จันทร์. พ.ย. 18th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 1 ต.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,452 1,439 1,430

แนวต้าน : 1,470 1,479 1,487

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  ข้อมูลภาคการผลิตของยูโรโซน ยังคงสะท้อนให้เห็นภาวะเศรษฐกิจของยูโรโซนที่ซบเซา เมื่อดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของยูโรโซนจาก IHS Markit ร่วงสู่ 45.7 ในเดือนก.ย. จาก 47.0 ในเดือนส.ค. และเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2012 ขณะที่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตของเยอรมนีอยู่ที่ 41.7 ในเดือนก.ย. ปรับลงจาก 43.5 ในเดือนส.ค. และเป็นตัวเลขต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2009 ข้อมูลล่าสุดแสดงว่า ผู้ผลิตยังคงมีทัศนะลบอย่างมากเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจในเดือนก.ย.ที่ผ่านมา ความกังวลดังกล่าว กดดันยูโรให้อยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี เมื่อเทียบกับดอลลาร์ โดยยูโรระหว่างวันร่วงลงมาแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1.0876 ดอลลาร์ ซึ่งส่งผลกดดันราคาทองคำอย่างชัดเจน ระยะสั้นราคาทองคำยังมีการเคลื่อนไหวในทิศทางขาลง และมีการแกว่งตัวผันผวน จึงเน้นไปที่การทำกำไรระยะสั้น ทั้งนี้ประเมินแนวต้านไว้ที่ 1,470-1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่สามารถผ่านได้ อาจเห็นการอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับโซน 1,452 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ระยะสั้นราคาทองคำเคลื่อนไหวในทิศทางขาลง ระหว่างวันราคาทำระดับต่ำสุดใหม่จากเดือนก่อนหน้า ราคายังมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบในทิศทางอ่อนตัวลง ประเมินแนวรับที่ 1,452 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหากสามารถยืนเหนือแนวรับได้ ก็อาจเห็นการดีดตัวของราคาขึ้นในช่วงสั้นอีกครั้ง

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position ปิดสถานะออกมาก่อนหากราคาทองคำไม่สามารยืนเหนือโซนแนวรับ 1,452 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากสามารถยืนได้อย่างแข็งแกร่ง มีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านไปบริเวณ 1,470 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position สามารถถือต่อหากราคาหลุดโซน 1,452 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อรอไปทำกำไรโซนแนวรับถัดไป 1,439 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่อยากรับความเสี่ยงมากนักอาจทยอยปิดสถานะเพื่อทำกำไรตามบริเวณแนวรับ

