GOLD.in.th
ราคาทองวันนี้ ข่าวสาร วิเคราะห์ ทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 24 มิ.ย.65 by YLG

233

- Advertisement -

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ

เข้าซื้อโดยรอจังหวะการอ่อนตัวลงของราคาใกล้โซน 1,811 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แบ่งขายทำกำไรระยะสั้นหากราคาไม่สามารถยืน 1,848 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แต่หากผ่านได้ให้ชะลอการขายออกไป 1,865 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,811 1,800 1,786  แนวต้าน : 1,848 1,865 1,888

ปัจจัยพื้นฐาน

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 14.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ระหว่างวันราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบ 1,845.62-1,821.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยดีดตัวขึ้นทดสอบกรอบด้านบน หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงาน “แย่เกินคาด” ส่วนดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นของสหรัฐ ลดลงสู่ 52.4 ในเดือนมิ.ย.จาก 57.0 ในเดือนพ.ค. และต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ที่ 56.0

ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นต้น ลดลงสู่ระดับ 51.6 ในเดือนมิ.ย. จาก 53.4 ในเดือนพ.ค. และต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ที่ 53.9 เช่นกัน ซึ่งสะท้อนว่าตลาดแรงงาน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงอย่างชัดเจน สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งกระตุ้นความวิตกที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังเติบโตลดลง และมีความเสี่ยงมากขึ้นที่อาจจะเกิดสภาวะเศรษฐกิจถดถถอยในอนาคต สถานการณ์ดังกล่าวกดดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีให้ปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดที่ 3.005% ซึ่งเป็นต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์จนเป็นปัจจัยหนุนทองคำ

อย่างไรก็ดี ราคาทองคำเผชิญแรงขายอีกครั้งหลังจากที่ทองคำยังไม่สามารถปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันบริเวณ 1,844 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ นอกจากนี้ ทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดอลลาร์ที่ฟื้นตัวขึ้น หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยืนยันในระหว่างการแถลงต่อคองเกรสเป็นวันที่ 2 ว่าเฟดจะเดินหน้าควบคุมอัตราเงินเฟ้ออย่างไม่มีเงื่อนไข ประกอบกับ SPDR ถือครองทองคำลดลง -8.70 ตัน นั่นทำให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงมาปิดตลาดบริเวณ 1,821.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมมิชิแกน

จจัยทางเทคนิค

ระหว่างวันหากราคาทองคำไม่หลุด 1,811 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มีโอกาสที่ราคาพยายามทรงตัวรักษาระดับไว้จะทำให้ราคาทองคำมีโอกาสฟื้นตัวขึ้นช่วงสั้น อีกครั้ง ทั้งนี้ การขยับขึ้นจะมีแนวต้านระยะสั้นโซนที่ 1,848 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ระดับสูงสุดของสัปดาห์นี้) แต่หากหลุดแนวรับแรก แนวรับถัดไปจะอยู่ที่ 1,800- 1,786 ดอลลาร์ต่อออนซ์

- Advertisement -

กลยุทธ์การลงทุน

เข้าเสี่ยงซื้อเมื่อราคาสามารถยืนเหนือโซน 1,816 ดอลลาร์ต่อออนซ์อย่างแข็งแกร่ง ตัดขาดทุน หากราคาหลุดระดับดังกล่าว เพื่อรอเข้าซื้อใหม่บริเวณแนวรับถัดไปโซน 1,800-1,786 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแบ่งขายทำกำไรหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ 1,848 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านได้สามาถถือสถานะซื้อต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน

• (+) กิจกรรมทางธุรกิจในสหรัฐชะลอตัวลงอย่างมากในเดือนมิ.ย. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กิจกรรมทางธุรกิจของสหรัฐชะลอตัวลงอย่างมากในเดือนมิ.ย. เนื่องจากเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ลดลงส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ในวงกว้าง ซึ่งส่งผลให้ยอดสั่งซื้อใหม่หดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี เอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยในวันนี้ (23 มิ.ย.) ว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 51.2 ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวต่ำที่สุดในรอบ 5 เดือน โดยลดลงจากระดับ 53.6 ในเดือนพ.ค.

• (+) ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในสหรัฐลดลงสัปดาห์ที่แล้ว บ่งชี้ตลาดแรงงานตึงตัว สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสหรัฐลดลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ภาวะตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง แม้มีการชะลอตัวลงบางส่วนก็ตาม ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 2,000 ราย สู่ระดับ 229,000 ราย ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 18 มิ.ย. แต่ยังสูงกว่าจำนวนที่บรรดานักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 227,000 ราย

• (+) อียูเผยรัสเซียระงับส่งก๊าซกระทบชาติสมาชิกนับสิบ เยอรมนีเตือนภาวะฉุกเฉินด้านก๊าซสู่ระดับ 2 นายฟรานซ์ ทิมเมอร์แมนส์ ประธานฝ่ายนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศของสหภาพยุโรป (EU) เผยวันนี้ (23 มิ.ย.) ว่า ขณะนี้มีประเทศในกลุ่ม EU ได้รับผลกระทบจากการลดปริมาณการส่งก๊าซจากรัสเซียแล้วประมาณสิบประเทศ ขณะที่ปัญหาด้านพลังงานระหว่าง EU กับรัสเซียนั้นเริ่มรุนแรงขึ้น สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัสเซียได้ลดปริมาณการส่งก๊าซที่ส่งผ่านท่อส่งก๊าซนอร์ด สตรีม 1 ลงเหลือ 40% ของกำลังการผลิตเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยอ้างว่ามีปัญหาเกี่ยวกับอุปกรณ์ โดยขณะนี้รัสเซียได้ระงับการส่งก๊าซไปยังโปแลนด์, บัลแกเรีย, เนเธอร์แลนด์, เดนมาร์ก และฟินแลนด์แล้ว เนื่องจากประเทศเหล่านี้ปฏิเสธที่จะจ่ายค่าก๊าซเป็นเงินรูเบิล

• (-) ดอลล์แข็งค่า ขานรับพาวเวลส่งสัญญาณเดินหน้าขึ้นดบ. สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (23 มิ.ย.) หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยืนยันว่าเฟดจะเดินหน้าควบคุมอัตราเงินเฟ้ออย่างไม่มีเงื่อนไข ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.22% แตะที่ระดับ 104.4310 ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0523 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0569 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2251 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2264 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6893 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6932 ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3004 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2934 ดอลลาร์แคนาดา แต่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 134.95 เยน จากระดับ 136.26 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9611 ฟรังก์ จากระดับ 0.9616 ฟรังก์

• (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 194.23 จุด รับแรงซื้อหุ้นปลอดภัย-หุ้นเทคโนฯ ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเกือบ 200 จุดในวันพฤหัสบดี (23 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นที่ปลอดภัยและสามารถต้านทานวัฎจักรทางเศรษฐกิจได้ดี (Defensive Stocks) เช่นหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคและกลุ่มเฮลธ์แคร์ นอกจากนี้ การพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังเป็นปัจจัยช่วยหนุนตลาด ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 30,677.36 จุด เพิ่มขึ้น 194.23 จุด หรือ +0.64%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,795.73 จุด เพิ่มขึ้น 35.84 จุด หรือ +0.95% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,232.19 จุด เพิ่มขึ้น 179.11 จุด หรือ +1.62%

• (-) “พาวเวล” ย้ำเฟดมุ่งสกัดเงินเฟ้ออย่างไม่มีเงื่อนไข แม้เสี่ยงทำคนตกงาน-ศก.ชะลอตัว นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยในวันนี้ (23 มิ.ย.) ว่า ความมุ่งมั่นของเฟดในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่ระดับสูงสุดในรอบ 40 ปีนั้น “ไม่มีเงื่อนไข” แต่ก็จะมาพร้อมกับความเสี่ยงที่การว่างงานจะเพิ่มสูงขึ้นด้วย สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายพาวเวลได้แถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในวันนี้ว่า เฟดมีความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้กับเงินเฟ้ออย่างไม่มีเงื่อนไข ขณะที่เงินเฟ้อพุ่งขึ้นมากกว่า 3 เท่าจากเป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% “เราจำเป็นต้องฟื้นฟูเสถียรภาพด้านราคาจริง ๆ ? เพราะหากไม่เป็นเช่นนั้น เราก็จะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการจ้างงานสูงสุดได้อย่างยั่งยืน ซึ่งภาวะนั้นจะทำให้ผลประโยชน์กระจายไปได้อย่างกว้างขวาง เป็นสิ่งที่เราต้องทำ” เขากล่าว

- Advertisement -

Comments
Loading...