ศุกร์. พ.ย. 22nd, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 1 พ.ย.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

พิจารณาโซน 1,517-1,519 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในการเสี่ยงเปิดสถานะขาย ขณะที่การเปิดสถานะซื้อจำเป็นต้องรอการอ่อนตัวลงเข้าใกล้แนวรับโซน 1,504-1,493 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งจะเป็นการเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น

แนวรับ : 1,504 1,493 1,480  แนวต้าน : 1,599 1,535 1,546

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ทะยานขึ้น  17.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ท่ามกลางปัจจัยบวกต่างๆที่เข้ามา  ไล่เรียงมาตั้งแต่ (1.) รายงานข่าวของ Bloomberg ที่ระบุว่า  เจ้าหน้าที่จีน “ไม่แน่ใจ” ว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้าระยะยาวที่มีความครอบคลุมกับสหรัฐได้หรือไม่  ประเด็นนี้สร้างความวิตกเกี่ยวกับการเจรจาการค้าจีนและสหรัฐจนสร้างแรงขายในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้นซึ่งนั่นกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  ตามมาด้วย (2.) การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์หลังการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่แย่เกินคาดหลายรายการ  ไม่ว่าจะเป็นดัชนี Core PCE ที่ทรงตัวเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันบ่งชี้เงินเฟ้อในสหรัฐยังคงซบเซา  จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ที่มากกว่าคาด  โดยเฉพาะดัชนี PMI เขตชิคาโกที่ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2015 สะท้อนภาวะหดตัวในภาคการผลิต  นอกจากนี้ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนเพิ่มจาก (3.)การแข็งค่าของสกุลเงินยูโรหลังจาก GDP ในยูโรโซนและสหภาพยุโรปขยายตัวในไตรมาส 3 อีกด้วย  ปัจจัยบวกที่กล่าวมาทั้งหมดช่วยหนุนให้ราคาทะยานแตะระดับสูงสุดในระหว่างวันบริเวณ 1,514.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ  อาทิ  รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง, อัตราการว่างงาน, ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร  และดัชนี PMI ภาคการผลิตจาก ISM

จจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำเกิดแรงซื้อจนราคาดีดตัวขึ้นโดยมีโอกาสทดสอบแนวต้าน  1,519 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของต.ค.  หากไม่สามารถผ่านไปได้ ประเมินว่าจะเกิดแรงขายกดดันให้ราคาเข้าใกล้ 1,504-1,493 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

ราคาทองคำมีจุดเปิดสถานะขายระยะสั้นในบริเวณ 1,517-1,519 ดอลลาร์ต่อออนซ์  (ตัดขาดทุนหากผ่าน 1,519 ดอลลาร์ต่อออนซ์) แต่หากราคาอ่อนตัวลงไปก่อนให้พิจารณาบริเวณ 1,504-1,493 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นจุดเปิดสถานะซื้อ (ตัดขาดทุนหากหลุดแนวรับดังกล่าว)

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ยูโรแข็งค่าขานรับ GDP ยุโรป ขณะดอลล์อ่อนหลังเฟดหั่นดอกเบี้ย  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (31 ต.ค.) หลังจากสำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) รายงานว่า เศรษฐกิจในยูโรโซนและสหภาพยุโรปขยายตัวในไตรมาส 3 ขณะที่ดอลลาร์ยังคงได้รับแรงกดดันจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งล่าสุด  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ที่ระดับ 1.1145 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1124 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.2938 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2887 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.6886 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6876 ดอลลาร์สหรัฐ  ส่วนดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.98 เยน จากระดับ 108.94 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9869 ฟรังก์ จากระดับ 0.9904 ฟรังก์
  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 140.46 จุด วิตกทิศทางการค้าสหรัฐ-จีน,จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐ  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (31 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลต่อทิศทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากทั้งสองฝ่ายได้ออกมาส่งสัญญาณที่ขัดแย้งกัน นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลที่บ่งชี้ถึงความอ่อนแอของภาคการผลิตทั้งในสหรัฐและจีน ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในคืนนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,046.23 จุด ลดลง 140.46 จุด หรือ -0.52% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,037.56 ลดลง 9.21 จุด หรือ -0.30% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,292.36 จุด ลดลง 11.62 จุด หรือ -0.14%
  • (+) สภาผู้แทนฯสหรัฐไฟเขียววางกรอบไต่สวนถอดถอน”ทรัมป์”  สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐให้การอนุมัติในวันนี้ต่อญัตติในการวางกรอบการไต่สวนอย่างเป็นทางการเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ออกจากตำแหน่ง ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรลงมติด้วยคะแนนเสียง 232-196 เสียง เห็นชอบต่อญัตติดังกล่าว ขณะที่ไม่มีสมาชิกพรรครีพับลิกันลงคะแนนเสียงสนับสนุน
  • (+) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานสูงกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 5,000 ราย สู่ระดับ 218,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 215,000 ราย
  • (+) “ทรัมป์”อัด”พาวเวล” แม้เฟดเพิ่งหั่นดอกเบี้ยวานนี้  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ แสดงความไม่พอใจต่อนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แม้ว่าเฟดเพิ่งประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อวานนี้เป็นครั้งที่ 3 ของปีนี้
  • (+) MNI เผยดัชนี PMI เขตชิคาโกบ่งชี้ภาวะหดตัวมากกว่าคาดในเดือนต.ค.  MNI Indicators เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เขตชิคาโก ร่วงลงสู่ระดับ 43.2 ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2558 จากระดับ 47.1 ในเดือนก.ย. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 48.3 ดัชนี PMI เขตชิคาโกอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะหดตัว โดยได้รับผลกระทบจากการลดลงของคำสั่งซื้อใหม่ แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2552
  • (+) สหรัฐเผยดัชนี PCE ทรงตัวเป็นเดือนที่ 2 ในก.ย.  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ทรงตัวเป็นเดือนที่ 2 ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE ถูกกดดันจากการร่วงลงของราคาพลังงาน และภาคบริการ เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PCE เพิ่มขึ้น 1.3% ในเดือนก.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 1.4% ในเดือนส.ค. ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ ทรงตัวในเดือนก.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายเดือน เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PCE พื้นฐานแตะระดับ 1.7% หลังจากเพิ่มขึ้น 1.8% ในเดือนส.ค.
  • (-) “ทรัมป์”เตรียมประกาศสถานที่ลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับผู้นำจีนในไม่ช้า  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ ระบุว่า ในอีกไม่ช้า เขาจะประกาศสถานที่ซึ่งเขาจะลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับผู้นำจีน