พฤหัส. พ.ย. 21st, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 1 พ.ย.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ทองคำขึ้นจากความไม่มั่นใจเการเจรจาการค้าสหรัฐและจีน

คืนนี้ติดตามการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐเดือนต.ค.

ระวังแรงเทขายเมื่อทองคำปรับขึ้นใกล้แนวต้าน 1,520 ดอลลาร์

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 จากความไม่มั่นใจเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานข่าวว่า เจ้าหน้าที่จีนมีความไม่มั่นใจเกี่ยวกับการทำข้อตกลงการค้าในระยะยาวกับสหรัฐ ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความเมื่อวานนี้ว่าจะประกาศสถานที่ซึ่งสหรัฐจะลงนามในข้อตกลงการค้ากับจีนเฟสแรกในอีกไม่ช้า นอกจากนี้สหรัฐประกาศดัชนี PMI เขตชิคาโกเดือนต.ค. ลดลงสู่ระดับ 43.2 สวนทางกับที่ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 48.4 ทางด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเท่าเดิมเมื่อวาน
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนต.ค. ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 90,000 ตำแหน่ง จากที่เดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 136,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานเดือนต.ค. ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.6% ค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงเดือนต.ค. ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PMI ภาคผลิตเดือนต.ค.โดย ISM ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 49.0
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดปรับขึ้นสู่แนวต้าน 1,520 ดอลลาร์ ซึ่งคาดว่าจะเป็นแนวต้านสำคัญที่อาจจะมีแรงเทขายออกมาในระยะสั้น แต่ถ้าผ่านขึ้นไปได้จะมีแนวต้านถัดไป 1,535 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับ 1,490 ดอลลาร์ และแนวรับสำคัญ 1,480 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,512.28 +16.94 1,490/1,480 1,520/1,535

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
21,500 +150 21,350/21,250 21,700/21,850

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
21,760 +80 21,460/21,360 21,810/21,970

สำหรับนักลงทุนที่ซื้อไว้แนะนำขายทำกำไรที่ราคาทอง Spot 1,520 ดอลลาร์ การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเมื่อราคาทอง Spot ปรับลงมาที่ 1,490 ดอลลาร์ (GF 21,460 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,480 ดอลลาร์ (GF 21,360 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

Close chg Support Resistance
1,519.60 +6.00 1,498/1,488 1,528/1,543

สำหรับนักลงทุนที่ซื้อไว้แนะนำขายทำกำไรที่ราคา GOU19 1,528 ดอลลาร์ การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเมื่อราคา GOU19 ปรับลงมาที่ 1,498 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,488 ดอลลาร์

ค่าเงินบาท

เงินบาทในวันนี้คาดแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ หลังจากเฟดลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 1.50-1.75% ขณะที่จีดีพียูโรโซนขยายตัว 0.2% และจีดีพี สหภาพยุโรปขยายตัว 0.3% เมื่อเทียบรายไตรมาส ดีกว่าที่ตลาดคาด โดย USD Futures คาดจะมีแนวรับที่ 30.15 และ 30.12 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่  30.20 และ 30.22 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : ยูโรแข็งค่าขานรับ GDP ยุโรป ขณะดอลล์อ่อนหลังเฟดหั่นดอกเบี้ย

          ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (31 ต.ค.) หลังจากสำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) รายงานว่า เศรษฐกิจในยูโรโซนและสหภาพยุโรปขยายตัวในไตรมาส 3 ขณะที่ดอลลาร์ยังคงได้รับแรงกดดันจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งล่าสุด ยูโรได้รับแรงหนุนหลังจากยูโรสแตทรายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทส (GDP) ในยูโรโซนขยายตัว 0.2% ขณะที่ GDP ในสหภาพยุโรปขยายตัว 0.3% เมื่อเทียบรายไตรมาส และหากเทียบรายปี GDP ยูโรโซนขยายตัว 1.1% และ GDP ในสหภาพยุโรปขยายตัว 1.4%

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดพุ่ง $18.1 เหตุดาวโจนส์ร่วงหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา (31 ต.ค.) โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐและจีน นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังได้ปัจจัยบวกจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งล่าสุด  สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 18.1 ดอลลาร์ หรือ 1.21% ปิดที่ 1,514.8 ดอลลาร์/ออนซ์  สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 20 เซนต์ หรือ 1.12% ปิดที่ 18.067 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดลบ 88 เซนต์ วิตกโอเปกเพิ่มผลิต,ศก.จีนชะลอตัว

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (31 ต.ค.) ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาด หลังจากมีรายงานว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นในเดือนต.ค. และสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งขึ้นมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศษฐกิจจีน และความไม่มั่นใจต่อการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 88 เซนต์ หรือ 1.6% ปิดที่ 54.18 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 38 เซนต์ หรือ 0.6% ปิดที่ 60.23 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ :ดาวโจนส์ปิดลบ 140.46 จุด วิตกทิศทางการค้าสหรัฐ-จีน,จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐ          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (31 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลต่อทิศทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากทั้งสองฝ่ายได้ออกมาส่งสัญญาณที่ขัดแย้งกัน นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลที่บ่งชี้ถึงความอ่อนแอของภาคการผลิตทั้งในสหรัฐและจีน ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในคืนนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,046.23 จุด ลดลง 140.46 จุด หรือ -0.52% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,037.56  ลดลง 9.21 จุด หรือ -0.30% และดัชนี Nasdaq  ปิดที่ 8,292.36 จุด ลดลง 11.62 จุด หรือ -0.14%