เมษายน 14, 2021

บทวิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้ 6 ม.ค.64 (YLG)

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

หากราคาทองคำไม่สามารถยืน 1,966 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ให้แบ่งทองคำออกขายเพื่อทำกำไรบางส่วน แต่หากผ่านได้ให้ชะลอการขายออกไป และเมื่อราคาอ่อนตัวลงให้เข้าซื้อบริเวณแนวรับ 1,934-1,921 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,934 1,921 1,907  แนวต้าน : 1,966 1,979 1,993

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปรับตัวขึ้นต่ออีก 7.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้ว่าในระหว่างการซื้อขายของตลาดสหรัฐ  ราคาทองคำจะร่วงลงหลัง ISM เปิดเผยว่า  ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวขึ้นเกินคาดสู่ระดับ 60.7 ในเดือนธ.ค.แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2018 อย่างไรก็ดี  การปรับตัวลดลงเป็นไปอย่างจำกัด  เพราะราคาทองคำยังคงได้รับแรงหนุนจากปัจจัยเดิม  ได้แก่  การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์  หลังจากวานนี้ธนาคารกลางจีนกำหนดค่ากลางสกุลเงินหยวนเพิ่มขึ้นถึง 1% เมื่อเทียบกับค่ากลางของวันจันทร์ และเป็นการปรับค่าเงินมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2005  นอกจากนี้  ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากความวิตกเกี่ยวกับการระบาดของ COVID-19 ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นทั่วโลก  ซึ่งจะเป็นอุปสรรคสำหรับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ  ล่าสุดธนาคารโลกออกรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในวันนี้ โดยคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 4.0% ในปีนี้ ต่ำกว่าระดับ 4.2% ที่คาดการณ์ในเดือนมิ.ย.2563  พร้อมคาดเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัว 3.5% ในปีนี้ ลดลงจากระดับ 4.0% ที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้  ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำลดลง -1.17 ตัน  สำหรับวันนี้  จับตาผลการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภารอบสองในรัฐจอร์เจีย  ซึ่งถือว่า“มีความสำคัญอย่างมาก” เพราะจะตัดสินว่าพรรคเดโมแครตหรือรีพับลิกันจะครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา  และส่งผลกระทบต่อโอกาสในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังเพิ่มเติม  อีกตั้งต้องติดตามการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP, ดัชนี PMI ภาคบริการ, ยอดสั่งซื้อภาคโรงงาน และ รายงานการประชุมเฟด (FOMC Meeting Minutes)

จจัยทางเทคนิค :

หลังจากราคาทองคำดีดตัวขึ้นในระยะสั้นในช่วงที่ก่อนหน้านี้  ก็มีแรงขายทำกำไรสลับออกมาไม่มากแสดงให้เห็นถึงการแกว่งตัวในทิศทางที่ค่อยๆขยับขึ้น โดยราคายกระดับต่ำสุด และ ระดับสูงสุดขึ้นในรายวันได้ เบื้องต้น หากราคาทองคำยังไม่สามารถยืน 1,966 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ โดยนักลงทุนต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรออกมาที่อาจเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดดันราคาทองคำให้ลงสู่แนวรับในระดับ 1,934-1,921 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้

กลยุทธ์การลงทุน :

เข้าซื้อเพื่อทำกำไรระยะสั้น เมื่อตลาดปรับตัวลงมาในบริเวณแนวรับ 1,934-1,921 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากราคาหลุดแนวรับ1,921 ดอลลาร์ต่อออนซ์)ขณะที่การเปิดสถานะขายอาจพิจารณาในโซน 1,966 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากผ่านได้ให้ชะลอการขายออกไป

