กันยายน 26, 2021

GOLD.in.th

ราคาทองวันนี้ ข่าวสารเพื่อการลงทุน "ทองคำ"

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 27 ก.ค.64(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นการซื้อขายทำกำไรระยะสั้นโดยเข้าซื้อหากราคายืนเหนือบริเวณ 1,790 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ และทยอยปิดสถานะทำกำไรหากไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,813-1,818 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,790 1,778 1,766  แนวต้าน : 1,818 1,833 1,845

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 4.30ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ในช่วงเช้าของตลาดเอเชีย  ราคาทองคำจะได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์  ประกอบกับเกิดแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีร่วงลงแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1.25%  จากแรงซื้อพันธบัตรในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากหุ้นจีนดิ่งลงอย่างหนัก เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้นในเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก  สถานการณ์ดังกล่าวหนุนให้ราคาทองคำทะยานขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ  1,811.44 ดอลลาร์ต่อออนซ์  อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำไม่สามารถรักษาช่วงบวกไว้ได้  โดยเผชิญกับแรงขายทำกำไรจากการปรับสถานะการลงทุนก่อนการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเสร็จสิ้นลงในช่วงกลางดึกของคืนวันพุธที่ 28 ก.ค.นี้  นอกจากนี้  ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ10ปีที่ฟื้นตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดในระหว่างวันสู่ระดับ1.296% ซึ่งกลายมาเป็นปัจจัยกดดันทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตบแทนรูปแบบของดอกเบี้ย  นั่นทำให้ราคาทองคำร่วงลงจากระดับสูงสุดกว่า 15  ดอลลาร์ต่อออนซ์จนแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,796.10  ดอลลาร์ต่อออนซ์ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำลดลง  -1.74 ตัน  สะท้อนกระแสเงินทุนที่ไหลออกจากกองทุน ETF ทองคำอีกครั้งในเดือนก.ค.ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สกัดการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน, ดัชนีราคาบ้านเดือนก.พ.โดย S&P/CS, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ค.โดย CB และดัชนีภาคการผลิตเดือนก.ค. จาก เฟดริชมอนด์

จจัยทางเทคนิค :

