GOLD.in.th
ราคาทองวันนี้ ข่าวสาร วิเคราะห์ ทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 5 ต.ค.64 by YLG

43

- Advertisement -

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

ราคาอยู่ในช่วงการแกว่งตัวเพื่อสะสมกำลัง โดยเน้นการเก็งกำไรระยะสั้น หากราคาไม่สามารถยืนเหนือโซนแนวต้านแรกบริเวณ 1,769-1,771 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ราคามีโอกาสขยับลงเพื่อทดสอบแนวรับบริเวณ 1,747-1,735 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,774 1,735 1,721  แนวต้าน : 1,771 1,787 1,808

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 8.90ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้ระหว่างวันแรงขายกำไรและแรงขายทางเทคนิคจะกดดันให้ราคาทองคำร่วงลงทดสอบระดับต่ำสุดบริเวณ1,747.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แต่ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในเวลาต่อมาโดยได้รับแรงหนุนจากดัชนีดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง 0.17% แตะที่ 93.802 เนื่องจากนักลงทุนชะลอแรงซื้อดอลลาร์ พร้อมกับขายทำกำไรดอลลาร์อย่างต่อเนื่องหลังจากที่ดอลลาร์ดีดตัวขึ้นติดต่อกัน 4 สัปดาห์  นอกจากนี้  ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐในประเด็นฮ่องกง  หลังจากในช่วง 4 วันที่ผ่านมา จีนได้ส่งเครื่องบินรบจำนวนเกือบ 150 ลำบินเข้ามาในเขตน่านฟ้าของไต้หวัน ขณะที่จีนได้กล่าวโทษสหรัฐว่าเป็นตัวการที่เพิ่มความตึงเครียดในไต้หวัน พร้อมระบุว่าสหรัฐยั่วยุและทำลายสันติภาพในภูมิภาค โดยมีการขายอาวุธให้ไต้หวันและแล่นเรือรบผ่านช่องแคบไต้หวันเป็นประจำ และจะใช้มาตรการตอบโต้ที่จำเป็น  ประกอบกับตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงแรงในวันจันทร์  นำโดยแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ Growth Stocksจากความวิตกเกี่ยวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐพุ่งขึ้นและความกังวลที่ว่า รัฐบาลสหรัฐอาจเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้หากสภาคองเกรสไม่สามารถเพิ่ม หรือ ระงับเพดานหนี้ได้ทันเวลาสถานการณ์ดังกล่าวช่วยกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,770.35 ดอลลาร์ต่อออนซ์ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการบริการจากมาร์กิตและ ISM และถ้อยแถลงของนายแรนดัล ควอร์เลส หนึ่งในคณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

- Advertisement -

จจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำพยายามสร้างฐานและพยายามทรงตัวจนเกิดการดีดตัวขึ้นช่วงสั้น  ทั้งนี้ หากราคายืนเหนือโซน 1,754-1,747ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อาจทำให้เห็นการดีดตัวขึ้นเพื่อพยายามทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,769-1,771 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง แต่หากยังไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านได้ อาจเห็นการย่อตัวของราคาลงเพื่อสร้างฐานราคาอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

แนะนำแบ่งทองคำออกขายทำกำไรระยะสั้น หากไม่สามารถผ่านบริเวณ 1,769-1,771 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อรอเข้าซื้อคืนเพื่อทำกำไรเมื่อราคาอ่อนลงหรือไม่หลุดบริเวณแนวรับ 1,747-1,735 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาผ่านแนวต้านแรกได้สถานะขายควรตัดขาดทุน

