GOLD.in.th
ราคาทองวันนี้ ข่าวสาร วิเคราะห์ ทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 2 ก.ค.64(ภาคเช้า) by HGF

26

- Advertisement -

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ทองคำปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 2

คืนนี้ 1 ทุ่มครึ่งติดตามการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ

ทองคำคาดผันผวนตามการจ้างงานของสหรัฐ

  • ราคาทองคำเมื่อวานSpot ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 2เนื่องจากมีแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาอย่างหนัก อย่างไรก็ดีทองคำมีปัจจัยกดดันจากเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น เนื่องจากสหรัฐประกาศจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์อยู่ที่ระดับ 364,000 รายลดลงมากกว่าตลาดคาดจะอยู่ที่ระดับ 388,000 รายทางด้าน SPDRGold Trust ขายทองคำ 2.62 ตันเมื่อวาน
  • คืนนี้ 1 ทุ่มครึ่งติดตามการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเดือนมิ.ย. ซึ่งตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 700,000 ตำแหน่ง หลังจากที่เดือนพ.ค.เพิ่มขึ้น 559,000 ตำแหน่ง ทั้งนี้ในกรณีที่ตัวเลขออกมาดีกว่าหรือแย่กว่าที่ตลาดคาดไว้จะกระทบต่อราคาทองคำ ถ้าออกมาดีกว่าตลาดคาด ราคาทองคำจะลดลง แต่ถ้าออกมาแย่กว่าตลาดคาด ราคาทองคำจะเพิ่มขึ้นส่วนอัตราการว่างงานเดือนมิ.ย. ตลาดคาดจะลดลงเป็น 5.6% จากระดับ 5.8% ในเดือนพ.ค.
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดผันผวนตามการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐโดยทองคำมีแนวรับ 1,760 ดอลลาร์ และแนวรับสำคัญที่ 1,750 ดอลลาร์ ซึ่งถ้าหลุดแนวรับดังกล่าวคาดจะมีแรงเทขายหนักและทำให้ราคาทองคำปรับลงแรง ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,780 ดอลลาร์ และ 1,790 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,776.40+6.61,760/1,7501,780/1,790

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
26,900+20026,700/26,55026,950/27,050

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
27,150+6026,850/26,70027,110/27,220

แนะนำปรับกลยุทธ์การลงทุนตามการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในคืนนี้เป็นหลัก โดยแนะนำเปิดสถานะขายถ้าราคาทองคำ Spotหลุดแนวรับ1,750ดอลลาร์ (GF 26,700บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,760ดอลลาร์ (GF 26,820บาท)ส่วนการเข้าซื้อเก็งกำไรการฟื้นตัวแนะนำที่ราคาทองคำ Spot1,750 ดอลลาร์ (GF26,700บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,740ดอลลาร์ (GF 26,580บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,780.30+2.001,763/1,7531,783/1,793

แนะนำเปิดสถานะขายถ้าราคาGOU21หลุดแนวรับ1,753ดอลลาร์โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,763ดอลลาร์ ส่วนการเข้าซื้อเก็งกำไรการฟื้นตัวแนะนำที่ราคาGOU211,753ดอลลาร์โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,743ดอลลาร์

ค่าเงิน

- Advertisement -

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดอ่อนค่าลง ซึ่งเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลัก เนื่องจากสหรัฐประกาศจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์อยู่ที่ระดับ 364,000 รายลดลงมากกว่าตลาดคาดจะอยู่ที่ระดับ 388,000 รายทั้งนี้เงินบาทยังขึ้นอยู่กับการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิดในประเทศด้วย สำหรับ USD Futures เดือนก.ย.2564 คาดจะมีแนวรับที่ 31.90 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 32.10-32.15บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ:ดอลล์แข็งค่ารับข้อมูลศก.สดใสตลาดจับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (1 ก.ค.) หลังสหรัฐเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลดลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้วขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิ.ย.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันงนี้ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินเพิ่มขึ้น 0.18% แตะที่ 92.5993 เมื่อคืนนี้

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดบวก $5.2 วิตกไวรัสเดลตาหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (1 ก.ค.) เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาเป็นปัจจัยหนุนให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิ.ย.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้ทั้งนี้สัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 5.2 ดอลลาร์หรือ 0.29% ปิดที่ 1,776.8 ดอลลาร์/ออนซ์สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 9.4 เซนต์หรือ 0.36% ปิดที่ 26.1 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ :น้ำมันWTI ปิดพุ่ง $1.76 รับคาดการณ์โอเปกพลัสชะลอเพิ่มการผลิต

