Investing.comForex Charts powered by Investing.com

Primary tabs

YLG : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (05-02-16 | 18:00) รอบค่ำ | www.gold.in.th

| www.gold.in.th |

สรุป การคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยช้ากว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ ประเด็นดังกล่าวสร้างแรงซื้อเข้ามายังตลาดทองคำอย่างต่อเนื่อง หลังจากมีข้อมูลบ่งชี้ว่าแนวโน้มการจ้างงานในสหรัฐอยู่ในภาวะอ่อนแอลงและนายจ้างสหรัฐประกาศปลดพนักงานออกในเดือนมกราคมในจำนวนที่พุ่งขึ้น 218% จากเดือนธันวาคม โดยส่วนใหญ่แล้วเป็นการปลดพนักงานในภาคพลังงานและภาคค้าปลีก ตัวเลขนี้บ่งชี้ว่าตลาดแรงงานอาจจะอยู่ในภาวะอ่อนแอเกินคาด ซึ่งนักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมกราคมและอัตราการว่างงานเพื่อยืนยันแนวคิดดังกล่าวทั้งนี้ หากยืนเหนือแนวต้านแรกได้แข็งแกร่ง ทำให้ประเมินว่าในระยะสั้น ยังคงมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านถัดไปในโซน 1,168-1,175 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้มากสามารถหาจังหวะเก็งกำไรระยะสั้นได้ โดยรอจังหวะเข้าซื้อบริเวณแนวรับ 1,149-1,145 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขายทำกำไรหากดีดตัวขึ้นไม่ผ่านโซน 1,160 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาผ่านแนวต้านดังกล่าวได้ แนะนำให้ชะลอการขายทำกำไรออกไปโดยประเมินแนวต้านถัดไปบริเวณ 1,168-1,175 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวโน้ม GoldSpot:หากราคาสามารถยืนเหนือแนวต้านโซน 1,160ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อย่างแข็งแกร่ง มีโอกาสเห็นการดีดตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,168-1,175 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาไม่สามารถยืนเหนือแนวดังกล่าวราคาทองคำอาจมีการอ่อนตัวลงต่อโดยประเมินแนวรับบริเวณ 1,149-1,145 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:
LongPosition นักลงทุนอาจมีการลดสถานะลง หากราคาได้ผ่านแนวต้านบริเวณ 1,160 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการแรงขายทำกำไร แต่หากราคาผ่านได้ แนะนำให้ชะลอการขายทำกำไรออกไป

Short Positionสามารถถือต่อได้หากราคาหลุดแนวรับ 1,145ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีเป้าหมายทำกำไรบริเวณแนวรับถัดไปที่ 1,133ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาสามารถขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านที่ 1,160ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนอาจพิจารณาปิดสถานะ

Open Newแนะนำให้จับตาบริเวณแนวรับ 1,149-1,145 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาย่อตัวลงไปไม่หลุดแนวรับเป็นจังหวะที่นักลงทุนสามารถเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นได้ แต่หากราคาหลุดแนวรับดังกล่าว แนะนำให้ชะลอการเข้าซื้ออกไปก่อนเพื่อรอดูสถานะการณ์อีกครั้ง

ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (+) ECRI ระบุแรงกดดันเงินเฟ้อในยูโรโซนลดลงในเดือนธ.ค. แรงกดดันด้านเงินเฟ้อในยูโรโซนลดลง ซึ่งอาจจะเพิ่มแรงกดดันให้ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ต้องผ่อนคลายนโยบายอีกครั้ง สถาบันวิจัยวัฏจักรเศรษฐกิจ (ECRI) รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีภาวะเงินเฟ้อในอนาคตของยูโรโซน (EZFIG) ลดลงสู่ 98.5 ในเดือนธ.ค. จากระดับ 99.6 ในเดือนพ.ย. โดยดัชนีดังกล่าวเป็นมาตรวัดแนวโน้มสำหรับเงินเฟ้อ "ขณะที่ดัชนี EZFIG ลดลงในเดือนธ.ค.สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปีที่เคยทำไว้ในเดือนก.ย. แรงกดดันด้านอัตราเงินฟ้อของยูโรโซนจึงลดลง" นายลักษมาน อาชูธาน หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของECRIกล่าว ผลสำรวจของรอยเตอร์คาดว่าเนื่องจากอัตราเงินเฟ้อต่ำกว่าเพดานเป้าหมายที่ 2% อย่างมากจึงคาดว่าอีซีบีจะลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลงสู่แดนลบในเดือนหน้า และอาจจะเพิ่มวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตร 6.0 หมื่นล้านยูโรต่อเดือน

• (-) ปธ.เอชเอสบีซีชี้เศรษฐกิจจีนยังสดใส มั่นใจไม่เผชิญฮาร์ดแลนดิ้ง นายดักลาส ฟลินท์ ประธานธนาคารเอชเอสบีซี โฮลดิงส์ ซึ่งเป็นธนาคารชั้นนำของอังกฤษ ได้แสดงความไม่เห็นด้วยต่อกระแสคาดการณ์ที่ว่า เศรษฐกิจจีนจะย่ำแย่ลง โดยเขาระบุว่า จีนมีศักยภาพที่แข็งแกร่งเพียงพอที่จะหนุนเศรษฐกิจในประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน นายฟลินท์กล่าวว่า การส่งออกที่ซบเซาและอุปสงค์ทั่วโลกที่อ่อนแรงลงนั้น กำลังสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อเศรษฐกิจจีน อีกทั้งส่งผลกระทบไปทั่วเอเชียและทั่วโลก นอกจากนี้ ประธานเอชเอสบีซียังกล่าวด้วยว่า ในระยะยาวนั้น การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ การเดินหน้าลดกำแพงการค้าและการลงทุน และการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในด้านสาธารณูปโภค ถือเป็นมาตรการสำคัญที่จีนอาจจะนำมาใช้เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจให้ขยายตัวอย่างยั่งยืน สำนักข่าวซินหัวรายงาน

• (-) เยอรมนีเผยยอดสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรมลดเกินคาดในเดือนธ.ค. กระทรวงเศรษฐกิจของเยอรมนีเปิดเผยว่า อุปสงค์ที่ชะลอตัวภายในประเทศทำให้ยอดสั่งซื้อในภาคอุตสาหกรรมลดลงมากเกินคาดในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจของเยอรมนีอาจชะลอตัวลงในช่วงต้นปีนี้ ทั้งนี้ ยอดสั่งซื้อสินค้าที่ผลิตในเยอรมนีลดลง 0.7% ในเดือนธ.ค. เทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าอาจลดลง 0.5%

• (-) บาท/ดอลลาร์ภาคบ่ายแข็งค่าต่ำกว่า 35.50, คาดเงินทุนไหลกลับช่วงสั้น บาท/ดอลลาร์ภาคบ่ายแข็งค่ามาเคลื่อนไหวต่ำกว่า 35.50 และแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 3 เดือน ที่ 35.47 หลังกระแสเงินทุนมีแนวโน้มไหลกลับเข้ามาในระยะสั้น จากคาดการณ์ว่าสหรัฐจะยังไม่สามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปได้เร็วนัก เงินบาทล่าสุดอยู่ที่ 35.49/53 จาก 35.57/59 เมื่อช่วงเช้าวานนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 837.83 ล้านบาท และซื้อสุทธิตราสารหนี้ทุกช่วงอายุ รวม 7.26 พันล้านบาท สกุลเงินของตลาดเกิดใหม่ในเอเชียส่วนใหญ่พุ่งขึ้นในวันนี้ ก่อนการเปิดเผยรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันนี้นักลงทุนเข้าซื้อคืนสกุลเงินในภูมิภาคมากขึ้น ขณะที่ดัชนีดอลลาร์อยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 15 สัปดาห์

• (+/-) โพลล์รอยเตอร์คาดวันนี้สหรัฐเผยการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มในม.ค. กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนม.ค.ในวันนี้เวลา 20.30 น.ตามเวลาไทย นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรอาจเพิ่มขึ้น 190,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 292,000ตำแหน่งในเดือนธ.ค. และอัตราการว่างงานอาจทรงตัวที่ 5.0% ในเดือนม.ค. ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนธ.ค.


คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส
หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.ylgfutures.co.th
www.gold.in.th

About the Author
admin's picture

admin

สวัสดีครับ...หุหุ