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดอลล์อ่อนค่า หลังจีนปรับขึ้นค่าหยวนมากสุดรอบ 15 ปี  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (5 ม.ค.) หลังจากจีนปรับขึ้นค่าเงินหยวนในอัตรามากที่สุดนับตั้งแต่ที่จีนยกเลิกการผูกติดค่าเงินกับดอลลาร์ในปี 2548 ขณะเดียวกันนักลงทุนจับผลตาการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภารอบสองในรัฐจอร์เจีย รวมทั้งข้อมูลแรงงานของสหรัฐในสัปดาห์นี้  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.48% แตะที่ 89.4400 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 102.64 เยน จากระดับ 103.11 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8779 ฟรังก์ จากระดับ 0.8806 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2667 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2772 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2302 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2252 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3628 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3566 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.7772 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7670 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (+) เวิลด์แบงก์หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจโลกโต 4.0% ปีนี้จากพิษโควิด  ธนาคารโลกออกรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในวันนี้ โดยคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 4.0% ในปีนี้ ต่ำกว่าระดับ 4.2% ที่คาดการณ์ในเดือนมิ.ย.2563 โดยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  “ถึงแม้เศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัวขึ้น หลังทรุดตัวลงจากผลกระทบของการแพร่ระบาด แต่การฟื้นตัวจะเป็นไปอย่างซบเซา” รายงานระบุ  ธนาคารโลกยังระบุว่าในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ที่สุด เศรษฐกิจโลกจะขยายตัวเพียง 1.6% ในปีนี้ หลังจากหดตัว 4.3% ในปีที่แล้ว หากการแพร่ระบาดยังคงลุกลามต่อไป และการฉีดวัคซีนประสบความล่าช้า  นอกจากนี้ ธนาคารโลกคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 3.8% ในปีหน้า ขณะที่ไวรัสโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อการลงทุนและการจ้างงาน  ขณะเดียวกัน ธนาคารโลกคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัว 3.5% ในปีนี้ ลดลงจากระดับ 4.0% ที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ หลังจากหดตัว 3.6% ในปีที่แล้ว และคาดว่าเศรษฐกิจยูโรโซนจะขยายตัว 3.6% ในปีนี้ หลังจากหดตัว 7.4% ในปีที่แล้ว  ส่วนเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะขยายตัว 2.5% ในปีนี้ ไม่เปลี่ยนแปลงจากคาดการณ์ก่อนหน้านี้  ธนาคารโลกยังคาดว่า เศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 7.9% ในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากระดับ 6.9% ในการคาดการณ์ก่อนหน้านี้
  • (-) ISM เผยดัชนีภาคการผลิตสหรัฐพุ่งสูงสุดรอบกว่า 2 ปีในเดือนธ.ค.  สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 60.7 ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2561 จากระดับ 57.5 ในเดือนพ.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 56.6
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 167.71 จุดจากแรงช้อนซื้อ จับตาผลเลือกตั้งส.ว.รัฐจอร์เจีย  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (5 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อหลังราคาหุ้นร่วงลงอย่างหนักเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภารอบสองในรัฐจอร์เจีย ซึ่งเป็นรัฐสมรภูมิที่จะชี้ชะตาว่าพรรคใดจะครองอำนาจในสภาคองเกรสสหรัฐ  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 30,391.60 จุด เพิ่มขึ้น 167.71 จุด หรือ +0.55% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,726.86 จุด เพิ่มขึ้น 26.21 จุด หรือ +0.71% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 12,818.96 จุด เพิ่มขึ้น 120.51 จุด หรือ +0.95%
  • (-) ไวรัสกลายพันธุ์พ่นพิษไม่หยุด อังกฤษติดโควิดเป็นประวัติการณ์กว่า 60,000 ในวันเดียว  กระทรวงสาธารณสุขอังกฤษเปิดเผยว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่จำนวนมากถึง 60,916 ราย ซึ่งเป็นระดับสูงกว่า 60,000 รายเป็นครั้งแรก และเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาด ส่งผลให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อในประเทศพุ่งขึ้นสู่ระดับ 2,774,479 ราย  ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้น 830 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตอยู่ที่ระดับ 76,305 ราย