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทะลุแนว 75 ดอลลาร์เมื่อคืนที่ผ่านมา (1 ก.ค.) ขานรับกระแสคาดการณ์ที่ว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตรหรือโอเปกพลัสอาจจะเพิ่มกำลังผลิตน้อยกว่าที่คาดหมายไว้ก่อนหน้านี้โดยกลุ่มโอเปกพลัสได้เลื่อนการประชุมระดับรัฐมนตรีออกไปเป็นวันศุกร์ที่ 2 ก.ค. เพื่อให้ประเทศสมาชิกมีเวลามากขึ้นในการหารือกันเกี่ยวกับนโยบายการผลิตน้ำมันสัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 1.76 ดอลลาร์หรือ 2.4% ปิดที่ 75.23 ดอลลาร์/บาร์เรลซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2561   สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 1.22 ดอลลาร์หรือ 1.6% ปิดที่ 75.84 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ :ดาวโจนส์ปิดบวก 131.02 จุดรับแรงซื้อหุ้นพลังงาน-ข้อมูลแรงงานสดใส

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เมื่อคืนที่ผ่านมา (1 ก.ค.) หลังสหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลดลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่ผ่านมานอกจากนี้ตลาดยังได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงานหลังจากราคาน้ำมันWTI พุ่งขึ้นทะลุแนว 75 ดอลลาร์/บาร์เรลขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิ.ย.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,633.53 จุดเพิ่มขึ้น 131.02 จุดหรือ +0.38% ดัชนีS&P500 ปิดที่ 4,319.94 จุดเพิ่มขึ้น 22.44 จุดหรือ +0.52% ดัชนีNasdaqปิดที่ 14,522.38 จุดเพิ่มขึ้น 18.42 จุดหรือ +0.13%

เวิลด์แบงก์อัดฉีดเงิน4พันล้านดอลล์จัดซื้อวัคซีนโควิดแจก51ประเทศทั่วโลก

ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ประกาศจัดหาเงินมูลค่ากว่า4พันล้านดอลลาร์เพื่อดำเนินการซื้อและแจกจ่ายวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19ให้กับ51ประเทศทั่วโลกโดยครึ่งหนึ่งของเม็ดเงินดังกล่าวจะถูกจัดสรรให้กับประเทศในทวีปแอฟริกาแถลงการณ์ของเวิลด์แบงก์ระบุว่าเงินกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวน4พันล้านดอลลาร์นั้นมาจากสมาคมเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (IDA) ซึ่งเป็นกองทุนของเวิลด์แบงก์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือกลุ่มประเทศยากจนโดยการจัดหาเงินทุนครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของคำมั่นสัญญาที่เวิลด์แบงก์ตั้งใจจะช่วยเหลือบรรดาประเทศที่มีรายได้ต่ำจนถึงปานกลางอีกทั้งให้คำมั่นว่าจะช่วยแจกจ่ายวัคซีนและเสริมสร้างระบบสาธารณสุขให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้นทั้งนี้เวิลด์แบงก์ยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลของประเทศต่างๆรวมทั้งบริษัทเวชภัณฑ์และองค์กรต่างๆเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดซื้อวัคซีนและจัดส่งวัคซีนเพื่อช่วยเพิ่มความโปร่งใสและสร้างฐานข้อมูลสาธารณะที่แข็งแกร่งขึ้นทั้งในแง่ของการทำสัญญาทางเลือกและข้อตกลงเกี่ยวกับวัคซีนซึ่งครอบคลุมถึงการทำข้อตกลงในการให้เงินช่วยเหลือและจัดส่งวัคซีนนอกจากนี้เวิลด์แบงก์ยังได้เรียกร้องให้ประเทศต่างๆที่มีวัคซีนอยู่มากจนเกินความจำเป็นนั้นช่วยบริจาควัคซีนให้กับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาเพื่อสนับสนุนแผนการเข้าถึงวัคซีนอย่างเท่าเทียมกันสำหรับ51ประเทศที่จะได้รับความช่วยเหลือจากเวิลด์แบงก์ในครั้งนี้รวมถึงอัฟกานิสถานบังกลาเทศกัมพูชาฟิลิปปินส์ปากีสถานอินโดนีเซียสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกเอลซัลวาดอร์กานาซูดานตูนิเซียเยเมนและยูเครน

ผลศึกษาวัคซีนแอสตร้าฯ1โดสสร้างภูมิคุ้มกันอย่างน้อย1ปีหากฉีดเข็ม3ป้องกันได้3สายพันธุ์

แอสตร้าเซนเนก้าเผยผลการวิเคราะห์ย่อยจากการทดลองใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19ของแอสตร้าเซนเนก้าในการศึกษาโดยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดพบว่าสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ในระดับสูงทั้งจากการเว้นระยะการฉีดวัคซีนโดสแรกและโดสที่2เป็นระยะเวลากว่า45สัปดาห์และการฉีดวัคซีนโดสที่3เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันศาสตราจารย์เซอร์แอนดริวเจพอลลาร์ดหัวหน้าฝ่ายสืบสวนและผู้อำนวยการกลุ่มวัคซีน (Oxford Vaccine Group) แห่งมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดกล่าวว่าประเทศที่ยังมีวัคซีนป้องกันโควิด-19ในปริมาณน้อยและอาจกำลังกังวลต่อความล่าช้าในการจัดหาวัคซีนโดสที่2สำหรับประชาชนในประเทศจะมั่นใจและลดความกังวลได้เพราะเราพบว่าแม้จะเว้นระยะห่างจากโดสแรกนานกว่า10เดือนวัคซีนป้องกันโควิด-19ของแอสตร้าเซนเนก้าโดสที่2ก็สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพจากผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดฉบับก่อนตีพิมพ์ในวารสารเดอะแลนเซตระบุว่าการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19ของแอสตร้าเซนเนก้า1โดสมีผลทำให้ระดับแอนติบอดีในร่างกายเพิ่มสูงขึ้นเป็นระยะเวลาอย่างน้อย1ปีการเว้นระยะในการฉีดวัคซีนวัคซีนป้องกันโควิด-19ของแอสตร้าเซนเนก้าโดสแรกและโดสที่2ห่างกันนาน45สัปดาห์มีผลกระตุ้นให้ระดับแอนติบอดีในร่างกายเพิ่มขึ้นถึง18เท่าเมื่อมีการอ่านค่าแอนติบอดี28วันภายหลังการฉีดวัคซีนโดสที่2พบว่าระดับแอนติบอดีจากการเว้นระยะระหว่างวัคซีนโดสแรกและโดสที่2นาน45สัปดาห์มีสูงกว่าระดับแอนติบอดีจากการเว้นระยะห่างระหว่างโดส12สัปดาห์ถึง4เท่าบ่งชี้ว่าการเว้นระยะห่างระหว่างโดสที่นานขึ้นไม่ก่อให้เกิดผลเชิงลบแต่ช่วยกระตุ้นระดับภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้นได้นอกจากนี้การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19ของแอสตร้าเซนเนก้าโดสที่3ห่างจากโดสที่2เป็นระยะเวลา6เดือนสามารถกระตุ้นระดับแอนติบอดีให้เพิ่มขึ้นได้6เท่าและส่งเสริมการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดที่เซลล์ในร่างกายอีกทั้งยังพบว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19ของแอสตร้าเซนเนก้าโดสที่3มีศักยภาพสูงขึ้นในการป้องกันไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์อัลฟา (B.1.1.7หรือสายพันธุ์เคนท์), สายพันธุ์เบตา (B.1.351หรือสายพันธุ์แอฟริกาใต้) และสายพันธุ์เดลตา (B.1.617.2หรือสายพันธุ์อินเดีย)

ญี่ปุ่นเล็งต่อเวลามาตรการคุมโควิดในโตเกียวอีก2สัปดาห์เหตุยอดติดเชื้อพุ่ง

แหล่งข่าวรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่ารัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาขยายเวลาบังคับใช้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19ในกรุงโตเกียวต่อไปอีก2สัปดาห์หรือนานกว่านั้นเนื่องจากยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังคงพุ่งสูงขึ้นและเหลือเวลาอีกเพียงไม่ถึง1เดือนก่อนการแข่งขันกีฬาโตเกียวโอลิมปิกจะเริ่มขึ้นปัจจุบันรัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศภาวะกึ่งฉุกเฉินในพื้นที่กรุงโตเกียวและจังหวัดใกล้เคียง3จังหวัดจนถึงวันที่11ก.ค.นี้อย่างไรก็ดียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19รายใหม่ที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงนี้ได้ทำให้หลายฝ่ายต้องการใช้มาตรการควบคุมต่อไปซึ่งอาจส่งผลต่อจำนวนผู้เข้าชมการแข่งขันแหล่งข่าวยังระบุด้วยว่ามีความเป็นไปได้ว่ารัฐบาลจะประกาศภาวะฉุกเฉินเต็มที่ในกรุงโตเกียวโดยขึ้นอยู่กับข้อจำกัดของระบบสาธารณสุขทั้งนี้ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ในกรุงโตเกียวเมื่อวานนี้อยู่ที่714รายซึ่งสูงที่สุดในรอบ1เดือนแหล่งข่าวคาดว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะประกาศผลการพิจารณาในวันที่8ก.ค.นี้ซึ่งนายโทมัสบาคประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) มีกำหนดการเดินทางมายังญี่ปุ่น

- Advertisement -

Comments
Loading...