พฤศจิกายน 29, 2021

GOLD.in.th

ราคาทองวันนี้ ข่าวสารเพื่อการลงทุน "ทองคำ"

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 27 ต.ค.64 by YLG

photo by Michael Steinberg | pexels.com

photo by Michael Steinberg | pexels.com

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

แนะนำเน้นการเก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว หากราคาทองคำยังคงยืนเหนือโซนแนวรับ 1,783-1,781 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ ทำให้ราคายังคงมีโอกาสขยับขึ้นเพื่อทดสอบแนวต้านโซน 1,809-1,819 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,781 1,766 1,750  แนวต้าน : 1,809 1,819 1,833

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 14.80ดอลลาร์ต่อออนซ์โดยราคาทองคำเผชิญกับแรงขายทำกำไร  หลังจากไม่สามารถทะลุผ่านระดับสูงสุดเดิมที่ขึ้นไปทดสอบในวันศุกร์บริเวณ 1,813  ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้  ก่อนที่ราคาทองคำจะปรับตัวลงแรงหลังการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมา “ดีเกินคาด” ทุกรายการ  อาทิ  ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐจาก Conference Boardที่ดีดตัวขึ้นเกินคาดสู่ระดับ 113.8 ในเดือนต.ค. สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 108.3 ส่วนยอดขายบ้านใหม่พุ่งขึ้น14% สู่ระดับ800,000ยูนิตในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 760,000 ยูนิต  ขณะที่ดัชนีภาคการผลิตในภูมิภาคแอตแลนติคตอนกลางจากเฟดริชมอนด์เพิ่มขึ้นสู่ระดับ12ในเดือนต.ค.ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4ปัจจัยดังกล่าวหนุนดัชนีดอลลาร์ให้แข็งค่าขึ้นจนเป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นแรงขายในตลาดทองคำ  ทั้งนี้  แรงขายที่เกิดขึ้นส่งผลให้ราคาทองคำหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 100 และ 200 วันบริเวณ1,789-1,792 ดอลลาร์ต่อออนซ์จนกระตุ้นแรงขายตามทางเทคนิคเพิ่มเติม  สถานการณ์ดังกล่าวกดดันให้ราคาทองคำร่วงลงต่อจนทดสอบระดับต่ำสุดบริเวณ 1,782.34  ดอลลาร์ต่อออนซ์  ก่อนที่จะเริ่มมีแรงซื้อ Buy the Dip เข้ามาพยุงราคาทองคำเอาไว้ในช่วงปลายตลาด  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองเพิ่ม +1.74 ตัน  สู่ระดับ 979.81 ตัน  ซึ่งเป็นการถือครองทองคำเพิ่มเป็นครั้งแรกในรอบ 1 เดือน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

เมื่อราคาทองย่อตัวลงมา หากยังคงทรงตัวได้เหนือระดับ 1,783-1,781 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (แนวรับสำคัญ) คาดว่าจะเห็นการดีดกลับไปทดสอบแนวต้าน 1,809ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ระดับสูงสุดของสัปดาห์นี้)  และหากยืนบริเวณแนวต้านดังกล่าวได้ อาจขยับขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไป 1,814-1,819 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เปิดสถานะซื้อ หากราคาไม่หลุดแนวรับ1,783-1,781ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ (ตัดขาดทุนหากราคาหลุด) และอาจแบ่งขายทำกำไรบางส่วนหากราคาไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ1,809 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากผ่านได้ชะลอการปิดสถานะซื้อไปที่แนวต้านถัดไปบริเวณ 1,814-1,819ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) “เอสแอนด์พี” เผยราคาบ้านสหรัฐเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวในเดือนส.ค.ผลสำรวจของเอสแอนด์พี คอร์โลจิก เคส ชิลเลอร์ ระบุว่า ดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศในสหรัฐเพิ่มขึ้น 19.8% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเท่ากับระดับการเพิ่มขึ้นของเดือนก.ค. และเป็นครั้งแรกที่ราคาบ้านไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบรายปีนับตั้งแต่ปี 2563  ผลสำรวจของเอสแอนด์พี คอร์โลจิก เคส ชิลเลอร์ ระบุว่า ดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศในสหรัฐเพิ่มขึ้น 19.8% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเท่ากับระดับการเพิ่มขึ้นของเดือนก.ค. และเป็นครั้งแรกที่ราคาบ้านไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบรายปีนับตั้งแต่ปี 2563
  • (-) ดอลล์แข็งค่า นักลงทุนจับตาการประชุมแบงก์ชาติทั่วโลกดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (26 ต.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลายแห่งในสัปดาห์นี้ รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ เช่น ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.14% แตะที่ 93.9425 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 114.14 เยน จากระดับ 113.70 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9196 ฟรังก์ จากระดับ 0.9195 ฟรังก์ แต่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2384 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2385 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1597 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1612 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3766 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3769 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7506 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7493 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 15.73 จุด รับผลประกอบการ-ข้อมูลศก.สดใสดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (26 ต.ค.) โดยทั้งดาวโจนส์และ S&P500 ยังคงปิดทำนิวไฮ ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งรวมถึงบริษัทเจเนอรัล อิเลคทริค นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐที่ดีดตัวขึ้นอย่างเหนือความคาดหมายในเดือนต.ค.  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,756.88 จุด เพิ่มขึ้น 15.73 จุด หรือ +0.04%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,574.79 จุด เพิ่มขึ้น 8.31 จุด หรือ +0.18% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,235.71 จุด เพิ่มขึ้น 9.01 จุด หรือ +0.06%
  • (-) Conference Board เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐดีดตัวสวนทางคาดการณ์  ผลสำรวจของConference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 113.8 ในเดือนต.ค. จากระดับ 109.8 ในเดือนก.ย. สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าลดลงสู่ระดับ 108.3
  • (-) สหรัฐเผยยอดขายบ้านใหม่พุ่งสูงสุดรอบ 6 เดือนในก.ย.กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่พุ่งขึ้น 14% สู่ระดับ 800,000 ยูนิตในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 760,000 ยูนิต  ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ยังได้ปรับลดยอดขายบ้านใหม่ในเดือนส.ค.สู่ระดับ 702,000 ยูนิต จากเดิมรายงานที่ระดับ 740,000 ยูนิต
  • (-) ผู้นำเกาหลีใต้ประกาศย้ำที่จะผลักดันให้เกาหลีเหนือคืนสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้งผู้นำเกาหลีใต้ประกาศความมุ่งมั่นที่จะพยายามชักจูงให้เกาหลีเหนือกลับคืนสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้งก่อนที่วาระการดำรงตำแหน่งของตนจะหมดลงในเดือนพฤษภาคมของปีหน้า  ในระหว่างการแถลงนโยบายครั้งสุดท้ายต่อรัฐสภาเกาหลีใต้ในวันจันทร์ ประธานาธิบดี มูน แจ-อิน กล่าวว่า ตน “จะเดินหน้าความพยายามสร้างสันติภาพและความรุ่งเรืองในคาบสมุทรเกาหลี ผ่านช่องทางการเจรจาและการทูต ให้จนถึงที่สุด” แม้ว่า ในช่วงที่ผ่านมา เกาหลีเหนือจะมีท่าทีเฉยเมยต่อความพยายามของผู้นำเกาหลีใต้ในการสร้างความสมานฉันท์ หลังการเจรจาทางการทูตระหว่างกรุงเปียงยางและกรุงวอชิงตันหยุดชะงักไปเมื่อต้นปี ค.ศ. 2019 อันมีสาเหตุหลักมาจากประเด็นการดำเนินมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจจากประเทศฝั่งตะวันตก

%d bloggers like this: