Investing.comForex Charts powered by Investing.com

Primary tabs

YLG : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (26-02-15 | 09:38)

คำแนะนำ
เสี่ยงเปิดสถานะซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาบริเวณ $1,198 (ตัดขาดทุนหากหลุด $1,190) ทั้งนี้จำเป็นต้องติดตามค่าเงินบาทประกอบการตัดสินใจลงทุน

ปัจจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำยังคงได้รับแรงหนุนต่อเนื่องจากถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) เนื่องจากประธานเฟดยังคงเน้นย้ำเป็นวันที่2 ว่าจะยังไม่มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย กดดันให้ดัชนีดอลลาร์(Dollar index) ปรับตัวลง ส่งผลเชิงบวกต่อราคาทองคำ เบื้องต้นจะเห็นได้ว่าประเด็นสภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯนั้นมีความสำคัญต่อการกำหนดนโยบายการเงิน ดังนั้นการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯย่อมส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำแม้จะเป็นในระยะสั้นๆ โดยวันนี้จะมีการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน และดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI) ซึ่งเป็นตัวเลขสำคัญที่เฟดติดตามอยู่ นอกจากนี้การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตาม

ปัจจัยทางเทคนิค
ราคาทองคำปรับตัวยืนเหนือระดับ 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ทำให้คาดว่าในระยะสั้นจะมีแรงซื้อเข้ามาอีก โดยประเมินแนวรับที่ 1,198 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ยังคงต้องระวังแรงขายเมื่อราคาเข้าใกล้ 1,215 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน
ยังเน้นการเก็งกำไรระยะสั้น โดยรอเปิดสถานะซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาในบริเวณแนวรับ ขณะที่หากดีดตัวขึ้นไปโซน 1,215 ดอลลาร์ต่อออนซ์อาจเลือกเปิดสถานะเพื่อทำกำไรไปก่อน แต่ถ้าราคาปรับตัวขึ้นก่อนไม่ควรไล่ซื้อเนื่องจากราคาทองคำยังคงเคลื่อนตัวในกรอบ

ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (+)ปธ.เฟดแถลงย้ำวันที่ 2 ไม่มีแนวโน้มรีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เข้าแถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวานนี้ หลังจากที่ได้เข้าแถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยสาระสำคัญในแถลงการณ์ครั้งนี้ส่วนใหญ่คล้ายคลึงกับแถลงการณ์เมื่อวันอังคาร ทั้งนี้ นางเยลเลนระบุเมื่อวานนี้ว่า เฟดจะพิจารณาปัจจัยที่หลากหลายทางเศรษฐกิจเพื่อประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ส่งสัญญาณเมื่อวันอังคารว่าเฟดจะยังไม่รีบขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยกล่าวว่ากำหนดการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะขึ้นอยู่กับแนวโน้มการปรับตัวทางเศรษฐกิจ

• (+)ตลาดน้ำมันนิวยอร์ค:ราคาปิดพุ่งหลังซาอุฯคาดอุปสงค์น้ำมันเพิ่มขึ้น สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 5% ในวันพุธ หลังรมว.น้ำมันของซาอุดิอาระเบียระบุว่าอุปสงค์น้ำมันกำลังขยายตัว และข้อมูลเศรษฐกิจบ่งชี้ว่า ภาคโรงงานของจีนกำลังทำการผลิตมากเกินคาด สต็อกน้ำมันกลั่นสหรัฐที่ลดลงช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบสหรัฐ และหักล้างปัจจัยลบจากรายงานสต็อกน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นมากเกินคาด ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบสหรัฐส่งมอบเดือนเม.ย.ปิดพุ่ง 1.71 ดอลลาร์ สู่ระดับ 50.99 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนเม.ย.พุ่งขึ้น 2.97 ดอลลาร์ สู่ระดับ 61.63 ดอลลาร์/บาร์เรล

• (-)สหรัฐเผยยอดขายบ้านใหม่ดีกว่าคาดในเดือนม.ค. กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานเมื่อวานนี้ว่า ยอดขายบ้านใหม่ในสหรัฐดีกว่าคาดในเดือนม.ค. ขณะที่ปริมาณบ้านพุ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2010 ซึ่งบ่งชี้ว่ายอดขายบ้านจะฟื้นตัวขึ้นในปีนี้ หลังจากประสบภาวะซบเซาในปีที่แล้ว ทั้งนี้ กระทรวงระบุว่า ยอดขายบ้านใหม่ลดลง 0.2% ในเดือนที่แล้ว สู่ระดับ 481,000 ยูนิต จากระดับ 482,000 ยูนิตในเดือนธ.ค.ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2008 นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ยอดขายบ้านใหม่จะลดลงสู่ระดับ 470,000 ยูนิตในเดือนที่แล้ว ขณะที่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ยอดขายบ้านใหม่เพิ่มขึ้น 5.3% ในเดือนม.ค.

• (-)บาท/ดอลลาร์เช้านี้แข็งค่าเล็กน้อย, แนวโน้มยังแกว่งในกรอบรอปัจจัยใหม่ บาท/ดอลลาร์เช้านี้แข็งค่าเล็กน้อย หลังดอลลาร์ถูกกดดันจากท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ที่ยังไม่รีบปรับขึ้นดอกเบี้ย ดีลเลอร์คาดเงินบาทวันนี้จะยังแกว่งตัวในกรอบ 32.50-32.60 โดยรอปัจจัยใหม่เข้ามาผลักดันทิศทาง ดอลลาร์อ่อนค่าเล็กน้อยในเช้าวันนี้ที่ตลาดเอเชีย โดยอ่อนค่าเป็นวันที่ 2ติดต่อกันหลังความเห็นของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด ทำให้ตลาดเลื่อนจังหวะเวลาที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย


คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส
หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.ylgfutures.co.th
www.gold.in.th

About the Author
admin's picture

admin

สวัสดีครับ...หุหุ