษ นักลงทุนจึงจับตาท่าทีนายมาร์ค คาร์นีย์ ผู้ว่า BOE ว่าจะรับมือ อย่างไรกับความเสี่ยงจากการเบร็กซิทแบบไร้ข้อตกลง ประเด็นดังกล่าว กดดันสกุลเงินปอนด์ปรับลงแตะ 1.2101 ดอลลาร์ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2017 ขณะที่ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ปอนด์ร่วงลง 7.1% จากคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้นว่า อังกฤษจะแยกตัวจากสหภาพยุโรปโดยปราศจากข้อตกลง แนวโน้มดังกล่าวส่งผลเชิงลบต่อสกุลเงินยูโร และราคาทองคำ ทั้งนี้ สำหรับนักลงทุนที่ถือทองคำไว้ในระยะสั้นยังคงต้องติดตามราคาอย่างใกล้ชิด หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือบริเวณ 1,417 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจขายเพื่อลดความเสี่ยง โดยพิจารณาเข้าซื้ออีกครั้งหากราคาไม่ต่ำกว่าแนวรับโซน 1,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อรอจังหวะดีดตัวแล้วขายทำกำไรระสั้น แต่หากไม่สามารถรับความเสี่ยงได้มากนัก อาจชะลอการสะสมทองคำออกไปก่อนเพื่อรอดูการตั้งฐานของราคา

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ราคาทองคำยังอยู่ในช่วงปรับฐานเพื่อสะสมกำลัง หากราคาทองคำดีดตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,417 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือไม่สามารถยืนเหนือบริเวณดังกล่าวได้ราคาทองคำอาจมีย่อตัวลงมา โดยประเมินแนวรับที่ 1,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position ทยอยขายทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,417 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อลดความเสี่ยง แต่หากรับความเสี่ยงได้มากให้รอดูบริเวณดังกล่าว หากสามารถยืนได้ ให้รอไปปิดสถานะในบริเวณ 1,428  ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position ปิดสถานะบางส่วนหากราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าวสามารถรอทำกำไรบริเวณ แนวรับถัดไปที่ 1,391-1,382 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New จับตาบริเวณ 1,417 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือแนวดังกล่าวได้ อาจเปิดสถานะขายโดยมีเป้าหมายทำกำไรระยะสั้นบริเวณ 1,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดและรับความเสี่ยงได้มากอาจชะลอการทำกำไรออกที่แนวรับบริเวณ 1,391-1,382 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดลบ 23.74 จุด เหตุวิตกดัชนี PMI ชะลอตัว  ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดวันนี้ปรับตัวลง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของภาคการผลิตจีน   สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตลบ 23.74 จุด หรือ 0.81% ปิดที่ 2,908.77 จุด   ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีน ซึ่งมาร์กิตจัดทำร่วมกับไฉซิน อยู่ที่ระดับ 49.9 เพิ่มขึ้นจากระดับ 49.4 ในเดือนมิ.ย.  ทั้งนี้ ดัชนี PMI ที่เคลื่อนไหวเหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตของจีนมีการขยายตัว และหากดัชนี PMI เคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 50 จะบ่งชี้ถึงภาวะหดตัวในภาคการผลิต
  • (+) ธ.กลางอังกฤษมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยในประชุมวันนี้  วันนี้ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) มีแนวโน้มจะดำเนินการสวนทางกับที่นักลงทุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางอังกฤษจะดำเนินการตามธนาคารกลางอื่นๆและลดดอกเบี้ยในช่วงหลายเดือนข้างหน้า แม้แต่ในขณะที่ความเสี่ยงของเบร็กซิทอันยุ่งเหยิงถ่วงแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ  นักเศรษฐศาสตร์จากผลสำรวจภาคเอกชนเกือบจะแน่ใจแล้วว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษจะลงมติ 9-0 เสียงในการคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.75%  แต่มีความชัดเจนเพียงเล็กน้อยว่า นายมาร์ค คาร์นีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษจะรับมืออย่างไรกับความท้าทายที่เกิดจากความเป็นไปได้ของเบร็กซิทแบบไร้ข้อตกลง  นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษระบุว่า เขาจะนำพาอังกฤษออกจากสหภาพยุโรปในวันที่ 31 ต.ค.โดยปราศจากข้อตกลงถ่ายโอน หากสหภาพยุโรปไม่เปลี่ยนแปลงข้อตกลงที่ตกลงกับนางเทเรซา เมย์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษคนก่อน
  • (+) UNSC เตรียมประชุมประเด็นเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ  นักการทูตระบุว่า อังกฤษ, เยอรมนี และฝรั่งเศส ได้เรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) จัดประชุมแบบไม่เปิดเผยต่อสาธารณะในวันนี้ประเด็นการยิงขีปนาวุธครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือ  กองทัพเกาหลีใต้ระบุว่า เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ 2 ลูกในเช้าวานนี้ ในช่วงไม่กี่วันหลังเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธชนิดเดียวกันนี้ 2 ลูกโดยมุ่งหวังกดดันให้เกาหลีใต้และสหรัฐยุติการซ้อมรบร่วมทางทหารที่กำลังจะมาถึง  นายแอนโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติเชื่อว่า การยิงขีปนาวุธดังกล่าว “เป็นเพียงการเตือนอีกครั้งถึงความสำคัญของการเริ่มการเจรจาอีกครั้งประเด็นปลดนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลี”
  • (-) ดอลลาร์ปรับขึ้นขณะปธ.เฟดปฏิเสธผ่อนคลายระยะยาว  ดอลลาร์ปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดรอบ 2 ปีเมื่อเทียบกับยูโร และแตะระดับสูงสุดรอบ 2 เดือนเมื่อเทียบกับเยนในวันนี้ ในขณะที่นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปฏิเสธวงจรการผ่อนคลายเป็นเวลานาน หลังจากที่ลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่วิกฤติการเงิน  ในการดำเนินการที่คาดไว้ในวงกว้าง เฟดลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% เพื่อหนุนเศรษฐกิจในการต้านความเสี่ยงที่รวมถึงความอ่อนแอทั่วโลก  ในการแถลงข่าวหลังการตัดสินใจของเฟด นายพาวเวลล์กล่าวว่า “นั่นไม่ใช่การเริ่มต้นการลดอัตราดอกเบี้ยระยะยาว” ในเวลาเดียวกัน เขากล่าวว่า “ผมไม่ได้กล่าวว่า นั่นเป็นการลดอัตราดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียว”  เทรดเดอร์ยังคาดถึงการลดอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ อย่างไรก็ตาม คำกล่าวของนายพาวเวลล์ลดคาดการณ์ที่ว่า เฟดพร้อมที่จะลดอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงปีหน้า   “คำกล่าวของนายพาวเวลล์ไม่ได้อยู่ในเชิงผ่อนคลายมากนัก ดังนั้น นี่เป็นการยืนยันว่า นี่เป็นการลดอัตราดอกเบี้ยเล็กน้อยเพื่อประกันความเสี่ยง” นักวิเคราะห์ของ Mizuho Securities กล่าว   “ผลดังกล่าวจำกัดช่วงขาลงของดอลลาร์ การลดอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับเล็กน้อย แต่ยังสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐอย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นผลดีสำหรับดอลลาร์ในระยะยาว”  ยูโรร่วงสู่ 1.1034 ดอลลาร์ สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค.2017 ก่อนที่จะลดช่วงลบมาปรับลง 0.2% มาที่ 1.1045 ดอลลาร์  เมื่อเทียบกับเยน ดอลลาร์ฝ่าผ่านระดับแนวต้านสำคัญที่ 109.00 เยน มาแตะระดับสูงสุดรอบ 2 เดือน ที่ 109.35 เยน  ดัชนีดอลลาร์ปรับขึ้น 0.3% มาที่ 98.932 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดรอบ 2 ปี