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (4 ต.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลแรงงานของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย.ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์  ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.27% แตะที่ 93.7795 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 110.89 เยน จากระดับ 111.04 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9245 ฟรังก์ จากระดับ 0.9300 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2581 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2635 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1623 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1597 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3614 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3553 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7289 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7266 ดอลลาร์
  • 323.54 จุด บอนด์ยีลด์พุ่งฉุดหุ้นเทคโนฯดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 300 จุดเมื่อคืนนี้ (4 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีซึ่งมีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐพุ่งขึ้น นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่า รัฐบาลสหรัฐอาจเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,002.92 จุด ลดลง 323.54 จุด หรือ -0.94% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,300.46 จุด ลดลง 56.58 จุด หรือ -1.30% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,255.48 จุด ลดลง 311.21 จุด หรือ -2.14%
  • 52 ลำเข้าน่านฟ้าตนทางการไต้หวันรายงานว่า จีนได้ส่งเครื่องบินรบจำนวน 52 ลำเข้ามาในเขตน่านฟ้าของตนในวันจันทร์ ขณะที่ รัฐบาลกรุงไทเปเร่งจัดกองทัพอากาศของตน เพื่อเป็นสัญญาณเตือนกรุงปักกิ่งไม่ให้รุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตอย่างต่อเนื่อง  ในช่วงกว่าปีที่ผ่านมา ไต้หวันแสดงจุดยืนคัดค้านการที่จีนแผ่นดินใหญ่ส่งเครื่องบินรบเข้ามาบินในน่านฟ้าของตนมาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ซึ่งจีนฉลองวันชาติและตัดสินใจเพิ่มจำนวนเครื่องบินออกตระเวนพื้นที่ต่างๆ อันรวมถึงบริเวณทางตะวันตกเฉียงใต้ของน่านฟ้าเกาะไต้หวัน ใกล้ๆ กับหมู่เกาะปราตัสที่เป็นเขตปกครองของไต้หวัน  ไต้หวันระบุว่า เครื่องบินรบจีนที่ปรากฏตัวในน่านฟ้าของไต้หวันในวันจันทร์ประกอบด้วย เครื่องบินขับไล่ไอพ่น J-16 จำนวน 34 ลำ และเครื่องบินทิ้งระเบิดรุ่น H-6 ที่มีความสามารถบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์อีก 12 ลำ  ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านการที่จีนส่งเครื่องบินรบของตนเข้าไปบินในน่านฟ้าของไต้หวัน และระบุในวันจันทร์ว่า การเคลื่อนไหวทางการทหารนั้น “มีแต่จะสั่นคลอนเสถียรภาพและทำให้ความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดพลาดสูงยิ่งขึ้นไปอีก”
  • กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า คำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐดีดตัวขึ้น 1.2% ในเดือนส.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.0% หลังจากปรับตัวขึ้น 0.7% ในเดือนก.ค.  เมื่อเทียบรายปี ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานทะยานขึ้น 18.0% ในเดือนส.ค.  ส่วนยอดสั่งซื้อสินค้าทุนพื้นฐาน ที่ไม่รวมหมวดอาวุธและเครื่องบิน เพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนส.ค. โดยยอดสั่งซื้อดังกล่าวถือเป็นมาตรวัดความเชื่อมั่น และแผนการใช้จ่ายในภาคธุรกิจ
  • นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันศุกร์นี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ใช้ในการพิจารณาการปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย  นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า กระทรวงแรงงานสหรัฐจะรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 450,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. หลังจากเพิ่มขึ้นเพียง 235,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค.
  • WTI พุ่งกว่า 2% ใกล้แตะ $78 ขานรับผลประชุมโอเปกพลัสสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI พุ่งขึ้นกว่า 2% ใกล้แตะระดับ 78 ดอลลาร์ในวันนี้ ขานรับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส มีมติเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 400,000 บาร์เรล/วันตามคาดในการประชุมวันนี้  ณ เวลา 23.10 น.ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนพ.ย. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาด NYMEX พุ่งขึ้น 2.03 ดอลลาร์ หรือ 2.68% สู่ระดับ 77.91 ดอลลาร์/บาร์เรล  ทั้งนี้ โอเปกพลัสออกแถลงการณ์หลังการประชุมกำหนดนโยบายการผลิตน้ำมันในวันนี้ โดยระบุว่า ที่ประชุมมีมติยึดมั่นตามข้อตกลงเดิมในการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันเพียง 400,000 บาร์เรล/วันในแต่ละเดือน  แถลงการณ์ดังกล่าวบ่งชี้ว่าโอเปกพลัสจะยังคงเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 400,000 บาร์เรล/วันในเดือนพ.ย. แม้ว่าหลายประเทศ เช่น สหรัฐและอินเดีย ต่างกดดันให้โอเปกพลัสเพิ่มกำลังการผลิตมากกว่า 400,000 บาร์เรล/วันเพื่อชะลอการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันในขณะนี้

- Advertisement -

Comments
Loading...