GOLD.in.th
ราคาทองวันนี้ ข่าวสาร วิเคราะห์ ทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 4 พ.ย.64 by HGF

30

- Advertisement -

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ทองคำลดลง เฟดประกาศปรับลดวงเงินมาตรการ QE

คืนนี้สหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานฯ

ราคาทองคำคาดจะเริ่มเคลื่อนไหวในกรอบแคบและอาจฟื้นตัว

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปรับลดลง หลังผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0-0.25% และประกาศปรับลดวงเงินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน จากปัจจุบัน 1.2 แสนล้านดอลลาร์ต่อเดือนโดยจะเริ่มทยอยปรับลดวงเงินตั้งแต่เดือนพ.ย.และคาดจะยุติมาตรการ QE ในช่วงกลางปีหน้า นอกจากนี้การจ้างงานภาคเอกชนADP ของสหรัฐเดือนต.ค.เพิ่มขึ้น 571,000ตำแหน่ง ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. จาก 523,000ตำแหน่งในเดือนก.ย. และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 400,000ตำแหน่งทางด้านกองทุน SPDRGold Trust ขายทองคำ1.45 ตันเมื่อวาน
  • คืนนี้สหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ตลาดคาดจะลดลงเล็กน้อยสู่ระดับ 273,000 รายจากที่สัปดาห์ก่อนหน้านี้อยู่ที่ระดับ 281,000 รายส่วนคืนพรุ่งนี้ติดตามการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเดือนต.ค.
  • หลังจากที่เฟดประกาศปรับลดวงเงินมาตรการ QE ตามที่ตลาดคาดแนวโน้มราคาทองคำ Spot คาดจะเริ่มเคลื่อนไหวในกรอบ แคบและอาจฟื้นตัว ระยะสั้นทองคำมีแนวรับอยู่ที่ 1,770 ดอลลาร์และ 1,760 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,790ดอลลาร์และ1,800ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,774.60-11.501,770/1,7601,790/1,800

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,150-10027,900/27,75028,150/28,300

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,110-12028,060/27,90028,350/28,480

การเข้าซื้อเก็งกำไรการฟื้นตัวแนะนำเมื่อราคาทอง Spot ปรับลงมาที่ 1,770 ดอลลาร์ (GF 28,060บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,760 ดอลลาร์ (GF27,900 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,776.00-8.001,772/1,7621,792/1,802

การเข้าซื้อเก็งกำไรการฟื้นตัวแนะนำเมื่อราคา GOZ21 ปรับลงมาที่ 1,772ดอลลาร์โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,762ดอลลาร์

ค่าเงิน

- Advertisement -

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดจะแข็งค่าขึ้น โดยคาดจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.20-33.40บาท/ดอลลาร์ทั้งนี้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆเมื่อวาน หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศว่าจะเริ่มปรับลดวงเงินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ตั้งแต่เดือนพ.ย.ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้  นอกจากนี้เงินบาทมีปัจจัยหนุนจากการเปิดประเทศตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. โดยUSD Futures เดือนธ.ค.2564 คาดจะมีแนวรับที่ 33.20 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน33.40บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ: ดอลลาร์อ่อนค่าหลังเฟดประกาศลดวงเงินQE ตามคาด

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (3 พ.ย.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศว่าจะเริ่มปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ตั้งแต่เดือนพ.ย. ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินลดลง 0.23% แตะที่ 93.8725 เมื่อคืนนี้

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดร่วง 25.5 ดอลล์จากแรงขายสินทรัพย์ปลอดภัย

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนที่ผ่านมา (3 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยหลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งซึ่งรวมถึงตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนที่พุ่งขึ้นเกินคาดในเดือนต.ค. ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยตลาดทองคำนิวยอร์กปิดทำการซื้อขายก่อนที่คณะกรรมการเฟดจะแถลงมติการประชุมทั้งนี้สัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 25.5 ดอลลาร์หรือ 1.43% ปิดที่ 1,763.9 ดอลลาร์/ออนซ์สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 27.6 เซนต์หรือ 1.17% ปิดที่ 23.231 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ :น้ำมันWTI ปิดร่วง $3.05 กังวลสต็อกน้ำมันดิบพุ่งเกินคาด

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงอย่างหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา (3 พ.ย.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้นมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้วนอกจากนี้ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากการที่นักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากราคาพุ่งขึ้นก่อนหน้านี้สัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 3.05 ดอลลาร์หรือ 3.6% ปิดที่ 80.86 ดอลลาร์/บาร์เรลซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. 2564   สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 2.73 ดอลลาร์หรือ 3.2% ปิดที่ 81.99 ดอลลาร์/บาร์เรลซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. 2564

ตลาดหุ้นต่างประเทศ :ดาวโจนส์ปิดบวก 104.95 จุดหลังเฟดประกาศหั่นQE ตามคาด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (3 พ.ย.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศว่าจะเริ่มปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ตั้งแต่เดือนพ.ย. ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 36,157.58 จุดเพิ่มขึ้น 104.95 จุดหรือ +0.29% ดัชนีS&P500 ปิดที่ 4,660.57 จุดเพิ่มขึ้น 29.92 จุดหรือ +0.65% ดัชนีNasdaqปิดที่ 15,811.58 จุดเพิ่มขึ้น 161.98 จุดหรือ +1.04%