Open New  หาจังหวะขายทองคำที่ถืออยู่ หากราคาดีดตัวไม่ผ่านแนวต้าน 1,470 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากไม่ต้องการรับความเสี่ยงมากนัก แนะนำให้ชะลอการเข้าซื้อออกไปก่อน เพื่อรอดูการตั้งฐานของราคา แต่สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงสูงได้ สามารถเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรจากการดีดตัวหากราคายืนเหนือโซน 1,452 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (-) PMI ภาคการผลิตของเยอรมนีอยู่ที่ 41.7 ในก.ย.ต่ำสุดนับแต่มิ.ย.2009 ปรับลงจาก 43.5 ในส.ค. ข้อมูลล่าสุดจาก IHS Markit และ BME แสดงว่า ภาคการผลิตของเยอรมนีมีการปรับตัวย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ช่วงรุนแรงที่สุดของวิกฤติการเงินโลกในเดือนก.ย. ในขณะที่การหดตัวของผลผลิตและคำสั่งซื้อใหม่ดำเนินไปเร็วขึ้น ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของเยอรมนีอยู่ที่ 41.7 ในเดือนก.ย. ปรับลงจาก 43.5 ในเดือนส.ค. และเป็นตัวเลขต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2009 ข้อมูลล่าสุดแสดงว่า ผู้ผลิตยังคงมีทัศนะลบอย่างมากเกี่ยวกับแนวโน้มในเดือนก.ย.
  • (-) PMI ภาคการผลิตยูโรโซนอยู่ที่ 45.7 ในก.ย.ต่ำสุดนับแต่ต.ค.2012 ปรับลงจาก 47.0 ในส.ค. ภาวะการดำเนินงานในภาคการผลิตของยูโรโซนย่ำแย่ลงในเดือนก.ย.ในระดับมากที่สุดในรอบเกือบ 7 ปี ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของยูโรโซนจาก IHS Markit ร่วงสู่ 45.7 ในเดือนก.ย. จาก 47.0 ในเดือนส.ค. และเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2012 ข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ว่า ดัชนี PMI อยู่ต่ำกว่าระดับ 50.0 ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8 การปรับตัวลงของดัชนี PMI ได้รับแรงผลักดันส่วนใหญ่จากการหดตัวรุนแรงที่สุดในคำสั่งซื้อใหม่นับตั้งแต่เดือนต.ค.2012 โดยทุกประเทศยกเว้น กรีซ และเนเธอร์แลนด์ มีการปรับตัวลงในงานใหม่ ในขณะที่เยอรมนีมีการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2009
  • (-) ดอลลาร์แตะระดับสูงสุดรอบ 2 ปี,ดอลลาร์ออสเตรเลียร่วงหลัง RBA ลดดอกเบี้ย ดอลลาร์ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 สัปดาห์ เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินในวันนี้  ก่อนการเปิดเผยข้อมูลที่คาดว่าจะแสดงว่า ภาคการผลิตของสหรัฐกลับสู่การขยายตัว ซึ่งจะช่วยบรรเทาความวิตกเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้าจีน-สหรัฐ ยูโรอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ก่อนการเปิดเผยข้อมูลที่คาดว่าจะแสดงว่า เงินเฟ้อยุโรปยังคงซบเซา ซึ่งบ่งชี้ว่า นโยบายในยูโรโซนจะยังคงอยู่ในเชิงผ่อนคลายสักระยะดัชนีดอลลาร์ เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินสำคัญ 6 สกุล ปรับขึ้น 0.10% มาที่ 99.479 หลังจากที่แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค.2017 ในช่วงสั้นๆ เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายเฟดหลายรายมีกำหนดกล่าวในสัปดาห์นี้ แต่เทรดเดอร์กล่าวว่า พวกเขาจะมุ่งความสนใจมากที่สุดไปที่คำกล่าวจากนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดในวันศุกร์เพื่อดูสิ่งบ่งชี้เกี่ยวกับทิศทางของนโยบายการเงินสหรัฐ
  • (-) ความเสี่ยงจากเบร็กซิทไร้ข้อตกลงฉุดกิจกรรมภาคธนาคารในอังกฤษร่วงสู่ต่ำสุดรอบ 28 ปี ผลสำรวจของ CBI/PwC แสดงในวันนี้ว่า ความเสี่ยงของเบร็กซิทแบบไร้ข้อตกลงถ่วงกำไรและความเชื่อมั่นในภาคบริการทางการเงินของอังกฤษร่วงสู่ระดับเร็วที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤติทางการเงินเมื่อหนึ่งทศวรรษก่อน ผลสำรวจรายไตรมาสล่าสุดโดย CBI ซึ่งเป็นองค์กรการค้าธุรกิจ และ PwC ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษา ระบุว่า ในช่วง 3 เดือนถึงวันที่ 30 ก.ย. ระดับของกิจกรรมธุรกิจของธนาคารปรับลงในระดับเร็วที่สุดในรอบ 28 ปี  กองทุนภาคธนาคาร, ประกันภัย และการลงทุน สร้างรายได้ทางภาษีหลายพันล้านดอลลาร์แก่เศรษฐกิจอังกฤษ แต่การเข้าถึงโดยตรงจากอังกฤษสู่ตลาดสำคัญที่สุดอย่างสหภาพยุโรปอาจถูกสกัด หากเกิดเบร็กซิทแบบไร้ข้อตกลงในวันที่ 31 ต.ค.
  • (+/-) ผลสำรวจชี้ชาวอเมริกันที่สนับสนุนถอดถอน“ทรัมป์”เพิ่มสู่ 45% ท่ามกลางประเด็นยูเครน ผลการสำรวจของภาคเอกชนที่เผยแพร่เมื่อวานนี้ระบุว่า จำนวนชาวอเมริกันที่เชื่อว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐควรถูกถอดถอนเพิ่มขึ้น 8% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาในขณะที่ประชาชนจำนวนมากขึ้นทราบเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่ว่า ปธน.ทรัมป์กดดันยูเครนให้ทำลายชื่อเสียงของนายโจ ไบเดน คู่แข่งทางการเมืองของเขาจากพรรคเดโมแครต ผลสำรวจความคิดเห็นวันที่ 26-30 ก.ย.พบว่า ผู้ใหญ่ 45% เชื่อว่า ปธน.ทรัมป์จากพรรครีพับลิกัน “ควรถูกถอดถอน” เทียบกับ 37% ในผลสำรวจเดียวกัน ซึ่งจัดทำในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า อีก 41% ระบุว่า ปธน.ทรัมป์ไม่ควรถูกถอดถอน และ 15% ระบุว่า พวกเขา “ไม่ทราบ” ในกลุ่มพรรคเดโมแครต 74% ระบุว่า ปธน.ทรัมป์ควรถูกถอดถอน ซึ่งปรับขึ้น 8% ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วน 13% ของพรรครีพับลิกันระบุว่า พวกเขาสนับสนุนการถอดถอน ซึ่งเพิ่มขึ้น 3% และตัวเลขไม่เปลี่ยนแปลงในกลุ่มบุคคลทั่วไปที่ 37%