มิถุนายน 22, 2021

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 27 พ.ค.64(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,884-1,872 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง สามารถรอขายทำกำไรบางส่วนหากไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,906-1,913 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าฝ่าไปได้ให้รอขายบริเวณแนวต้านถัดไป

แนวรับ : 1,884 1,872 1,859  แนวต้าน : 1,913 1,927 1,934

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง  2.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้ว่าราคาทองคำจะทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งในระหว่างวัน  โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  รวมถึงการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์และการร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ  ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะไม่เร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย  ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นไปทดสอบระดับสูงในรอบกว่า 4 เดือนที่ 1,912.56 ดอลลาร์ต่อออนซ์  อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำไม่สามารถรักษาช่วงบวกไว้ได้  โดยเผชิญกับแรงขายทำกำไรและแรงขายทางเทคนิคหลังจากเกิดสัญญาณที่บ่งชี้ว่าแรงซื้อเริ่มชะลอตัวลง  ขณะเดียวกัน  อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ฟื้นตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ที่ 1.550% จากแรงขายพันธบัตรในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยหลังความต้องการเสี่ยงเริ่มฟื้นตัวขึ้นสะท้อนจากตลาดหุ้นที่ดีดตัวขึ้น  รวมถึงแรงขายทำกำไรหลังจากราคาพันธบัตรพุ่งขึ้นในช่วงที่ผ่านมา  จนเป็นปัจจัยกดดันทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ย  นอกจากนี้  ดัชนีดอลลาร์พุ่งขึ้นเหนือระดับ 90 อีกครั้งและปิดตลาดด้วยการแข็งค่าขึ้น +0.42% โดยได้รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ฟื้นตัว  และการอ่อนค่าของสกุลเงินยูโร  หลังจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป(ECB)ส่งสัญญาณในเชิงสนับสนุนการผ่อนคลายนโยบายการเงิน(Dovish)ต่อไป  สถานการณ์ดังกล่าวกดดันให้ราคาทองคำร่วงลงมาปิดตลาดต่ำกว่า 1,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองลดลง -2.04 ตัน  สำหรับวันนี้จับตาการเปิดเผยประมาณการครั้งที่ 2 จีดีพีไตรมาส 1/2021, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน, ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน  และยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย

จจัยทางเทคนิค :

แม้ราคาทองคำแกว่งตัวเพิ่มขึ้น แต่หากราคายังเคลื่อนไหวเหนือแนวรับบริเวณ 1,884-1,872 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แสดงถึงแรงเข้าซื้อในระยะสั้น ราคายังมีโอกาสทดสอบแนวต้านในโซน  1,906-1,913 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนได้ ทำให้ประเมินว่าในระยะสั้น ยังคงมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบ แนวต้านถัดไป 1,927 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เปิดสถานะซื้อหากราคาอ่อนตัวลงมาในโซน 1,884-1,872 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมลดการลงทุนหากราคาหลุด 1,872 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้  อาจพิจารณาแบ่งทองคำออกขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,906-1,913 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ปธน.ไต้หวันแฉ จีนขวางซื้อวัคซีนจากบิออนเทค  ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวัน เปิดเผยว่า จีนขัดขวางไม่ให้ไต้หวันซื้อวัคซีนโควิด-19 ที่พัฒนาโดยบิออนเทค (BioNTech SE) ซึ่งเป็นบริษัทยาสัญชาติเยอรมัน    ไช่เปิดเผยในระหว่างการแถลงข่าวที่กรุงไทเปว่า รัฐบาลไต้หวันเกือบได้เซ็นสัญญาซื้อวัคซีนกับบริษัทบิออนเทค แต่รัฐบาลจีนแทรกแซงการเจรจาระหว่างสองฝ่าย จนส่งผลให้ไต้หวันไม่สามารถเซ็นสัญญาได้ในท้ายที่สุด ซึ่งการเปิดเผยเรื่องดังกล่าวมีขึ้นในช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไต้หวันกำลังตึงเครียดมากขึ้น  สื่อท้องถิ่นรายงานว่า บริษัทเซี่ยงไฮ้ ฝอซัน ฟาร์มาซูติคัล กรุ๊ป ของจีน เซ็นสัญญากับบิออนเทค เพื่อให้ได้สิทธิในการขายวัคซีนไม่เพียงเฉพาะในจีน ฮ่องกง และมาเก๊าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงไต้หวันด้วย เป็นเหตุให้รัฐบาลจีนเข้าแทรกแซงการเจรจาของไต้หวันกับบริษัทยาเยอรมัน  ทั้งนี้ ไต้หวันกำลังต้องการวัคซีนอย่างเร่งด่วน เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 กลับมาพุ่งสูงขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 10.59 จุด หลังตลาดคลายกังวลเงินเฟ้อ  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (26 พ.ค.) หลังจากการแสดงความเห็นของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ช่วยให้ตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการเปิดเศรษฐกิจ เช่นหุ้นกลุ่มสายการบินและกลุ่มธุรกิจเรือสำราญ ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัวขึ้นหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐชะลอตัวลง ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,323.05 จุด เพิ่มขึ้น 10.59 จุด หรือ +0.03% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,195.99 จุด เพิ่มขึ้น 7.86 จุด หรือ +0.19% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,738.00 จุด เพิ่มขึ้น 80.82 จุด หรือ +0.59%
  • (-) ดอลล์แข็งค่า นักลงทุนมองบอนด์ยีลด์มีเสถียรภาพ  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (26 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนมองว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปียังคงมีเสถียรภาพ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 1/2564 ของสหรัฐในวันนี้  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.44% แตะที่ 90.0426 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.12 เยน จากระดับ 108.71 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8976 ฟรังก์ จากระดับ 0.8951 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2112 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2060 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2193 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2253 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.4124 ดอลลาร์ จากระดับ 1.4148 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.7745 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7754 ดอลลาร์
  • (+/-) ฝรั่งเศสเตรียมคุมเข้มผู้เดินทางจากอังกฤษ หวังสกัดโควิดสายพันธุ์อินเดีย  รัฐบาลฝรั่งเศสเตรียมเปิดเผยมาตรการคุมเข้มพิเศษสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางมาจากสหราชอาณาจักร เพื่อสกัดกั้นไวรัสโคโรนาสายพันธุ์อินเดียที่เริ่มมีการตรวจพบในอังกฤษแล้ว  กาเบรียล อัตตาล โฆษกรัฐบาลฝรั่งเศส เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ว่า ฝรั่งเศสจะบังคับใช้มาตรการกักตัวกับผู้โดยสารทุกคนที่เดินทางมาจากสหราชอาณาจักรผ่านทุกช่องทาง  “มีสถานการณ์ใหม่ในสหราชอาณาจักรสืบเนื่องมาจากไวรัสที่เรียกว่าสายพันธุ์อินเดีย” โฆษกกล่าว  การตัดสินใจดังกล่าวของรัฐบาลฝรั่งเศสมีขึ้นหลังจากที่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เยอรมนีได้สั่งห้ามนักเดินทางทุกคนที่เดินทางมาจากสหราชอาณาจักรเข้าประเทศ โดยมีผลตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 23 พ.ค. หลังจากที่สถาบันสาธารณสุขแห่งชาติของเยอรมนีประกาศให้สหราชอาณาจักรเป็นพื้นที่ไวรัสสายพันธุ์ที่น่ากังวล
  • (+/-) EU ฟ้องเรียกค่าปรับมหาศาลจากแอสตร้าเซนเนก้า กรณีส่งมอบวัคซีนล่าช้า  ศาลเบลเยียมเริ่มพิจารณาคดีที่คณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารของสหภาพยุโรป (EU) ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้แอสตร้าเซนเนก้าจัดส่งวัคซีนให้แก่สหภาพยุโรป โดยทนายความฝ่าย EU ฟ้องว่า บริษัทยาสัญชาติอังกฤษ-สวีเดนไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ทำร่วมกันว่าจะส่งมอบวัคซีนให้ EU ตามที่กำหนด และขอให้ศาลสั่งปรับบริษัทยาเป็นมูลค่าหลายล้านยูโร

%d bloggers like this: