GOLD.in.th
ราคาทองวันนี้ ข่าวสาร วิเคราะห์ ทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 11 พ.ค.65 by YLG

395

- Advertisement -

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ

แนะนำขายทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว โดยบริเวณแนวต้านโซน 1,855-1,872 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่สามารถยืนเหนือโซนดังกล่าวได้ แนะนำแบ่งทองคำออกขายเพื่อรอซื้อในโซนแนวรับ 1,823 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,823 1,805 1,787  แนวต้าน : 1,855 1,872 1,889

ปัจจัยพื้นฐาน

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 15.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ในระหว่างวันราคาทองคำจะพยายามดีดตัวขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,865.37 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ราคาทองคำไม่สามารถรักษาช่วงบวกไว้ได้ โดยเผชิญกับแรงกดดันสำคัญจากดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ที่ปิดแข็งขึ้น 0.16% แตะที่ 103.9200 และยังคงแกว่งตัวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 2 ทศวรรษ

ท่ามกลางแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะยังคงเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อรับมือกับเงินเฟ้อ สะท้อนจากถ้อยแถลงล่าสุดของเจ้าหน้าที่เฟด อาทิ นางลอเร็ตตา เมสเตอร์ ประธานเฟดคลีฟแลนด์ที่ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อจะต้องแสดงให้เห็นถึงการชะลอตัว “อย่างชัดเจน” ก่อนที่เฟดจะพิจารณาพักการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยชั่วคราว แต่ความเสี่ยงในปัจจุบันชี้ให้เห็นว่าเฟดต้องดำเนินการอย่างหนักเพื่อให้เงินเฟ้ออยู่ภายใต้การควบคุม

ส่วนนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดนิวยอร์กส่งสัญญาณว่า เฟดมีแนวโน้มจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 50 bps ในการประชุม 2 ครั้งถัดไปในเดือนมิ.ย.และก.ค.โดยระบุว่าเป็นการดำเนินการที่สมเหตุสมผล

- Advertisement -

นอกจากนี้ ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากราคาน้ำมัน WTI ที่ปิดร่วงหลุดจากระดับ 100 ดอลลาร์เนื่องความกังวลว่าการที่จีนล็อกดาวน์เมืองสำคัญเป็นเวลานานจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันอีกด้วย ปัจจัยที่กล่าวมากดดันให้ราคาทองคำดิ่งลงหลุดระดับต่ำสุดเดิมบริเวณ 1,850 ดอลลาร์ต่อออนซ์จนกระตุ้นแรงขายทางเทคนิคตาม จึงเป็นสถานการณ์ที่อยู่เบื้องหลังการร่วงลงทดสอบระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนบริเวณ 1,831.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเช้าของวันนี้ในตลาดเอเชีย

ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำลดลงอีก -7.25 ตัน สำหรับวันนี้จับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)ที่เป็นตัวเลขเงินเฟ้อซึ่งอาจส่งผลให้ราคาทองคำเคลื่อนไหวผันผวนได้

จจัยทางเทคนิค

ราคาอาจฟื้นตัวขึ้นช่วงสั้นมีลุ้นทดสอบแนวต้านที่ 1,850-1,855 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ถ้ายังไม่สามารถผ่านได้ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเมื่อราคาฟื้นตัวขึ้นช่วงสั้นจะมีแรงขายออกมากดดันราคา อย่างไรก็ตาม หากการอ่อนลงไม่หลุดโซนแนวรับสำคัญ 1,823 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคามีโอกาสฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน

แนะนำเปิดสถานะขายบริเวณแนวต้าน 1,855-1,872 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ลดพอร์ตสถานะขายหากราคาผ่าน 1,872 ดอลลาร์ต่อออนซ์) พิจารณาปิดสถานะขายทำกำไรหากราคาไม่หลุดแนวรับสำคัญโซน 1,823 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ หากรับความเสี่ยงได้สูงอาจใช้เป็นจุดเปิดสถานะซื้อใหม่

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 84.96 จุด กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย-จับตาเงินเฟ้อสหรัฐ  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (10 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq ดีดตัวขึ้นเกือบ 1% ขานรับแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 32,160.74 จุด ลดลง 84.96 จุด หรือ -0.26%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,001.05 จุด เพิ่มขึ้น 9.81 จุด หรือ +0.25% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,737.67 จุด เพิ่มขึ้น 114.42 จุด หรือ +0.98%
  • (+) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีร่วงหลุดจากระดับ 3%  อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับตัวลงต่ำกว่าระดับ 3% ในวันนี้ ก่อนที่สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อในวันพรุ่งนี้  ณ เวลา 22.48 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 2.952% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 3.074%
  • (+) มาร์เก็ตแคปยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีสหรัฐวูบกว่า 1 ล้านล้านดอลล์ในเวลาเพียง 3 วัน  สำนักข่าว CNBC รายงานว่า มูลค่าตลาดของบริษัทขนาดใหญ่ในกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐได้ทรุดตัวลงรวมมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในเวลาเพียง 3 วัน  ทั้งนี้ ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทพุ่งขึ้นอย่างมากในวันที่ 4 พ.ค. แม้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในวันดังกล่าว ขณะที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ยืนยันว่า เฟดไม่มีแผนที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 0.50% 
  • (+) มาร์เก็ตแคปคริปโทฯวูบ 8 แสนล้านดอลล์ภายในเวลาเพียง 1 เดือน  มูลค่าตลาดของสกุลเงินดิจิทัลทั่วโลกวูบหายไปถึง 8 แสนล้านดอลลาร์ภายในเวลาเพียง 1 เดือน ท่ามกลางความกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และการปรับลดขนาดงบดุล (Quantitative Tightening : QT) ซึ่งจะฉุดสภาพคล่องในตลาด  ทั้งนี้ ข้อมูลของ Coinmarketcap.com ซึ่งรวบรวมราคาสกุลเงินดิจิทัลมากกว่า 1,000 สกุลจากตลาดซื้อขายทั่วโลก พบว่า มูลค่าตลาดของสกุลเงินดิจิทัลทั้งหมดดิ่งลงสู่ระดับ 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ในวันนี้ จากระดับ 2.2 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 2 เม.ย.  ก่อนหน้านี้ มูลค่าตลาดของสกุลเงินดิจิทัลพุ่งแตะระดับ 2.9 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ย.2564 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
  • (+) จีนร้องสหรัฐแก้ข้อความเว็บกระทรวงต่างประเทศ เหตุพาดพิงความสัมพันธ์จีน-ไต้หวัน  กระทรวงการต่างประเทศจีนออกมาตำหนิสหรัฐที่แก้ไขข้อความบนเว็บไซต์กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ที่ระบุถึงไต้หวันว่า “การครอบงำทางการเมือง” ไม่มีทางบรรลุผลในการเปลี่ยนแปลงสถานะที่ไต้หวันเป็นอยู่ได้  สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สหรัฐได้มีการนำข้อความที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนความเป็นเอกราชของไต้หวัน และข้อความที่เป็นการยอมรับจุดยืนของทางการจีนเรื่องที่เกาะไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนแผ่นดินใหญ่ออกไปจากเว็บไซต์ของกระทรวง
  • (-) น้ำมัน WTI ปิดร่วง $3.33 หลุด $100 กังวลผลกระทบจีนล็อกดาวน์  สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงหลุดจากระดับ 100 ดอลลาร์ในวันอังคาร (10 พ.ค.) โดยตลาดยังคงถูกกดดันจากความกังวลว่าการที่จีนล็อกดาวน์เมืองสำคัญเป็นเวลานานจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์  ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. ร่วงลง 3.33 ดอลลาร์ หรือ 3.2% ปิดที่ 99.76 ดอลลาร์/บาร์เรล  สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. ร่วงลง 3.48 ดอลลาร์ หรือ 3.28% ปิดที่ 102.46 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • (-) สหรัฐเผยดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจขนาดย่อมทรงตัวในเดือนเม.ย.  สหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (NFIB) แถลงในวันนี้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมทรงตัวที่ระดับ 93.2 ในเดือนเม.ย. หลังจากปรับตัวลงติดต่อกัน 3 เดือน  สหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (NFIB) แถลงในวันนี้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมทรงตัวที่ระดับ 93.2 ในเดือนเม.ย. หลังจากปรับตัวลงติดต่อกัน 3 เดือน
  • (-) ดอลลาร์แข็งค่า ขานรับแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (10 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากแนวโน้มการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขณะที่นักลงทุนจับตาสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อประจำเดือนเม.ย.ในวันนี้  ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.26% แตะที่ 103.9200  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 130.39 เยน จากระดับ 130.31 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9953 ฟรังก์ จากระดับ 0.9930 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับแคนาดา ที่ระดับ 1.3022 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2989 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0534 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0567 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2318 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2344 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6941 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6959 ดอลลาร์สหรัฐ

- Advertisement -

Comments
Loading...