Investing.comForex Charts powered by Investing.com

Primary tabs

YLG : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (24-09-15 | 18:54) รอบค่ำ | www.gold.in.th

| www.gold.in.th |

สรุป ราคาทองคำขยับขึ้นแต่ก็ไปได้ไม่ไกลนัก เนื่องจากนักลงทุนรอการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ เช่น ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์ และยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนสิงหาคมเพื่อเป็นปัจจัยขับเคลื่อนราคาทองคำ ประกอบกับนักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังก่อน นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะกล่าวสุนทรพจน์ที่มหาวิทยาลัยแมสซาชูเซทส์ เมืองแอมเฮิร์ส ในวันช่วงเช้าวันศุกร์นี้ ในหัวข้อ "Inflation Dynamics and Monetary Policy" หลังจากความเห็นจากเจ้าหน้าที่เฟดหลายคนทำให้มีการคาดการณ์ว่าเฟดอาจจะยังคงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ทั้งนี้ การที่ราคาทองคำพยายามขึ้นไปเพื่อทดสอบระดับแนวต้านได้แสดงถึงแรงเข้าซื้อในระยะสั้นทำให้ประเมินว่า ราคายังคงมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านในโซน 1,140 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้น้อยสามารถหาจังหวะขายทำกำไรหากราคาดีดตัวขึ้นไม่ผ่านโซน 1,140 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และรอราคาอ่อนตัวลงเพื่อเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นได้อีกครั้ง ทั้งนี้ ประเมินแนวรับบริเวณ 1,120 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาผ่านได้แนวต้านแรกได้สามารถชะลอการขายไปยังโซนแนวต้านถัดไปบริเวณ 1,153 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยทางเทคนิค
แนวโน้ม Gold Spot: หากราคาสามารถยืนเหนือโซน 1,133 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อย่างแข็งแกร่ง มีโอกาสเห็นการดีดตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,140-1,153 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาไม่สามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวราคาทองคำอาจมีการอ่อนตัวลงต่อโดยประเมินแนวรับบริเวณ 1,120 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:
Long Position นักลงทุนอาจมีการลดสถานะลงเมื่อราคาขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,140-1,153 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาอ่อนตัวลงจนหลุดแนวรับบริเวณ 1,120 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำให้ตัดขาดทุนบ้างส่วนความลดความเสี่ยง

Short Position สามารถถือต่อได้หากราคาหลุดแนวรับ 1,120 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีเป้าหมายทำกำไรบริเวณแนวรับถัดไปที่ 1,111 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาสามารถขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านที่ 1,140 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนอาจพิจารณาปิดสถานะขายลง

Open New แนะนำให้จับตาบริเวณแนวต้าน 1,140 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่ผ่านแนะนำแบ่งทองคำออกขายเพื่อรอราคาย่อตัวลงไม่หลุดแนวรับเป็นจังหวะที่นักลงทุนสามารถเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นได้ แต่หากราคาผ่านแนวต้านได้แนะนำให้ชะลอการขายออกไปก่อน

ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (+) จีนนำเข้าทองจากฮ่องกงมากสุดในรอบ 3 เดือนในเดือนส.ค. การนำเข้าทองสุทธิของจีนจากฮ่องกงเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนในเดือนส.ค.ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักงานสถิติและสำมะโนประชากรของฮ่องกงระบุว่า การนำเข้าทองสุทธิจากฮ่องกงเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 59.319 ตันในเดือนส.ค. จากระดับ 55.063 ตันในเดือนก.ค.

• (+)นักเศรษฐศาสตร์ Ifo ชี้ศก.จีนชะลอตัวไม่กระทบความเชื่อมั่นผู้ส่งออกเยอรมนี นายเคลาส์ วอห์ลเรบ นักเศรษฐศาสตร์ของสถาบัน Ifo กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวของจีน ไม่ได้กระทบความเชื่อมั่นของผู้ส่งออกของเยอรมนี "เราคาดการณ์ไว้แล้วว่า ตัวเลขคาดการณ์การส่งออกอาจลดลงเล็กน้อย แต่กลับไม่ลด แต่เพิ่มขึ้นเล็ก น้อย" เขากล่าว เขาระบุว่า เรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับบริษัทโฟล์คสวาเกนเกิดขึ้นช้าเกินกว่าที่จะสะท้อนในผลสำรวจล่าสุดนี้ โดยผลกระทบในเชิงลบใดๆจะส่งผลต่อผลสำรวจในเดือนหน้า ซึ่งโฟล์คสวาเกนได้ยอมรับแล้วว่าได้จงใจ โกงผลการทดสอบการปล่อยไอเสียของรถยนต์เครื่องดีเซลในสหรัฐ เขากล่าวอีกว่า การทะลักเข้ามาของผู้อพยพนับพันคนในเยอรมนีในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาช่วยหนุน ภาคค้าปลีก โดยเฉพาะยอดขายของชำ โดยยอดขายของซูเปอร์มาร์เก็ตพุ่งขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อไป

• (+) ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมฝรั่งเศสเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 4 ปี INSEE ซึ่งเป็นสำนักงานสถิติแห่งชาติของฝรั่งเศสรายงานในวันนี้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมของฝรั่งเศสเพิ่มขึ้นจาก 103 ในเดือนส.ค. สู่ระดับ 104 ในเดือนก.ย.ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2011 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 102ด้านดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจโดยรวมของฝรั่งเศสอยู่ที่ 100 ในเดือนก.ย. ซึ่งเท่ากับระดับในเดือนส.ค. อย่างไรก็ดี นักเศรษฐศาสตร์มักจะให้ความสำคัญกับดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมของฝรั่งเศสมากกว่าดัชนีภาคธุรกิจโดยรวม โดยดัชนีที่ระดับ 100 ถือเป็นค่าเฉลี่ยระยะยาวฝรั่งเศสกำลังประสบปัญหาในการทำให้เศรษฐกิจเติบโตในระดับที่มากพอที่จะทำให้การว่างงานลดลง อย่างไรก็ดี รัฐบาลฝรั่งเศสย้ำว่า การปฏิรูปตลาดแรงงานกำลังส่งผลบวกต่อภาคธุรกิจเศรษฐกิจฝรั่งเศสเติบโต 0% ในไตรมาส 2 แต่ดัชนีกิจกรรมทางธุรกิจของภาคเอกชนฝรั่งเศสดีดตัวขึ้นในเดือนก.ย. โดยผลผลิตภาคการผลิตกลับมาเติบโตอีกครั้ง หลังจากร่วงลง 2 เดือนติดต่อกัน

• (-) บาท/ดอลลาร์ท้ายตลาดอ่อนค่าสุดกว่า 8 ปี,กังวลศก.โลก-แรงซื้อดอลล์ปลายเดือน บาท/ดอลลาร์ช่วงท้ายภาคบ่ายแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 8 ปี หลังความกังวลต่อเศรษฐกิจโลก ทำให้นักลงทุนเลี่ยงความเสี่ยง ขณะที่ดอลลาร์ได้แรงหนุนจากการเข้าซื้อในช่วงปลายเดือน ของผู้นำเข้า เงินบาทวันนี้อ่อนค่าไปมากสุดที่ 36.32 ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าสุดนับตั้งแต่ 36.40 เมื่อวันที่ 19 ม.ค.2550 16.57 น.บาท/ดอลลาร์ อยู่ที่ 36.29/30 จาก 36.24/26 ช่วงเช้าบาท/ยูโร อยู่ที่ 40.64/70 จาก 40.488/588 ช่วงเช้าเยน/ดอลลาร์ อยู่ที่ 119.94/96 จาก 119.92/94 ช่วงเช้า ยูโร/ดอลลาร์ อยู่ที่ 1.2002/04 จาก 1.1182/84 ช่วงเช้า "แรงซื้อ(ดอลลาร์) มีเข้ามาจากหลายๆ กลุ่ม ไม่ได้เจาะจงที่กลุ่มไหนเฉพาะก็คงมองไปทางเดียวกันหมดในตอนนี้" ดีลเลอร์ กล่าว


คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส
หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.ylgfutures.co.th
www.gold.in.th

About the Author
admin's picture

admin

สวัสดีครับ...หุหุ