ราคาเคลื่อนไหวในกรอบ แม้ว่ามุมมองเชิงลบจะลดลง แต่หากราคาทองคำไม่สามารถ break out ผ่านแนวต้านบริเวณ 1,813-1,818 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไปได้ อาจมีแรงขายทำกำไรระยะสั้นให้กลับลงมาตั้งฐานราคาด้านล่างอีกครั้ง เบื้องต้นประเมินว่าหากยืนแนวรับโซน 1,790ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ จึงจะมีแรงดีดกลับไปทดสอบแนวต้านด้านบนอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นการลงทุนระยะสั้นโดยซื้อหากราคาอ่อนตัวลงมาในโซน 1,790 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมลดการลงทุนหากราคาหลุด 1,790ดอลลาร์ต่อออนซ์ และสำหรับนักลงทุนที่ถือสถานะซื้ออยู่ แนะนำทยอยแบ่งปิดสถานะทำกำไรตั้งแต่ราคา 1,813-1,818 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไป หากผ่านได้สามารถถือสถานะซื้อต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) 45% ของคนอเมริกันที่ยังไม่ฉีดวัคซีนโควิด ยืนกรานไม่เอาวัคซีน  ผลสำรวจล่าสุดที่จัดทำโดยสำนักข่าว Associated Press และ NORC Center for Public Affairs Research ชี้ให้เห็นว่า 45% ของคนอเมริกันที่ยังไม่ฉีดวัคซีนโควิด-19 ยืนยันว่าพวกตนไม่มีแผนจะฉีดวัคซีน ขณะที่ 35% บอกว่า “อาจจะ” ไม่ฉีดวัคซีน  ขณะที่มีเพียง 3% ของคนที่ยังไม่ฉีดวัคซีนที่บอกว่าจะไปฉีดแน่นอน และ 16% บอกว่า “อาจจะ” ไปฉีด  ผลสำรวจความคิดเห็นครั้งนี้ยังพบด้วยว่า 64% ของกลุ่มตัวอย่างที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน บอกว่า มีความมั่นใจเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลยว่าวัคซีนที่มีอยู่จะสามารถป้องกันเชื้อไวรัสที่กลายพันธุ์ได้ รวมทั้งสายพันธุ์เดลตาที่กำลังระบาดอยู่ในหลายประเทศ รวมทั้งในสหรัฐฯ  ขณะที่ 86% ของกลุ่มตัวอย่างที่ฉีดวัคซีนแล้ว บอกว่า มั่นใจว่าวัคซีนสามารถป้องกันเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ได้
  • (+) สหรัฐเผยยอดขายบ้านใหม่เดือนมิ.ย.ร่วงลงสวนทางคาดการณ์  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่ร่วงลง 6.6% สู่ระดับ 676,000 ยูนิตในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2563 และสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 3% สู่ระดับ 800,000 ยูนิต  ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ยังได้ปรับลดยอดขายบ้านใหม่เดือนพ.ค.สู่ระดับ 724,000 ยูนิต จากเดิมรายงานที่ระดับ 769,000 ยูนิต
  • (+) อัตราการติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐฯ พุ่งสูงจนรัฐบาลต้องคงมาตรการจำกัดการเดินทางต่อไป  รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศคงมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศไว้ต่อไป หลังอัตราการติดเชื้อโควิด-19 กลับมาพุ่งสูงในหลายพื้นที่ของประเทศ เนื่องจากการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตา ตามข้อมูลจากทำเนียบขาว
  • (+) ยูโรแข็งค่าขานรับ PMI ยูโรโซนแข็งแกร่ง ตลาดจับตาประชุมเฟด  สกุลเงินยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (26 ก.ค.) ขานรับรายงานที่ว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคผลิตและภาคบริการขยายตัวรวดเร็วสุดในรอบกว่า 20 ปี ขณะที่ดอลลาร์อ่อนค่าลงก่อนที่ตลาดจะรู้ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพุธที่ 28 ก.ค.นี้ตามเวลาสหรัฐ  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.28% แตะที่ 92.6487 เมื่อคืนนี้  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1800 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1770 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3813 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3752 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.7378 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7364 ดอลลาร์  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 110.37 เยน จากระดับ 110.55 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9160 ฟรังก์ จากระดับ 0.9202 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2548 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2575 ดอลลาร์แคนาดา
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 82.76 จุด รับความหวังผลประกอบการสดใส-จับตาประชุมเฟด  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (26 ก.ค.) โดยดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีปิดทำนิวไฮติดต่อกันเป็นวันที่ 2 เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งรวมถึงบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่มีกำหนดเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพุธที่ 28 ก.ค.นี้ตามเวลาสหรัฐ  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,144.31 จุด เพิ่มขึ้น 82.76 จุด หรือ + 0.24% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,422.30 จุด เพิ่มขึ้น 10.51 จุด หรือ +0.24% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,840.71 จุด เพิ่มขึ้น 3.72 จุด หรือ +0.03%
  • (-) ฝรั่งเศสเผยผู้ใหญ่เกือบ 60% ได้รับวัคซีนโควิดโดสแรกแล้ว  ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส เปิดเผยในวันนี้ว่า ประชากรวัยผู้ใหญ่เกือบ 60% ในฝรั่งเศสได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 อย่างน้อยหนึ่งโดส ซึ่งเป็นไปตามเป้าที่รัฐบาลกำหนดไว้ว่าต้องทำให้สำเร็จภายในสิ้นเดือนส.ค.  จนถึงขณะนี้ ฝรั่งเศสฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดสแรกให้กับประชาชนไปแล้ว 40 ล้านคน โดย 4 ล้านคนในจำนวนนี้ได้รับวัคซีนในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา  กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า ประชาชนชาวฝรั่งเศสราว 33.26 ล้านคนได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว คิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของประชากร 67 ล้านคนทั่วประเทศ สำนักข่าวซินหัวรายงาน
  • (-) เฟดดัลลัสเผยดัชนีภาคการผลิตเพิ่มขึ้นในเดือนก.ค.  ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัส เปิดเผยผลสำรวจที่ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตรัฐเท็กซัสปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 31.0 ในเดือนก.ค. จากระดับ 29.4 ในเดือนมิ.ย.

%d bloggers like this: