GOLD.in.th
ราคาทองวันนี้ ข่าวสาร วิเคราะห์ ทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 14 ธ.ค.64 by YLG

48

- Advertisement -

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เปิดสถานะขายเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือบริเวณ 1,793-1,796ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ และทยอยปิดสถานะขายทำกำไรบางส่วนหากไม่หลุดบริเวณแนวรับ1,769-1,767 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,767 1,751 1,732  แนวต้าน : 1,796 1,808 1,821

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.31ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำวานนี้ได้รับแรงหนุนจากความวิตกเกี่ยวกับความรุนแรงของ COVID-19 สายพันธุ์โอมิครอนหลังจากอังกฤษยืนยันวานนี้ว่าพบผู้เสียชีวิตจากไวรัสโอมิครอนรายแรกในประเทศ  ขณะที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดของอังกฤษออกรายงานระบุว่า การฉีดวัคซีนต้านCOVID-19 ของบริษัทไฟเซอร์ หรือแอสตร้าเซนเนก้า จำนวน 2 เข็ม อาจไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัส COVID-19 สายพันธุ์โอมิครอนความวิตกดังกล่าวกดดันสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้นสหรัฐให้ดิ่งลง  พร้อมกับกระตุ้นแรงซื้อพันธบัตรในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีกลับมาเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ1.5%อีกครั้งซึ่งเป็นปัจจัยหนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ย  ปัจจัยที่กล่าวมาหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นทดสอบระดับสูงสุดในระหว่างวันบริเวณ 1,791.17 ดอลลาร์ต่อออนซ์  อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำลดช่วงบวกลงในเวลาต่อมา  เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโอมิครอนในอังกฤษเป็นปัจจัยกดดันเงินปอนด์ให้อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์  นอกจากนี้  ดัชนีดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะประกาศเร่งปรับลด QE ในการประชุมนโยบายการเงินสัปดาห์นี้  ซึ่งจะเปิดทางสำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยให้เร็วขึ้นกว่าที่เคยประเมินไว้เพื่อรับมือกับเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นและการแข็งค่าของดัชนีดอลลาร์กดดันให้ราคาทองคำอ่อนตัวลงทดสอบระดับต่ำสุดบริเวณ 1,781.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจขนาดเล็กจาก NFIB และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐ

- Advertisement -

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำทดสอบแนวต้านที่ 1,793-1,796ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ยังไม่สามารถผ่านได้ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรเนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเมื่อราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายออกมาเช่นกัน อย่างไรก็ตามหากการอ่อนลงของราคาไม่หลุดโซนแนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 1,769-1,767 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคามีโอกาสดีดตัวขึ้นได้ระยะสั้นได้อีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นการลงทุนระยะสั้นโดยเปิดสถานะขายหากราคาดีดตัวขึ้นทดสอบโซน 1,793-1,796 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้อาจทยอยซื้อคืนเพื่อทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำอ่อนตัวลงไม่หลุดแนวรับ1,769-1,767ดอลลาร์ต่อออนซ์พร้อมลดสถานะขายลงหากราคาผ่าน1,808 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 320.04 จุด วิตกไวรัสโอมิครอนระบาดหนักดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 300 จุดเมื่อคืนนี้ (13 ธ.ค.) โดยหุ้นกลุ่มสายการบินและกลุ่มเรือสำราญดิ่งลงอย่างหนัก เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน โดยล่าสุดอังกฤษยืนยันพบผู้เสียชีวิตจากไวรัสโอมิครอนรายแรกในประเทศ และเตือนว่าอังกฤษกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดระลอกใหญ่ของไวรัสสายพันธุ์ดังกล่าว  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,650.95 จุด ลดลง 320.04 จุด หรือ -0.89%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,668.97 จุด ลดลง 43.05 จุด หรือ -0.91% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,413.28 จุด ลดลง 217.32 จุด หรือ -1.39%
  • (+) วัคซีนไฟเซอร์,แอสตร้าฯ เอาไม่อยู่! ออกซ์ฟอร์ดเตือนโอมิครอนร้ายกว่าคาดมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดของอังกฤษออกรายงานระบุว่า การฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์ หรือแอสตร้าเซนเนก้า จำนวน 2 เข็ม อาจไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน  รายงานของออกซ์ฟอร์ดสนับสนุนผลการศึกษาของสำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพของอังกฤษ (HSA) ที่พบว่า การฉีดวัคซีนไฟเซอร์ หรือแอสตร้าเซนเนก้า จำนวน 2 เข็มให้ประสิทธิภาพต่ำในการป้องกันอาการของโรคโควิด-19 จากสายพันธุ์โอมิครอน เมื่อเทียบกับการป้องกันสายพันธุ์เดลตา
  • (-) อังกฤษเตือนโอมิครอนกลายเป็นสายพันธุ์หลักในลอนดอนภายใน 48 ชั่วโมงนายซาจิด จาวิด รัฐมนตรีสาธารณสุขอังกฤษ กล่าวว่า ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนกำลังแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว และจะเป็นสายพันธุ์หลักในกรุงลอนดอนภายในเวลา 48 ชั่วโมง  “ยังไม่เคยมีไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใดที่ระบาดเร็วแบบนี้มาก่อน และในขณะที่โอมิครอนคิดเป็นสัดส่วนเพียง 20% ของผู้ติดเชื้อในอังกฤษ แต่ก็สูงถึง 44% ในกรุงลอนดอน และเราคาดว่าโอมิครอนจะเป็นสายพันธุ์หลักในกรุงลอนดอนภายในเวลา 48 ชั่วโมง” นายจาวิดกล่าว
  • (-) ดอลล์แข็งค่า รับคาดการณ์เฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ยหลังเงินเฟ้อพุ่งดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (13 ธ.ค.) ขานรับคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเร่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบเกือบ 40 ปี  ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.22% แตะที่ 96.3125  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 113.52 เยน จากระดับ 113.42 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9220 ฟรังก์ จากระดับ 0.9209 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2795 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2728 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1289 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1311 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3218 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3257 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.7138 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7169 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (-) นายกฯอังกฤษเตือนปูตินเจอผลกระทบรุนแรง หากบุกยูเครนนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ในวันนี้ โดยเตือนว่าการที่รัสเซียบุกโจมตียูเครน จะเป็นกลยุทธ์ที่ผิดพลาด และรัสเซียจะเผชิญกับผลกระทบที่รุนแรง
  • (-) WHO เตือนโอมิครอนสร้างความเสี่ยงระดับโลกองค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งขณะนี้มีการแพร่ระบาดในกว่า 60 ประเทศ กำลังสร้างความเสี่ยงระดับโลก “ในระดับสูงมาก” ขณะที่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าไวรัสสายพันธุ์ดังกล่าวสามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันที่เกิดจากการฉีดวัคซีนได้
  • (+/-) โอมิครอนก็ทำให้ตายได้! อังกฤษยืนยันพบผู้ป่วยรายแรกเสียชีวิตนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวยืนยันในวันนี้ว่า มีผู้ป่วยโควิด-19 รายหนึ่งในอังกฤษได้เสียชีวิตลง หลังติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอน  ผู้ป่วยรายนี้ถือเป็นผู้ป่วยโควิด-19 รายแรกในอังกฤษที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอน  “เป็นเรื่องน่าเศร้าที่โอมิครอนทำให้ผู้ป่วยโควิด-19 ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล และทำให้มีผู้ป่วยอย่างน้อย 1 รายเสียชีวิต ดังนั้น ผมคิดว่าเราต้องปรับแนวคิดใหม่ จากเดิมที่คิดว่าไวรัสนี้ไม่ทำให้เกิดอาการรุนแรง และให้ตระหนักถึงความรวดเร็วในการแพร่ระบาดในหมู่ประชาชน ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดที่เราทำได้คือการให้ทุกคนเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3” นายจอห์นสันกล่าว

- Advertisement -

Comments
Loading...