“ไบเดน” เตรียมสรุปเลือก-ไม่เลือก “พาวเวล” นั่งปธ.เฟดสมัยสองเร็วๆนี้

ประธานาธิบดีโจไบเดนของสหรัฐเปิดเผยว่าคณะทำงานของเขาใกล้จะประกาศการตัดสินใจว่าจะแต่งตั้งนายเจอโรมพาวเวลให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต่ออีกสมัยหรือไม่ขณะที่นายพาวเวลจะหมดวาระในเดือนก.พ.ปีหน้า   “เรากำลังดำเนินการในเรื่องนี้และจะประกาศผลการตัดสินใจให้ทราบในอีกไม่ช้า” ปธน.ไบเดนตอบคำถามเกี่ยวกับการเลือกประธานเฟดคนใหม่รวมถึงตำแหน่งอื่นๆอีก2ตำแหน่งในเฟดระหว่างหารให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวในการประชุมสุดยอดว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP26) ณเมืองกลาสโกว์ประเทศสกอตแลนด์ปธน.ไบเดนยังกล่าวด้วยว่าเขาได้ใช้ความคิดอย่างหนักเพื่อพิจารณาประเด็นนี้และคณะทำงานก็ยังมีเวลาอีกมากในการเสนอชื่อคนอื่นๆที่จะมาดำรงตำแหน่งและระบุอีกว่า “ผมได้หารือกับที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจเพื่อหาผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมากที่สุดและได้ตัวเลือกที่ดีมาหลายคน”   แม้จะยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าปธน.ไบเดนจะตัดสินใจเลือกใครมาเป็นประธานเฟดคนต่อไปแต่ตลาดได้จับตามองไปที่นางลาเอลเบรนาร์ดหนึ่งในคณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐและนายราฟาเอลบอสติกประธานธนาคารกลางสหรัฐสาขาแอตแลนตาในฐานะตัวเก็งด้วยขณะที่เมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมานักวิเคราะห์บางส่วนที่ติดตามความเคลื่อนไหวในตลาดหุ้นนิวยอร์กแสดงความมั่นใจว่าปธน.ไบเดนจะแต่งตั้งนายพาวเวลให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟดเป็นสมัยที่2

“เยลเลน” มั่นใจเศรษฐกิจสหรัฐไม่ร้อนแรงเกินไปย้ำเงินเฟ้อเป็นเรื่องชั่วคราว

นางเจเน็ตเยลเลนรัฐมนตรีคลังสหรัฐเปิดเผยว่าตนไม่คิดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะร้อนแรงเกินไปและแม้อัตราเงินเฟ้อจะสูงกว่าปีก่อนๆแต่นั่นก็เป็นเพราะปัญหาการหยุดชะงักจากโรคโควิด-19ข้อมูลเมื่อสัปดาห์ที่แล้วชี้ให้เห็นว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งในเดือนก.ย. ประกอบกับยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ลดลงและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ฟื้นตัวขึ้นล้วนเป็นสัญญาณที่ดีต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายของปีกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่าดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ทั่วไปซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงานเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายเดือนและเมื่อเทียบรายปีดัชนีPCE ทั่วไปพุ่งขึ้น 4.4% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2534   ดัชนีPCE ถือเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภคและครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) จากกระทรวงแรงงานสหรัฐขณะที่มีแรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อเพิ่มมากขึ้นนางเยลเลนย้ำว่านั่นเป็นเพียงเรื่องชั่วคราว”ฉันไม่คิดว่าเศรษฐกิจสหรัฐในปัจจุบันจะร้อนแรงเกินไปเรายังคงมีตำแหน่งงานต่ำกว่าระดับก่อนเกิดโควิดถึง 5 ล้านตำแหน่งอัตราส่วนการเข้าร่วมแรงงานก็ลดลงทั้งยังมีเหตุผลต่างๆที่เกี่ยวเนื่องกับโควิด” นางเยลเลนกล่าวในงานแถลงข่าวในกรุงดับลินนางเยลเลนคาดว่าข้อจำกัดด้านการจัดหาแรงงานและปัญหาคอขวดในด้านซัพพลายจะคลี่คลายเนื่องจากควบคุมการระบาดของโควิด-19 ได้แล้วพร้อมให้ข้อสังเกตว่าดีมานด์สินค้าคงทนในสหรัฐพุ่งสูงขึ้นในช่วงที่จัดหาสินค้าเหล่านั้นได้ยาก

CDC สหรัฐไฟเขียวเริ่มฉีดวัคซีนโควิดของไฟเซอร์ให้เด็กอายุ5-11ปีได้แล้ว

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐได้อนุมัติฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19ของบริษัทไฟเซอร์และไบออนเทคให้กับเด็กอายุ5-11ปีแล้วซึ่งจะช่วยให้บรรดาผู้ปกครองของเด็กทั่วสหรัฐคลายความวิตกกังวลในช่วงที่โรคโควิด-19ยังคงแพร่ระบาดดร.โรเชลล์วาเลนสกีผู้อำนวยการCDC ได้ให้การอนุมัติวัคซีนดังกล่าวและคาดว่าการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19ในเด็กกลุ่มนี้จะเริ่มได้ในทันที

- Advertisement -

Comments
Loading...