Investing.comForex Charts powered by Investing.com

Primary tabs

YLG : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (19-01-15 | 09:02)

คำแนะนำ
เสี่ยงเปิดสถานะซื้อระยะสั้นเมื่อราคาลงมายังโซน $1,267-$1,260 ทั้งนี้จำเป็นต้องพิจารณาค่าเงินบาทประกอบการลงทุน

ปัจจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำในสัปดาห์ที่ที่แล้วปรับตัวขึ้นถึง 57.19 ดอลลาร์ต่อออนซ์โดยได้รับแรงหนุนจากธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์(SNB)ได้สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดด้วยการประกาศยกเงินการกำหนดเพดานอัตราแลกเปลี่ยนที่ระดับ 1.20 ฟรังก์สวิสฯต่อยูโร โดยเพดานดังกล่าวนั้นเริ่มใช้ในปี 2554 นับเป็นระยะเวลากว่า 3 ปีที่สามารถช่วยให้ค่าเงินฟรังก์สวิสฯต่อยูโรไม่แข็งค่ามากจนเกินไป นอกจากนี้ยังปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงสู่ระดับ -0.75% จาก -0.25% ทำให้ทองคำกลับมาได้รับความสนใจในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้อีกครั้ง เนื่องจากความไม่เชื่อมั่นในเสถียรภาพของสกุลเงินยูโร ขณะที่กองทุน SPDR ได้เข้าถือทองคำเพิ่มเติมตลอดทั้งสัปดาห์ถึง 23.07 ตัน แสดงถึงความคึกคักในตลาดทอคำได้เป็นอย่างดี

ปัจจัยทางเทคนิค
ราคาทองคำยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากแรงขายทำกำไร ยังคงต่ำกว่าระดับ 15-20 ดอลลาร์ต่อออนซ์จะมีผลทำให้โมเมนตัมเชิงบวกที่มีอยู่ ผลักดันให้ราคาปรับตัวขึ้นสู่แนวต้านในโซน 1,290 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้

กลยุทธ์การลงทุน
ยังคงเน้นการเปิดสถานะซื้อ แต่อาจต้องรอการอ่อนตัวลงมาในโซน 1,267 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้การถือสถานะขายจำเป็นต้องระมัดระวังโดยเฉพาะหากราคายืนเหนือ 1,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (+)สหรัฐเผยดัชนี CPI ร่วงลงมากที่สุดในรอบ 6 ปีในเดือนธ.ค. กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ร่วงลง 0.4% ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2008 หลังที่ปรับตัวลง 0.3% ในเดือนพ.ย. การปรับตัวลงของตัวเลข CPI ดังกล่าวทำให้มีแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไป ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน ไม่มีการเพิ่มขึ้นในเดือนธ.ค. ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 2 นับตั้งแต่ปี 2010 ที่ดัชนีดังกล่าวไม่มีการปรับตัวขึ้น สำหรับตลอดทั้งปี 2014 ดัชนี CPI เพิ่มขึ้นเพียง 0.8% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 2008
• (+)เฟดเผยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมสหรัฐลดลง 0.1% ในเดือนธ.ค. ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รายงานในวันนี้ว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐลดลงเล็กน้อยในเดือนธ.ค. ขณะที่อากาศที่อบอุ่นกว่าปกติส่งผลให้อุปสงค์พลังงานลดลง ทั้งนี้ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลง 0.1% ในเดือนธ.ค. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 1.3% ในเดือนพ.ย. ส่วนอัตราการใช้กำลังการผลิตลดลงสู่ระดับ 79.7% ในเดือนธ.ค. จากที่ระดับ 80.0% ในเดือนพ.ย. นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าผลผลิตภาคอุตสาหกรรมจะทรงตัวในเดือนธ.ค. ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตจะลดลงสู่ระดับ 79.9%
• (-)ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภครอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกนพุ่งสูงสุด 11 ปีในม.ค. ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากรอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกนพบว่า ดัชนีดังกล่าว ซึ่งเป็นมาตรวัดความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจ ดีดตัวสู่ระดับ 98.2 ในช่วงต้นเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 11 ปี
• (+/-)กสิกรไทยคาดแนวโน้มเงินบาทเคลื่อนไหว 32.50-32.80 บาท/ดอลลาร์ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท(12-16ม.ค.)เงินบาทแข็งค่าขึ้นตามทิศทางเงินเยนและสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชี (แม้นักลงทุนต่างชาติจะขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยในระหว่างสัปดาห์) ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกว่าที่คาด ก็เพิ่มแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์ฯ ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ฯ ยังคงเป็นภาพต่อเนื่องในช่วงปลายสัปดาห์ หลังจากธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ประกาศยกเลิกเพดานอัตราแลกเปลี่ยนที่ระดับ 1.20 ฟรังก์ต่อยูโร ซึ่งเป็นการดำเนินการที่สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดการเงินโลก


คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส
หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.ylgfutures.co.th
www.gold.in.th

About the Author
admin's picture

admin

สวัสดีครับ...หุหุ