พฤศจิกายน 29, 2021

GOLD.in.th

ราคาทองวันนี้ ข่าวสารเพื่อการลงทุน "ทองคำ"

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 25 ต.ค.64 by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เสี่ยงเปิดสถานะซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาใกล้ 1,785-1,776 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากหลุด 1,776 ดอลลาร์ต่อออนซ์) แต่หากรับความเสี่ยงได้ไม่มาก อาจเลือกซื้อขายทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัวของราคา

แนวรับ : 1,785 1,776 1,760  แนวต้าน : 1,808 1,819 1,833

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.68ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดบราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ  หลังจาก5-Year Breakeven Inflation Rate ซึ่งเป็นตัวเลขคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 5 ปีข้างหน้า เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ Bloomberg เริ่มบันทึกข้อมูลในปี 2002 ประกอบกับดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลงจากแรงขายทำกำไร หลังจากดอลลาร์แตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปีในสัปดาห์ก่อนหน้าขานรับการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)จะขึ้นเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อรับมือเงินเฟ้อนอกจากนี้สกุลเงินดอลลาร์ยังอ่อนค่าลงในช่วงปลายเดือนตุลาคมตามปัจจัยด้านฤดูกาลอีกด้วย  บวกรวมกับแรงซื้อทางเทคนิคหลังจากราคาผ่านแนวต้านสำคัญ  สถานการณ์ดังกล่าวหนุนราคาทองคำให้ทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเดือนครึ่งบริเวณ  1,813.63ดอลลาร์ต่อออนซ์  อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำอ่อนตัวลงในเวลาต่อมา  เนื่องจากดัชนีดอลลาร์ลดช่วงติดลบที่ทำมาในระหว่างวัน  หลังนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด เปิดเผยในวันศุกร์ว่าเฟดจะเริ่มกระบวนการปรับลดวงเงินการเข้าซื้อสินทรัพย์ตามมาตรการ QE พร้อมเสริมว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ย แต่นายพาวเวลระบุว่าเฟดจะคุมเข้มนโยบายการเงินหากเห็นความเสี่ยงที่ร้ายแรงจากการคาดการณ์เงินเฟ้อที่สูงขึ้น  ปัจจัยดังกล่าวกระตุ้นแรงขายในตลาดทองคำจนกดดันให้ราคาทองคำร่วงลง 30 ดอลลาร์ต่อออนซ์จากระดับสูงสุดในระหว่างวัน  ก่อนจะมีแรงซื้อหนุนให้ทองคำฟื้นตัวขึ้นในช่วงปลายตลาด  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง  สำหรับวันนี้ไม่มีกำหนดการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

วันก่อนหน้าราคาแกว่งตัวผันผวน โดยปรับตัวขึ้นแรงแต่ก็มีแรงทำกำไรกดดันจนราคาดิ่งตัวลง อย่างไรก็ตามราคาไม่มีการสร้างระดับต่ำสุดใหม่จากวันก่อนหน้า ราคาอาจพยายามทรงตัวเพื่อสร้างฐานราคาและสะสมแรงซื้ออีกครั้ง หากสามารถยืนเหนือ 1,785-1,776 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มีโอกาสที่จะดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้านโซน1,808-1,819 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

แนะนำเข้าซื้อหากราคาอ่อนตัวลงไม่หลุดบริเวณแนวรับ  1,785-1,776 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าราคาย่อตัวลงมาต่ำกว่าแนวรับโซน 1,776 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ให้ชะลอดูทิศทางสำหรับการทำกำไรให้แบ่งขายหากราคาทองคำดีดตัวขึ้นไม่ผ่านโซน 1,785-1,776 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดอลลาร์อ่อนค่า นลท.ขายหลังข้อมูลศก.แกร่งดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (22 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขายดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย หลังจากการเปิดเผยข้อมูลกิจกรรมทางธุรกิจของสหรัฐที่ขยายตัวในเดือนต.ค.  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.13% แตะที่ 93.6449 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 113.43 เยน จากระดับ 113.94 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9162 ฟรังก์ จากระดับ 0.9184 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2366 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2378 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1636 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1624 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3755 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3784 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียทรงตัวที่ระดับ 0.7465 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (+) สหรัฐจับตาไวรัสโควิดสายพันธุ์ “เดลตา พลัส” เชื่อแพร่ระบาดได้เร็วขึ้นสำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของสหรัฐกำลังจับตาอย่างใกล้ชิดกับไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ “เดลตา พลัส” ซึ่งนักวิทยาศาสตร์บางรายระบุว่า อาจแพร่ระบาดได้มากกว่าไวรัสสายพันธุ์เดลตาเดิมที่สามารถแพร่กระจายได้ในระดับสูงอยู่แล้ว  ไวรัสโควิดสายพันธุ์เดลตา พลัส ซึ่งเรียกอย่างเป็นทางการว่า AY.4.2 นั้น เป็นการกลายพันธุ์ใหม่ของสไปค์โปรตีน A222V และ Y145H  ฟรังซัวส์ แบลูซ์ ผู้อำนวยการสถาบันพันธุศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอนระบุว่า ไวรัสโควิดสายพันธุ์เดลตา พลัส อาจแพร่เชื้อได้มากกว่าสายพันธุ์เดลตาเดิมราว 10-15%
  • (+) จีนออกโรงประณามหลังสหรัฐแสดงความมุ่งมั่นปกป้องไต้หวันจีนประณามการแสดงความมุ่งมั่นของประธานาธิบดีไบเดนแห่งสหรัฐที่จะปกป้องไต้หวัน หากจีนโจมตีไต้หวันซึ่งเป็นประเทศประชาธิปไตยและปกครองตนเอง  นายหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่กรุงปักกิ่งในวันนี้ว่า “ไม่ควรมีใครประมาณการต่ำเกินไปถึงความตั้งใจอย่างแรงกล้าของประชาชนจีน, เจตจำนงที่แน่วแน่ และความสามารถอันแข็งแกร่งที่จะปกป้องอธิปไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน” นายหวังระบุเสริมว่า สหรัฐควรละเว้นจากการส่งสัญญานที่ผิดใด ๆ ให้กับกองกำลังแบ่งแยกดินแดนของไต้หวัน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีน รวมถึงสันติภาพและเสถียรภาพบริเวณช่องแคบไต้หวัน”
  • (-) ดัชนี PMI รวมผลิต-บริการสหรัฐขยายตัวแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการเบื้องต้นของสหรัฐ อยู่ที่ 57.3 ในเดือนต.ค. เพิ่มขึ้นจากระดับ 55.0 ในเดือนก.ย. และยังทำสถิติสูงสุดในรอบ 3 เดือน
  • (+/-) “พาวเวล” เผยถึงเวลาแล้วที่เฟดจะลดซื้อบอนด์ แต่ยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยในวันศุกร์ (22 ต.ค.) ว่า เฟดจะเริ่มกระบวนการลดการสนับสนุนเศรษฐกิจด้วยการปรับลดการซื้อสินทรัพย์ แต่จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย  นายพาวเวลกล่าวในการประชุมออนไลน์ของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศเมื่อวันศุกร์ว่า “ผมคิดว่า ถึงเวลาแล้วที่เฟดจะลดการซื้อสินทรัพย์ แต่ยังไม่ถึงเวลาที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ย” โดยเขาระบุว่า สหรัฐยังคงมีการจ้างงานน้อยกว่าช่วงก่อนเกิดโรคโควิด-19 ระบาดอยู่ราว 5 ล้านตำแหน่ง  นอกจากนี้ นายพาวเวลยังกล่าวย้ำถึงมุมมองของเขาที่ว่า เงินเฟ้อที่ระดับสูงนั้นอาจจะสิ้นสุดลงในปีหน้า เนื่องจากแรงกดดันจากโรคระบาดหมดไป
  • (+/-) ดาวโจนส์ปิดบวก 73.94 จุด สวนทาง S&P500-Nasdaq ปิดลบดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (22 ต.ค.) และปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค. หลังจากที่การซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวน ขณะที่ดัชนี S&P500 และดัชนี Nasdaq ปิดลดลง โดยถูกกดดันจากการเปิดเผยผลประกอบการที่น่าผิดหวังของบริษัทสแนป และบริษัทอินเทล กรุ๊ป ซึ่งกดดันหุ้นกลุ่มสื่อสาร และกลุ่มเทคโนโลยี นอกจากนี้ นักลงทุนได้เริ่มวิตกกังวลอีกครั้ง หลังจากที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุว่า เฟดได้หารือที่จะเริ่มปรับลดการซื้อสินทรัพย์ตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,677.02 จุด เพิ่มขึ้น 73.94 จุด หรือ +0.21%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,544.90 จุด ลดลง 4.88 จุด หรือ -0.11% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,090.20 จุด ลดลง 125.50 หรือ -0.82%
  • (+/-) ซีอีโอทวิตเตอร์เผย “ภาวะเงินเฟ้อรุนแรง” จ่อเกิดขึ้นในสหรัฐและทั่วโลกนายแจ็ค ดอร์ซีย์ ผู้ร่วมก่อตั้งทวิตเตอร์ เปิดเผยว่า ภาวะเงินเฟ้อทวีความรุนแรงขึ้นในสหรัฐ พร้อมกล่าวว่าสถานการณ์มีแนวโน้มจะย่ำแย่ลงไปอีก  นายดอร์ซีย์ทวีตข้อความว่า “ภาวะเงินเฟ้อรุนแรงจะเปลี่ยนทุกอย่าง” และ “มันกำลังเกิดขึ้น” พร้อมระบุว่าแนวโน้มดังกล่าวจะเกิดขึ้นในสหรัฐเร็ว ๆ นี้ ก่อนที่จะขยายตัวไปยังประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก 

%d bloggers like this: