GOLD.in.th
ราคาทองวันนี้ ข่าวสาร วิเคราะห์ ทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 10 พ.ค.65 by YLG

496

- Advertisement -

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ

เน้นเก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว โดยมีแนวต้านบริเวณ 1,872 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากราคาขยับขึ้นควรแบ่งขายทำกำไร และ การเข้าซื้ออาจดูบริเวณแนวรับ 1,841-1,823 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่หลุดราคายังมีโอกาสฟื้นตัวขึ้น

แนวรับ : 1,841 1,823 1,805  แนวต้าน : 1,872 1,889 1,913

ปัจจัยพื้นฐาน

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 29.69 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาทองคำปรับตัวลดลงนับตั้งแต่ช่วงเช้าในตลาดเอเชียโดยได้รับแรงกดดันจากปัจจัย 2 ประการ ได้แก่ ดัชนีดอลลาร์ที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 20 ปีครั้งใหม่ที่ 104.187 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ธ.ค. 2002 จากแรงซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีครึ่งที่ 3.2046% ซึ่งกดดันทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ยเพิ่ม

ปัจจัยที่กล่าวมาฉุดให้ราคาทองคำร่วงลงทดสอบระดับต่ำสุดบริเวณ 1,851.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ดี ราคาทองคำเริ่มฟื้นตัวขึ้นในช่วงต้นของตลาดสหรัฐ โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อ Buy the dip หลังจากราคาเข้าสู่ภาวะขายมากเกินไป(Oversold) บวกรวมกับดัชนีดอลลาร์ร่วงลงจากระดับสูงสุดในรอบ 20 ปี

โดยได้รับแรงกดดันจากความเห็นของนาย Raphael Bostic ประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)สาขาแอตแลนต้าที่ระบุว่า เฟดอาจจะขึ้นดอกเบี้ย 50 bps อีกจำนวน 2-3 ครั้ง แต่ “ไม่จำเป็น” ต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระดับที่มากกว่านั้น(75 bps) โดยอ้างถึงสัญญาณในเชิงบวกเกี่ยวกับเงินเฟ้อ อีกทั้งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับตัวลดลงเนื่องจากเทรดเดอร์มีการซื้อเพื่อปิดสถานะขาย (Short Covering) ในพันธบัตรก่อนที่สหรัฐจะเปิดเผย CPI และก่อนจะมีการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐมูลค่า 1.03 แสนล้านดอลลาร์ในสัปดาห์นี้

- Advertisement -

นั่นส่งผลให้ราคาทองคำดีดตัวขึ้นทดสอบระดับสูงสุดที่ 1,871.44 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนจะปรับตัวลงแรงอีกครั้งจากแรงขายทำกำไร นอกจากนี้ทองคำยังได้รับกดดันจากการดิ่งลงแรงของราคาน้ำมันอีกด้วย ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำลดลง -6.10 ตัน สำหรับวันนี้ ติดตามการเปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจขนาดเล็กจาก NFIB และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด

จจัยทางเทคนิค

หากราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,872 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่งผลให้แรงซื้อยังคงถูกจำกัด สำหรับวันนี้ประเมินแนวรับระยะสั้นในโซน 1,841ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แนวรับสำคัญจะอยู่ในโซน 1,823 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน

เน้นการซื้อขายทำกำไรระยะสั้น โดยเปิดสถานะขาย หากราคาปรับตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ 1,872  ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ฝั่งขายตัดขาดทุนหากราคาผ่าน 1,889 ดอลลาร์ต่อออนซ์) และ ปิดสถานะขายทำกำไรเมื่อราคาปรับตัวลงไม่หลุดแนวรับโซน 1,841-1,823 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ทูตรัสเซียเตรียมประท้วง หลังถูกม็อบโปแลนด์สาดสีแดง  นายเซอร์เก แอนดรีฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำโปแลนด์ กล่าวว่า เขาจะทำการประท้วงอย่างเป็นทางการ หลังจากที่เขาและคณะถูกสาดสีแดงระหว่างที่เข้าไปวางพวงหรีดที่สุสานเพื่อไว้อาลัยต่อทหารของอดีตสหภาพโซเวียตที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2  “เราจะทำการประท้วงอย่างเป็นทางการ ซึ่งเมื่อพวกเขาแนะนำว่าเราไม่ควรจัดพิธีที่ใหญ่โต เราก็ได้ทำตามโดยพบกันครึ่งทาง โดยเราไม่ได้เป็นฝ่ายยั่วยุให้สถานการณ์ย่ำแย่ลง” นายแอนดรีฟกล่าว
  • (+) บิตคอยน์ร่วงหลุด $30,000 แล้ว ผวาเฟดขึ้นดอกเบี้ยฉุดสภาพคล่องคริปโทฯ  ราคาบิตคอยน์ร่วงหลุดจากระดับ 30,000 ดอลลาร์แล้วเช้านี้ เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จะฉุดสภาพคล่องในตลาดสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งรวมถึงตลาดคริปโทเคอร์เรนซี  ณ เวลา 07.34 น.ตามเวลาไทย ราคาบิตคอยน์ดิ่งลง 1,200 ดอลลาร์ หรือ -3.86% แตะที่ 29,876 ดอลลาร์
  • (+) สหรัฐเผยสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเพิ่มน้อยกว่าคาดในเดือนมี.ค.  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเพิ่มขึ้น 2.3% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายเดือน แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.6% หลังจากทะยานขึ้น 2.8% ในเดือนก.พ.
  • (+) ดอลล์ปิดอ่อนลงเล็กน้อย หลังพุ่งทำนิวไฮรอบ 20 ปี  ดอลลาร์สหรัฐปิดตลาดอ่อนค่าลงเล็กน้อย ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (9 พ.ค.) หลังจากพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 20 ปีในระหว่างวัน ตามทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขเงินเฟ้อเดือนเม.ย.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันพรุ่งนี้  ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.01% แตะที่ 103.6510 หลังจากพุ่งขึ้นทะลุระดับ 104 แตะระดับสูงสุดในรอบ 20 ปี  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 130.31 เยน จากระดับ 130.57 เยน แต่ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9930 ฟรังก์ จากระดับ 0.9882 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2989 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2906 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0567 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0550 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2344 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2333 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6959 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7076 ดอลลาร์
  • (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 653.67 จุด กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยฉุดศก.  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 600 จุดในวันจันทร์ (9 พ.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 ดิ่งหลุดจากระดับ 4,000 จุดเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นเป็นวงกว้าง ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 32,245.70 จุด ร่วงลง 653.67 จุด หรือ -1.99%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,991.24 จุด ลดลง 132.10 จุด หรือ -3.20% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,623.25 จุด ลดลง 521.41 จุด หรือ -4.29%
  • (-) น้ำมัน WTI ปิดร่วง $6.68 วิตกจีนล็อกดาวน์ฉุดดีมานด์  สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 6% ในวันจันทร์ (9 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าการที่จีนใช้มาตรการล็อกดาวน์เซี่ยงไฮ้และบางส่วนของกรุงปักกิ่งเพื่อสกัดการระบาดของโรคโควิด-19 จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน  ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. ร่วงลง 6.68 ดอลลาร์ หรือ 6.1% ปิดที่ 103.09 ดอลลาร์/บาร์เรล  สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. ร่วงลง 6.45 ดอลลาร์ หรือ 5.7% ปิดที่ 105.94 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • (-) “ปูติน” ไม่ได้ประกาศสงครามยูเครน แต่ยันส่งทหารรัสเซียเพื่อสกัดนาโต  ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวในวันนี้ว่า การที่รัสเซียใช้ปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครน ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องและหลีกเลี่ยงไม่ได้  ปธน.ปูตินแถลงดังกล่าวในการกล่าวปราศรัยในพิธีสวนสนามที่จัดขึ้นที่จัตุรัสแดงกลางกรุงมอสโกในวันนี้ ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลอง “วันแห่งชัยชนะ” ของรัสเซีย โดยอดีตสหภาพโซเวียตสามารถพิชิตกองทัพนาซีในปี 1945 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2  ปธน.ปูตินกล่าวว่า การที่รัสเซียส่งกำลังทหารเข้าไปยังยูเครนถือเป็นการป้องกันล่วงหน้าต่อท่าทีที่ก้าวร้าวขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ซึ่งได้สร้างภัยคุกคามที่ยอมรับไม่ได้ต่อรัสเซีย  เป็นที่น่าสังเกตว่า ในการกล่าวปราศรัยในวันนี้ ปธน.ปูตินยังคงระบุการส่งกำลังทหารรัสเซียเข้าไปยังยูเครนว่าเป็นการใช้ “ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร” โดยไม่ใช้คำว่า “การทำสงคราม” และปธน.ปูตินไม่ได้ทำการประกาศสงครามต่อยูเครนอย่างเป็นทางการ หรือประกาศชัยชนะต่อยูเครน ตามที่ชาติตะวันตกได้แสดงความวิตกก่อนหน้านี้

- Advertisement -

Comments
Loading...