GOLD.in.th
ราคาทองวันนี้ ข่าวสาร วิเคราะห์ ทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 4 เม.ย.65 by YLG

228

- Advertisement -

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ

ราคาปรับตัวขึ้นมาพอเข้าใกล้โซนแนวต้าน 1,940-1,949  ดอลลาร์ต่อออนซ์จับตาแรงขายทำกำไรหากไม่ผ่านอาจใช้วิธีการลดพอร์ตการลงทุนตามการเคลื่อนไหวของราคา โดยรอซื้อในโซน 1,907-1,890 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,907 1,890 1,870  แนวต้าน : 1,949 1,966 1,974

ปัจจัยพื้นฐาน

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง 12.60ดอลลาร์ต่อออนซ์โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันต่อเนื่อง หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยในวันศุกร์ว่า อัตราการว่างงานปรับตัวลงสู่ระดับ 3.6% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.7% และแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ก.พ.2020 ส่วนตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 431,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. แม้จะต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาด แต่ก็สะท้อนว่าตลาดแรงงานยังคงฟื้นตัวขึ้น และบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐไม่ต้องการนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่เกิดการระบาดของ COVID-19 อีกต่อไป นั่นทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะเดินหน้า “เร่ง” ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ”อย่างแข็งกร้าว” เพื่อสกัดเงินเฟ้อ เห็นได้จาก FedWatch Tool ของ CME Group ที่บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 73.3% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมวันที่ 3-4 พ.ค. ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 0.33% แตะที่ 98.6320 ขณะที่ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 2.4539% จากระดับ 2.40%จนเป็นปัจจัยกดดันทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ยเพิ่ม สถานการณ์ดังกล่าวฉุดราคาทองคำให้ปรับตัวลง กระทั่งแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,918.01ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างการซื้อขายของวันศุกร์ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำ +0.29ตัน สำหรับวันนี้ปริมาณการซื้อขายทองคำของตลาดในโซนเอเชียอาจยังคงเบาบางเพราะตลาดจีนปิดทำการในช่วงเทศกาลเชงเม้ง (Tomb Sweeping Day)ขณะที่คืนนี้ติดตามการเปิดเผยยอดสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค

หากการอ่อนตัวลงของราคาทองคำไม่มากและยังสามารถรักษาระดับเหนือแนวรับ ได้ราคาทองคำยังมีลุ้นดีดขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,940-1,949 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหากราคาทองคำไม่สามารถสร้างระดับสูงสุดใหม่ได้ อาจทำให้เกิดแรงขายทำกำไรสลับเข้ามา ทั้งนี้ ประเมินแนวรับที่ 1,907-1,890 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน

เน้นการลงทุนระยะสั้นโดยซื้อหากราคาอ่อนตัวลงมาในโซน 1,907-1,890 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมลดการลงทุนหากราคาหลุด 1,890 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้อาจทยอยแบ่งทองคำออกขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,940-1,949 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ผ่านได้สามารถถือต่อ

- Advertisement -

ข่าวสารประกอบการลงทุน

• (+) รัสเซียยิงมิสไซล์ถล่มคลังน้ำมันเมืองโอเดสซาของยูเครน ควันดำพวยพุ่ง นายเซอรีย์ บราชุก โฆษกเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของฝ่ายบริหารทหารระดับภูมิภาคโอเดสซาของยูเครน กล่าวว่า รัสเซียยิงขีปนาวุธถล่ม “โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ” ในเมืองท่าทางตอนใต้ของโอเดสซาเช้าวันนี้ “วัตถุโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญแห่งหนึ่งถูกโจมตีเมื่อเช้านี้ ขณะนี้ควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังทำงานอยู่ที่เกิดเหตุ เราจะประกาศรายละเอียดปลีกย่อยในภายหลัง” นายบราชุกกล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ

• (+) รัสเซียโวยยูเครนโจมตีคลังน้ำมันบั่นทอนการเจรจาสันติภาพ นายดมิทรี เพสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวหาว่า ยูเครนได้ทำการโจมตีคลังน้ำมันที่ตั้งอยู่ในดินแดนรัสเซีย และการกระทำดังกล่าวจะบั่นทอนบรรยากาศของการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน “แน่นอน สิ่งนี้จะไม่เอื้อต่อการเจรจาสันติภาพ” นายเพสคอฟกล่าว เจ้าหน้าที่รัสเซียรายหนึ่งกล่าวว่า เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพยูเครน 2 ลำได้โจมตีคลังน้ำมันในเมืองเบลโกรอด ซึ่งถือเป็นการกล่าวหาครั้งแรกของรัสเซียเกี่ยวกับการที่ยูเครนได้ทำการโจมตีทางอากาศเหนือดินแดนของรัสเซีย

• (+) “XE” โควิดพันธุ์ใหม่โผล่อีก อนามัยโลกเตือนแพร่เร็วกว่า BA.2 ราว 10% องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า XE ซึ่งเป็นสายพันธุ์ย่อยตัวใหม่ล่าสุดของโอมิครอนนั้นดูเหมือนว่า จะสามารถแพร่เชื้อได้มากกว่า BA.2 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอนเช่นกัน อยู่ราว 10%

• (+) สหรัฐเผยการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดในเดือนก.พ. กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายเดือน ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะพุ่งขึ้น 1.0% หลังจากเพิ่มขึ้น 1.6% ในเดือนม.ค.

• (+) ISM เผยดัชนีภาคการผลิตสหรัฐปรับตัวลงในเดือนมี.ค. สวนทางคาดการณ์ สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 57.1 ในเดือนมี.ค. สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดการณ์ว่าดัชนีดีดตัวสู่ระดับ 59.0 จากระดับ 58.6 ในเดือนก.พ. • (-) ดัชนี PMI ภาคการผลิตสหรัฐทำนิวไฮ 7 เดือนในมี.ค. เอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 58.8 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2564 และสูงกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ระดับ 58.5

• (-) น้ำมัน WTI ปิดลบ 1.01 ดอลล์ หลังสหรัฐ-สมาชิก IEA จ่อระบายน้ำมันสำรอง สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงในวันศุกร์ (1 เม.ย.) และปรับตัวลงรายสัปดาห์รุนแรงที่สุดในรอบ 2 ปี หลังรัฐบาลสหรัฐประกาศระบายน้ำมันดิบจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ที่สุด ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันดิบสหรัฐลดลงต่ำกว่าระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 1.01 ดอลลาร์ หรือ 1% ปิดที่ 99.27 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค. สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 32 เซนต์ หรือ 0.3% ปิดที่ 104.39 ดอลลาร์/บาร์เรล

• (-) ดอลลาร์แข็งค่า รับดอกเบี้ยขาขึ้นหลังข้อมูลศก.แกร่ง ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (1 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานเพิ่มขึ้นในเดือนมี.ค.ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานและเศรษฐกิจสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.33% แตะที่ 98.6320 ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเยนที่ระดับ 122.61 เยน จากระดับ 121.59 เยน, แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9254 ฟรังก์ จากระดับ 0.9226 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดาที่ระดับ 1.2510 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2479 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.1042 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1073 ดอลลาร์ และเงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3105 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3136 ดอลลาร์

• (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 139.92 จุด ขานรับข้อมูลจ้างงานชี้เศรษฐกิจแกร่ง ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (1 เม.ย.) หลังการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานเดือนมี.ค.บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง แต่ก็ได้ตอกย้ำการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะดำเนินการในเชิงรุกมากขึ้นในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,818.27 จุด เพิ่มขึ้น 139.92 จุด หรือ +0.40%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,545.86 จุด เพิ่มขึ้น 15.45 จุด หรือ +0.34% และดัชนี NASDAQ ปิดที่ 14,261.50 จุด เพิ่มขึ้น 40.98 จุด หรือ +0.29%

• (+/-) สหรัฐเผยจ้างงานนอกภาคเกษตรต่ำกว่าคาดในเดือนมี.ค. กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 431,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 490,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานปรับตัวลงสู่ระดับ 3.6% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.7% ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 0.4% สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์

- Advertisement -

Comments
Loading...